15/01/2569

บทเรียน 27 จงเผชิญหน้าสัจธรรม (2)

ทรงย้ำเตือนว่าพระองค์เหนือกว่ามนุษย์และไม่ต้องตอบแทนใคร สรรพสิ่งเป็นของพระองค์ อย่าต่อสู้ขัดขืน จงกลับมาหาพระเจ้า

คำถามก่อนเรียน:

            1) จงอธิบายหลักการอวยพรกับการลงโทษของพระเจ้า โดยสังเขป

            2) ทำไมพระเจ้าต้องไถ่บาปมนุษย์

 

            เกริ่นนำ: โยบ.41 เป็นคำพูดของพระเจ้าต่อจากบทที่แล้ว คราวนี้เอ่ยถึง “เลวีอาธาน” (leviathan) สัตว์ชนิดหนึ่งในพระคัมภีร์ เป็นสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายงู มังกร หรือพญานาค

โยบ.41:1 "เจ้าจะลากเลวีอาธาน ออกมาด้วยเบ็ดได้หรือ หรือจะเอาเชือกกดลิ้นของมันลงได้

            เลวีอาธานไม่ยอมอยู่ใต้ใคร ไม่เชื่อง (2) ดุร้าย (3,10) แข็งแกร่ง มีพลังมาก (8) ป้องกันตัวเองได้ดี-มีเกราะป้องกันร่างกาย (13-17) มีความสามารถสูง-พ่นไฟจากปาก (19) มีอานุภาพมาก (25) ไม่กลัวสิ่งใด (33)

            เลวีอาธานเป็นตัวแทนของ

            1) คนบาป (สดด.74:14, สดด.104:26) ผู้ที่ถูกแช่งสาป (ตั้งแต่วันที่อาดัมเอวาทำบาป) ผู้ที่ต้องถูกทำลาย

สดด.74:14 พระองค์ทรงขยี้หัวทั้งหลายของเลวีอาธาน พระองค์ประทานมันให้เป็นอาหารของสรรพสัตว์แห่งถิ่นทุรกันดาร

สดด.104:26 กำปั่นแล่นไปโน่นแน่ะ และเลวีอาธานที่พระองค์สร้างไว้ให้เล่นในนั้น

            สดด.104:24-29 ชี้ว่าพระเจ้ากำกับชีวิตเลวีอาธาน ทั้งวันที่อิ่ม วันที่หิวและวันสิ้นชีวิต

            2) ผลของบาปหรือวันแห่งความทุกข์ยาก (โยบ.3:8) เลวีอาธานดุร้าย ทำลายสิ่งต่างๆ (ทำบาป) เป็นที่ถูกแช่งสาปเพราะนำความทุกข์ยาก ผู้คนต้องทุกข์ยากลำบากจากการทำลายของสัตว์นี้

โยบ.3:8 ขอให้บรรดาผู้ที่สาปวัน ได้สาปคืนนั้นด้วยผู้มีฝีมือที่จะปลุกเลวีอาธานขึ้นมา

            3) ปฏิปักษ์พระคริสต์ (สดด.74:14, อสย.27:1) เป็น “ปฏิปักษ์พระคริสต์” (Antichrist) ที่ต่อต้านพระเจ้า คนของพระองค์ พระเจ้าจะต่อสู้ทำลาย และเล็งถึงการพิพากษา

อสย.27:1 ในวันนั้น พระเจ้าจะทรงลงโทษด้วยพระแสงอันแข็งกระด้างอันใหญ่ และอันแรงกล้าของพระองค์ต่อเลวีอาธานคือพญานาคที่หนีไปนั้น เลวีอาธาน พญานาคที่ขด และพระองค์จะทรงประหารมังกรที่อยู่ในทะเล

            รวมความแล้ว เลวีอาธาน (leviathan) เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งในพระคัมภีร์ที่นำมาเปรียบเปรยกับคนบาป ความบาป หรือปฏิปักษ์พระคริสต์ สิ่งที่ถูกแช่งสาปและจะถูกพระเจ้าทำลายในที่สุด

(ภาพ: เลวีอาธานในจินตนาการ) 

จงเผชิญหน้าสัจธรรม (2)

            เลวีอาธานเป็นสัตว์ตัวต่อมาที่พระเจ้าเอ่ยถึงต่อจากเบเฮโมทในโยบ.40 เพื่ออธิบายเปรียบเทียบการสร้าง การดูแลมนุษย์ ลักษณะคนบาป ดังนี้

1. คนบาปไม่เหนือกว่าพระเจ้า

            เลวีอาธานไม่ยอมอยู่ใต้ใคร (2) ดุร้าย (3,10) แข็งแกร่ง มีพลังมาก (8) แต่ไม่เหนือกว่าพระเจ้า

