คริสเตียนอยากได้พระพร อยากให้พระเจ้าอวยพร บางคนพยายามทำความดีช่วยคนอื่น แต่ได้ผลน้อยหรือบางครั้งไม่ได้ผลเลย ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาให้หรือทำผิดวิธี ที่ถูกต้องคือต้องให้หรือทำถวายแด่พระเจ้า ไม่ใช่มนุษย์
เหตุที่ได้รับการอวยพรน้อย:
คส.3:23-25
23 ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใด
ก็จงทำด้วยความเต็มใจเหมือนกระทำถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า
ไม่ใช่เหมือนกระทำแก่มนุษย์
24 ท่านรู้ว่าท่านจะได้รับมรดกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นบำเหน็จ
ท่านปรนนิบัติพระคริสตเจ้าอยู่
25 ส่วนผู้ที่ทำความผิดก็จะได้รับผลตามความผิดที่เขาได้ทำนั้น
และไม่มีการทรงเห็นแก่หน้าผู้ใดเลย
คริสเตียนรู้ว่าต้องรักเพื่อนบ้าน ต้องรักพี่น้องคริสเตียน แต่บางคนเลือกรักหรือทำดีต่อบางคนเท่านั้น
หรือรักคนหนึ่งมากกว่าอีกคน
คำถาม: พระเจ้าสอนให้เลือกที่รักมักที่ชังหรือ
บางคนจะตอบว่าเพราะบางคนน่ารักกว่า
บางคนรักไม่ลง
แต่พระคัมภีร์สอนว่าจงรักศัตรู
ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่แค่พี่น้องคริสเตียนหรือคนที่น่ารักเท่านั้น
แม้กระทั่งเป็นศัตรูท่านก็ต้องรัก ต้องทำดีต่อเขา
ลก.6:27-28
27 "แต่เราบอกท่านทั้งหลายที่กำลังฟังอยู่ว่า
จงรักศัตรูของท่าน จงทำดีแก่ผู้ที่เกลียดชังท่าน
28 จงอวยพรแก่คนที่แช่งด่าท่าน
จงอธิษฐานเพื่อคนที่เคี่ยวเข็ญท่าน
“จงรักศัตรูของท่าน จงทำดีแก่ผู้ที่เกลียดชังท่าน”
คำสอนเรื่องการให้:
พระเจ้าสอนเรื่องการให้ใน 2คร.9:5-9 ดังนี้
2คร.9:5-9
5 เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเห็นว่า
สมควรจะวิงวอนให้พี่น้องเหล่านั้นไปหาท่านก่อนข้าพเจ้า
และให้จัดเตรียมทานของท่านไว้ ตามที่ท่านได้สัญญาไว้แล้ว
เพื่อทานนั้นจะมีอยู่พร้อม และจะเป็นทานที่ให้ด้วยใจศรัทธา มิใช่ให้ด้วยการฝืนใจ
6 นี่แหละคนที่หว่านเพียงเล็กน้อยก็จะเกี่ยวเก็บได้เพียงเล็กน้อย
คนที่หว่านมากก็จะเกี่ยวเก็บได้มาก
7 ทุกคนจงให้ตามที่เขาได้คิดหมายไว้ในใจ
มิใช่ให้ด้วยนึกเสียดาย มิใช่ให้ด้วยการฝืนใจ
เพราะว่าพระเจ้าทรงรักคนนั้นที่ให้ด้วยใจยินดี
8 และพระเจ้าทรงฤทธิ์อาจประทานของดีทุกสิ่งอย่างอุดมแก่ท่านทั้งหลาย
เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียงพอสำหรับตัวเสมอ
ทั้งจะมีสิ่งของบริบูรณ์สำหรับงานที่ดีทุกอย่างด้วย
9 ตามที่พระคัมภีร์ได้เขียนไว้ว่า เขาแจกจ่าย
เขาให้แก่คนยากจน ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์
