เป็นอย่างนี้ไหมอยากเลิกนิสัยบางอย่าง พยายามหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ พระคัมภีร์ให้เคล็ด (ไม่) ลับ จงพึ่งพาพระวิญญาณ พระวิญญาณบริสุทธ์ช่วยเปลี่ยนชีวิต นี่คือพระสัญญาของพระเจ้า
อสค.36:25-28
25 เราจะเอาน้ำสะอาดพรมเจ้า
และเจ้าจะสะอาดพ้นจากมลทินทั้งหลายของเจ้า
และเราจะชำระเจ้าจากรูปเคารพทั้งหลายของเจ้า
26
เราจะให้ใจใหม่แก่เจ้าและเราจะบรรจุจิตวิญญาณใหม่ไว้ในเจ้า
เราจะนำใจหินออกไปเสียจากเนื้อของเจ้า และให้ใจเนื้อแก่เจ้า
27
และเราจะใส่วิญญาณของเราภายในเจ้าและกระทำให้เจ้าดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา
และให้รักษากฎหมายของเราและกระทำตาม
28
เจ้าจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินซึ่งเราให้แก่บรรพบุรุษของเจ้า
และเจ้าจะเป็นประชากรของเราและเราจะเป็นพระเจ้าของเจ้า
อสค.36:25-28
พระเจ้าสัญญาว่าพระองค์สามารถเปลี่ยนใจหิน ใจที่ไม่อยากตอบสนอง
ให้เป็นใจเนื้อที่อ่อนนุ่ม ที่มีชีวิต และเป็นชีวิตของพระวิญญาณที่อยู่ในเรา
1) แรงบันดาลใจ VS พระวิญญาณ
เป็นความจริงที่ว่าแรงบันดาลใจ
(motive) ที่มากพอสามารถเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนนิสัย
ส่วนจะยั่งยืนหรือไม่ขึ้นกับว่าสามารถรักษาแรงจูงใจได้หรือไม่
สามารถสร้างนิสัยใหม่แทนนิสัยเดิมหรือไม่
กรณีตัวอย่าง
เลิกบุหรี่ได้เพราะ?
คริสเตียนหลายคนเป็นพยานว่ามารับเชื่อศรัทธาพระเยซูแล้วสามารถเลิกเหล้าเลิกบุหรี่
แล้วโดนสวนกลับว่าไม่เชื่อพระเจ้าก็เลิกบุหรี่ได้ ถ้าจะเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ไม่จำเป็นต้องมาเชื่อพระเจ้าก็ได้
คำถาม:
สิ่งที่เขาพูดขัดแย้งกับความเชื่อของคริสเตียนหรือไม่
คำตอบ:
สิ่งที่เขาพูดไม่ขัดแย้งกับหลักข้อเชื่อของคริสเตียน
เพราะคนเราหากมีแรงบันดาลใจมากพอ ก็สามารถทำบางสิ่งหรือหลายสิ่งได้
ตัวอย่าง
นาย ก เป็นนักมวยตั้งเป้าต้องการรางวัลโอลิมปิก เขาเคยชกแพ้หลายครั้ง ท้อใจหลายครา
แต่เขายืนหยัดลุกขึ้นสู้ และได้รางวัลโอลิมปิกในที่สุด นาย ก
มีแรงบันดาลใจมากจนบรรลุเป้าหมาย
ตัวอย่าง ขณะหนุ่มที่กำลังจีบสาวก็ตามไปรับไปส่งเช้าเย็นไม่ขาด
แม้ว่ารถติด ฝนตกแดดออก เพราะมีแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าที่จะพิชิตใจสาวให้จงได้
แต่คู่นี้จะรักษาความรักหวานชื่นได้หรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่อง
จึงเป็นความจริงที่แรงบันดาลใจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมกับนิสัยได้
แต่พระเจ้าต้องการให้เราเปลี่ยนเพราะเรารับพระเจ้าเข้ามาในชีวิต
2) การเปลี่ยนแปลงที่เกินธรรมชาติ
ชีวิตคริสเตียนไม่ได้เปลี่ยนด้วยความพยายามของตัวเองเท่านั้น
แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกินธรรมชาติ เป็นการอัศจรรย์ที่ทรงเปลี่ยนแปลงเรา
คริสเตียนคนหนึ่งเล่าคำพยานของตนเองว่า
เขาเกิดมาในชีวิตที่วนเวียนกับเหล้าและวงเหล้า เมื่อมาเชื่อพระเจ้าก็ยังต้องไปร่วมสังสรรค์กับเพื่อนในวงเหล้าบ้าง
แต่อยู่ดีๆ วันหนึ่งขณะอยู่ในวงเหล้า เสียงหนึ่งในใจก็ดังขึ้นว่า
เราไม่ได้สร้างเจ้าเพื่ออยู่ในวงเหล้า คริสเตียนคนนี้เดินออกจากวงเหล้าดื้อๆ
อย่างนั้นเลย และไม่มีใจอยากเข้าไปอีกเลยนับจากวันนั้นเป็นต้นมา
ข้อสังเกต
คริสเตียนคนนี้ไม่ได้ใช้ความพยายามในการเลิกเหล้า แต่มาจากการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์
3) ที่เราไม่เปลี่ยนเพราะยังไม่ยอมเปลี่ยน
บางคนพูดบ่อยว่าอยากเปลี่ยนแปลงชีวิต
อยากเปลี่ยนแปลงเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ทำไม่ได้เสียที
เป็นไปได้หรือไม่ที่เราไม่เปลี่ยนเพราะลึกๆ
แล้วยังไม่ยอมเปลี่ยน ถ้าเหตุผลมาจากเรื่องนี้ ทางออกคืออธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าให้เราตัดสินใจเลิกบาป
(ไม่รักบาป)
รม.12:2 อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้
แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่
เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี
อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม
Do not conform any longer to the pattern of this world, but
be transformed by the renewing of your mind. Then you will be able to test and
approve what God's will is-his good, pleasing and perfect will.
บางคนไม่อยากเปลี่ยนเพราะเห็นว่าที่เป็นอยู่ดีแล้ว
รม.12:2 ทรงสัญญาว่าการเปลี่ยนแปลงนำผลดีมากกว่า – “Then you will be able
to test and approve what God's will is-his good,” – ต้องละทิ้งของเก่าก่อนจึงสามารถเข้าถึงสิ่งที่ดีกว่าที่ทรงจัดเตรียมไว้
อย่าหวงชีวิตเก่าแต่จงยอมรับการเปลี่ยนแปลง
เพื่อดำเนินในชีวิตใหม่ที่ดีกว่า
สรุป:
การพึ่งพาพระองค์ให้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา
ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องพยายามเลย บ่อยครั้งต้องทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน คือ
ทำส่วนของเรากับพระเจ้าทำส่วนของพระองค์ ส่วนของเราคือต้องตัดสินใจเปลี่ยนจริงๆ
พยายามทำตามคำสอนของพระเจ้า
คริสเตียนที่พึ่งตนเองอาจทำได้บางอย่าง
แต่โดยพระเจ้าเราทำได้ทุกอย่าง
ขอให้เราอธิษฐานรับการเปลี่ยนแปลงที่มาจากพระเจ้า
ให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยเรา ชำระใจของเรา
สร้างเราขึ้นมาใหม่ให้เป็นเหมือนพระองค์
-----------------


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น