โยบ.41:1-10

โยบ.41:10 ไม่มีใครดุพอที่จะไปยั่วเย้ามัน แล้วใครเล่าจะยืนมั่นต่อเราได้

            พระเจ้าใช้เลวีอาธานเพื่อชี้ว่าสิ่งที่ดื้อด้านดุร้าย มีพลังความสามารถมาก จะไม่เหนือกว่าพระองค์ ทรงสยบและควบคุมมันได้ เพราะทรงเป็นผู้สร้างเลวีอาธาน

สดด.9:20 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงให้เขายำเกรง และให้บรรดาประชาชาติทราบว่า เขาทั้งหลายเป็นเพียงมนุษย์เท่านั้น

2. พระเจ้าไม่ต้องตอบแทนใคร สรรพสิ่งเป็นของพระองค์

โยบ.41:11 ใครเล่าที่ให้อะไรเรา ซึ่งเราจะต้องตอบสนองเขา สิ่งใดๆ ที่อยู่ใต้ฟ้าสวรรค์ทั้งสิ้นก็เป็นของเรา

Who has a claim against me that I must pay? Everything under heaven belongs to me.

          โยบคิดว่าตนไม่ผิด ที่ผ่านมาเคร่งครัดปฏิบัติตามบัญญัติคำสอน สมควรได้รับการอวยพร ได้ผลดีตอบแทน แต่สิ่งที่ได้รับ (โยบในขณะนั้น) คือความโศกเศร้า ทุกข์ยากแสนสาหัส จึงอยากได้คำอธิบาย

            อธิบายขยายความ: โยบ.41:11 พระเจ้าย้ำหลักการสรรพสิ่งเป็นของพระองค์ ประสงค์สิ่งใดก็จะเป็นเช่นนั้น ไม่ติดหนี้ผู้ใดหรือต้องตอบแทนใคร ไม่จำต้องตอบแทนศรัทธาของโยบ ความดีที่โยบทำ

            ตรรกะความยุติธรรมของมนุษย์คือ ทำดีได้ผลดีตอบแทน ทำชั่วได้รับผลชั่ว

            พระเจ้ามีหลักการเรื่องตอบแทนตามความดีความชอบเช่นกัน ถ้าทำดีพระเจ้าอวยพร ทำบาปได้ผลบาป มีคำสอนเช่นนี้มากมาย

ฉธบ.28:1-2

1 "ถ้าท่านทั้งหลายเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และระวังที่จะกระทำตามพระบัญญัติของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงตั้งท่านไว้ให้สูงกว่าบรรดาประชาชาติทั้งหลายทั่วโลก

2 พระพรเหล่านี้จะตามมาทันท่าน ถ้าท่านทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน

สดด.62:12 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า และความรักมั่นคงเป็นของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสนองมนุษย์ ตามการงานของเขา

            2.1 ความยุติธรรมของพระเจ้าอยู่ใต้ความบริสุทธิ์

            แต่ความยุติธรรมของพระองค์เหนือความคิดมนุษย์ ความยุติธรรมของมนุษย์ยึดตัวมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ผลดีผลเสียที่ตนได้รับ ความยุติธรรมของพระเจ้ายึดความบริสุทธิ์ของพระองค์

            ความแตกต่างสำคัญคือยึดพระเจ้าหรือยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

            แต่แรกเริ่มพระเจ้าสร้างอาดัมตามพระฉายา อาดัมไม่เจ็บป่วย เป็นอมตะ (อาดัมต้องเสียชีวิตหลังล้มลงในบาป) พระเจ้าให้อยู่ในสวนเอเดนที่ปราศจากบาป อยู่ดีมีสุข อาหารบริบูรณ์ ไม่ขัดสนใดๆ และสร้างเอวาให้เป็นคู่ครอง คนไม่ทำร้ายกัน

            มนุษย์หลังอาดัมเอวาที่ล้มลงในบาป ต้องรับผลบาปด้วยกันทั้งสิ้น โลกจึงบิดเบี้ยว สังคมชั่วช้า ผู้คนโหดร้าย ทำบาปต่อกันและกัน ทุกคนที่เกิดมาคือคนบาป รับผลของบาป บางคนพิการแต่กำเนิด หลายคนเกิดในครอบครัวยากจน หาเช้ากินค่ำ อดมื้อกินมื้อ พ่อแม่ทะเลาะกันและทำร้ายบุตรหลาน ชุมชนคนบาปเป็นศูนย์รวมความชั่วร้าย เหล่านี้คือตัวอย่างผลความบาปที่สืบเนื่องจากปฐมกาล ผลจากพระเจ้าแช่งสาปเมื่ออาดัมเอวาทำบาปนั่นเอง เพราะพระเจ้ายุติธรรม ทำบาปต้องรับผลของบาป (ตอบแทนตามความชอบธรรม)