1) ให้ด้วยศรัทธา (พระเจ้า) ไม่ใช่ด้วยการฝืนใจ (5)
หลักเบื้องต้นคือให้เพราะเชื่อศรัทธาพระเยซู
ให้เพราะทำตามคำสอนด้วยความยำเกรง ไม่ใช่เพราะรักหรือชอบใครเป็นการส่วนตัว
หรือหวังผลประโยชน์ใดๆ จากมนุษย์
2) ให้น้อยได้น้อย ให้มากได้กลับคืนมาก (6)
บางครั้งเราหวง
ไม่อยากให้มาก แต่ถ้าให้น้อยก็จะได้รับการอวยพรน้อยเหมือนกัน ตามหลักการหว่านสิ่งใดเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น
หว่านมากได้มาก หว่านน้อยได้น้อย
3) “พระเจ้าทรงรักคนนั้นที่ให้ด้วยใจยินดี” (7)
แสดงว่าการให้แบบฝืนใจ นึกเสียดาย อาจได้ผลน้อยหรือไม่ได้ผลเลย
ในทางกลับกันคนที่พระเจ้า “รัก” คนนั้นจะได้ทุกสิ่ง พระองค์จะดูแลเขาทั้งชีวิต (8ข)
สิ่งที่ให้อาจดูเล็กน้อยในสายตาคนอื่น แต่ถ้าให้อย่างถูกต้อง
พระเจ้าจะดูแลเขาทั้งชีวิต (ขีดเส้นใต้ 2 เส้น)
พระเจ้าต้องการให้เราทำความดีด้วยความรักห่วงใย
(ที่มาจากพระองค์ - ผู้เชื่อสำแดงความรักของพระเจ้า)
มากกว่าทำเพราะหวังประโยชน์ตอบแทนจากมนุษย์ ทรงมองว่าท่าทีภายในของเราที่รักห่วงใยคนสำคัญกว่า
อธิบายขยายความ:
ประเด็นไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งที่ให้ ให้มากให้น้อย มีคนได้รับได้ประโยชน์
สำคัญที่ผู้ให้สำแดงตนว่าเขาเชื่อศรัทธาพระเจ้า สำแดงความเชื่อศรัทธาด้วยการให้
4) พระเจ้าจะคืนให้ พระองค์ไม่เป็นหนี้ผู้ใด (8ก)
เพราะว่าแท้จริงแล้ว
เราไม่ได้ให้มนุษย์แต่ถวายแด่พระเจ้าต่างหาก พระองค์จะคืนให้ครบถ้วน ดังคำกล่าวว่า
‘พระเจ้าไม่โกงผู้ใดเพราะพระองค์โกงไม่เป็น’
5) “ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์” (9ข)
2คร.9:9 ข พูดซ้ำสดด.112:9
สดด.112:9 เขาแจกจ่าย
เขาได้ให้แก่คนยากจน ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์ เขาจะมีอำนาจและเกียรติ
ท้ายที่สุดการให้ไม่เพียงได้รับการอวยพรในโลกนี้เท่านั้น
จะส่งผลต่อโลกหน้าหรือชีวิตนิรันดร์ การให้ไม่ได้ตัดสินเรื่องความรอด
แต่สำแดงชีวิตที่เปลี่ยนแปลง
คนที่มั่นใจในความรอด ได้รับความรักจากพระเจ้า ผู้นั้นจะให้ออกไป
แจกจ่ายอย่างกว้างขวางด้วยใจยินดี ทำดีต่อทุกคน ตอบสนองคำสอนเรื่องรักเพื่อนบ้าน
รักพี่น้องคริสเตียน รักทุกคนแม้กระทั่งศัตรู
ผู้มีสติปัญญาจะไม่ก้มหน้ามองหาเศษเงินของโลกนี้
แต่จะเงยหน้ามองไปสู่นิรันดร
สรุป: ถ้าอยากได้รับการอวยพร จงให้ออกไปแก่ทุกคน
ตาม 2คร.9:5-9
พระพรกำลังรอท่านอยู่ไม่ใช่หรือ
ท่านจะรอช้าอยู่ไย
-----------------
.png)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น