          เมื่อมนุษย์ทำบาป ความยุติธรรม กับ ความรัก ของพระเจ้าคือ ให้คนบาป ได้โอกาส กลับสู่ชีวิตปราศจากบาปอีกครั้ง (อาจพูดว่ากลับสู่สวนเอเดน เป็นเอเดนใหม่) โดยการไถ่ของพระคริสต์ ทรง ริเริ่มและทำด้วยพระองค์เอง

รม.5:8 แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา

            ความรักของพระเจ้าจึงมีบทบาทสำคัญมากเช่นกัน แสดงออกเป็นรูปธรรมด้วยการไถ่ของพระเยซู แต่ยังอยู่ใต้หลักความบริสุทธิ์ (ปราศจากบาป)

            ความรักดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะกลับมาคืนดี พระเจ้ารักทุกคนแต่ไม่ใช่ทุกคนได้รับความรอด

          เพราะพระเจ้าบริสุทธิ์ สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ (บาป) จะถูกทำลายหรือตัดขาดจากพระองค์ การนำคนบาปกลับมาต้องชำระให้บริสุทธิ์เสียก่อน ความรักของพระเจ้าเข้ามาเติมเต็มตรงนี้

            อธิบายขยายความ: ความบาปขัดขวางไม่ให้พบพระเจ้า พระองค์ไม่สถิตอยู่ด้วย

อสย.59:2 แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยก ระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และบาปของเจ้าทั้งหลายได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน

            คนบาป (ยังไม่กลับใจเชื่อพระเจ้า) คือคนที่ตายฝ่ายวิญญาณ หมายถึงจิตวิญญาณถูกตัดขาดจากพระเจ้า (เชื่อมต่อกับพระองค์ไม่ได้) คนที่ถูกพิพากษาลงนรกคือถูกตัดขาดจากพระองค์นิรันดร์

            การกลับมาอยู่กับพระองค์ หรือกลับสู่ความบริสุทธิ์อีกครั้งจึงสำคัญยิ่งยวด ชีวิตใหม่ของผู้เชื่อ คือชีวิตที่ถูกแยกไว้เพื่อพระคริสต์ (อีกความหมายของคำว่าบริสุทธิ์) ได้อยู่กับพระองค์นิรันดร์

            ดังนั้น ความยุติธรรมที่ทรงยึดถืออยู่ภายใต้ความบริสุทธิ์ของพระองค์ เป็นคำอธิบายว่าความบริสุทธิ์เหนือหลักการทำดีได้ดี-ทำชั่วได้ชั่วที่มนุษย์ได้รับ (ความบริสุทธิ์เป็นพระลักษณะข้อเอก ความยุติธรรมหรือการตอบแทนตามความดีความชอบเป็นหลักการรอง) ความบริสุทธิ์ของพระองค์อยู่เหนือมนุษย์ เหนือผลที่มนุษย์ได้รับ ทรงเป็นผู้สร้างและควบคุมสรรพสิ่ง

            ความบริสุทธิ์ของพระองค์อยู่เหนือผลที่มนุษย์ได้รับ ทรงเป็นผู้สร้างและควบคุมสรรพสิ่ง (ขีดเส้นใต้ 2 เส้น)

            ไม่ว่าโลกกับสรรพสิ่งเป็นเช่นไร พระเจ้าบริสุทธิ์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

            ทรงบริสุทธิ์เสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง สรรเสริญพระเจ้า

วว.4:8,11

8 สิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น แต่ละตนมีปีกหกปีก และมีตาอยู่รอบๆ และข้างในเต็มไปหมด และพวกเขาร้องตลอดวันตลอดคืนไม่ได้หยุดเลยว่า “บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ องค์พระผู้เป็นเจ้าคือพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ ผู้ทรงเป็นอยู่ และผู้ที่จะเสด็จมา”

11 “องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงสมควรที่จะได้รับพระสิริ พระเกียรติและฤทธานุภาพ เพราะว่าพระองค์ทรงสร้างสรรพสิ่ง และสรรพสิ่งก็ดำรงอยู่และถูกสร้างขึ้นตามพระประสงค์ของพระองค์”

            สรุป เมื่อมนุษย์ทำบาปจึงถูกแยกจากพระองค์ (หลักความบริสุทธิ์) และต้องรับผลบาป (หลักความยุติธรรม) พระเจ้าเข้าช่วยด้วยการไถ่ (หลักความรัก) นำคนบาปคืนดีกับพระองค์อีกครั้ง การคืนดีคือเข้ารวมเป็นหนึ่งกับพระองค์อีกครั้ง (หลักความบริสุทธิ์)

            หลักความบริสุทธิ์สำคัญลำดับแรก ทรงหวังให้มนุษย์บริสุทธิ์เพื่อจะได้อยู่กับพระองค์

            2.2 ทรงกำหนดชีวิต

            มนุษย์เป็นใครที่พยายามอ้างสิทธิ์ของตัวเอง ถือสิทธิ์ของตนเหนือพระเจ้า

โยบ.41:11 ใครเล่าที่ให้อะไรเรา ซึ่งเราจะต้องตอบสนองเขา สิ่งใดๆ ที่อยู่ใต้ฟ้าสวรรค์ทั้งสิ้นก็เป็นของเรา

Who has a claim against me that I must pay? Everything under heaven belongs to me.

            มีเรื่องเล่าว่า ... ในวันเกิดบิดา เด็กคนหนึ่งนำเงินออมของตนไปให้บิดาเป็นของขวัญวันเกิด บิดาพอใจ ทั้งๆ ที่เงินนั้นเป็นค่าขนมที่บิดาให้ เมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ ทำงานและนำรายได้ส่วนหนึ่งให้บิดา บิดาพอใจ ทั้งๆ ที่บิดาเป็นผู้ให้กำเนิด ดูแลเลี้ยงดูจนเติบใหญ่

            พระเจ้าเป็นยิ่งกว่าบิดาคนนี้ ทรงเป็นผู้สร้าง ผู้กำกับสรรพสิ่ง ตั้งแต่อดีตปัจจุบันและอนาคตนิรันดร์

รม.11:35-36

35 หรือใครเล่าได้ถวายสิ่งหนึ่งสิ่งใดแก่พระองค์ที่พระองค์จะต้องประทานตอบแทนให้แก่เขา

36 เพราะสิ่งสารพัดมาจากพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์ ขอพระสิริจงมีแด่พระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์ อาเมน

            “เพราะสิ่งสารพัดมาจากพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์”

            ยกตัวอย่าง

            1) พระเจ้ากำหนดชีวิตเยเรมีย์

ยรม.1:5 "เราได้รู้จักเจ้า ก่อนที่เราได้ก่อร่างตัวเจ้าที่ในครรภ์ และก่อนที่เจ้าคลอดจากครรภ์เราก็ได้กำหนดตัวเจ้าไว้ เราได้แต่งตั้งเจ้าเป็นผู้เผยพระวจนะให้แก่บรรดาประชาชาติ"

            2) พระเจ้ากำหนดชีวิตเปาโล

กจ.9:10-16

10 ในเมืองดามัสกัสมีศิษย์คนหนึ่งชื่ออานาเนีย องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับผู้นั้นโดยนิมิตว่า "อานาเนียเอ๋ย" อานาเนียจึงทูลตอบว่า "พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์อยู่ที่นี่"

11 พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า "จงลุกขึ้นไปที่ถนนที่เรียกว่าถนนตรง ถามหาชายคนหนึ่งชื่อเซาโลชาวเมืองทาร์ซัสอยู่ในตึกของยูดาส เพราะดูเถิดเขากำลังอธิษฐานอยู่

12 และเขาได้เห็นคนหนึ่งชื่ออานาเนีย เข้ามาวางมือบนเขา เพื่อเขาจะเห็นได้อีก"

13 แต่อานาเนียทูลตอบว่า "พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ได้ยินหลายคนพูดถึงคนนั้นว่า เขาได้ทำร้ายวิสุทธชนของพระองค์ ในกรุงเยรูซาเล็มมาก

14 และในที่นี่เขาได้อำนาจมาจากพวกมหาปุโรหิต ให้ผูกมัดคนทั้งปวงที่อธิษฐานออกพระนามของพระองค์"

15 ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับท่านว่า "จงไปเถิด เพราะว่าคนนั้นเป็นภาชนะที่เราได้เลือกสรรไว้ สำหรับจะนำนามของเราไปยังประชาชาติ กษัตริย์และพวกอิสราเอล

16 เพราะว่าเราจะสำแดงให้เขาเห็นว่า เขาจะต้องทนทุกข์ลำบากมากเท่าใดเพราะนามของเรา"

            ผู้มีปัญญาคือคนที่เกาะเกี่ยว ผูกติดชีวิตของเขาเข้ากับพระเจ้า (ขีดเส้นใต้ 2 เส้น)

            ใครมีหูจงฟัง

3. สิ่งทรงสร้างที่เหนือสัตว์อื่น

โยบ.41:12-34

            โยบ.41:12-34 อธิบายรายละเอียดเลวีอาธาน สิ่งทรงสร้างพลานุภาพ มีระบบป้องกันตัว ระบบโจมตี และมีพลังใจดีเยี่ยม นำสู่ข้อสรุป “มันเป็นราชาเหนือบรรดาสัตว์ที่สง่า” (โยบ.41:34) เป็นการเปรียบเปรยมนุษย์ที่เป็นมงกุฎแห่งการทรงสร้างของพระเจ้า

            3.1 ป้องกันตัวเองได้ดี

            การป้องกันตัวช่วยให้อยู่รอดในโลกที่เต็มด้วยอันตราย ต้องเผชิญภัยต่างๆ เลวีอาธานมีระบบป้องกันรอบตัว

โยบ.41:12-17,23

12 "เราจะไม่งดพูดถึงแข้งขาของมัน หรือกำลังอันแข็งกล้าของมัน หรือโครงร่างอันดีของมัน

13 ใครจะถลกเสื้อชั้นนอกของมันออกได้ ใครจะแทงเข้าไปในเสื้อเกราะสองชั้นของมันได้

14 ใครจะเปิดประตูหน้าของมันได้ ฟันของมันนั้นน่าสยดสยองโดยรอบ

15 ที่หลังของมันทำด้วยโล่เป็นแถวๆ แนบตัวมันสนิทเหมือนอย่างตราผนึก

16 มันอยู่ชิดกันมาก ไม่มีลมผ่านเข้าไปได้

17 เกล็ดเหล่านั้นต่อซึ่งกันและกัน มันเกาะติดหมด และแยกจากกันไม่ได้

23 หลืบเนื้อของมันเกาะติดกัน หล่อติดกันแน่น ทำอะไรมันไม่ได้

           3.2 ต่อสู้โจมตี

            นอกจากป้องกันตัวได้ดียังโจมตีได้ดีด้วย อาวุธหลักอยู่ที่ส่วนหัว สามารถพ่นไฟ

โยบ.41:18-22

18 การจามของมันปล่อยแสงสว่างออกมา ตาของมันเหมือนอย่างแสงอรุณรุ่งเช้า

19 คบเพลิงออกมาจากปากของมัน ประกายไฟกระโดดออกมา

20 ควันออกมาทางรูจมูกของมัน อย่างกับมาจากหม้อที่เดือด และอ้อเล็กที่ไหม้

21 ลมหายใจของมันจุดถ่านลุก เปลวเพลิงออกมาจากปากของมัน

22 กำลังอยู่ในลำคอของมัน และความสยดสยองเต้นอยู่ข้างหน้ามัน

            3.3 มีพลังใจดีเยี่ยม

            ไม่เพียงมีระบบป้องกันกับอำนาจโจมตี ยังมีพลังใจดีเยี่ยม

            เลวีอาธานจิตใจเข้มแข็งมั่นคง ไร้ความปราณี พร้อมโต้กลับรุนแรง ไม่กลัวสิ่งใด สิ่งมีชีวิตอื่นหวาดกลัวทันทีเมื่อพบเห็น ทรงสร้างให้เป็นเช่นนั้น

โยบ.41:24-29,33

24 หัวใจของมันแข็งอย่างกับหิน เออ แข็งเหมือนอย่างแท่นหินโม่

25 เมื่อมันลอยขึ้นมา ผู้ทรงอานุภาพก็กลัวมัน พอมันแว้ง เขาทั้งหลายก็มีใจฝ่อเสียแล้ว

26 ถึงคนใดเอาดาบลองแทงมัน ก็ต่อต้านมันไม่ได้ไม่ว่าหอก หรือแหลน หรือหอกซัด

27 มันนับเหล็กว่าเป็นฟาง และทองสัมฤทธิ์ว่าเป็นไม้ผุ

28 ลูกธนูทำให้มันหนีไปไม่ได้ หินลูกสลิ่งก็กลายเป็นตอข้าว

29 ไม้กระบองก็นับเป็นตอข้าวด้วย มันหัวเราะเยาะเสียงหอกซัด

30 เบื้องล่างของมันคมอย่างกับเศษหม้อแตก มันเหยียดตัวออกบนเลนเหมือนเลื่อนนวดข้าว

31 มันทำให้น้ำลึกเดือดเหมือนหม้อ มันทำให้ทะเลเหมือนหม้อน้ำมันทา

32 มันละทางแวบวาบไว้ข้างหลัง ทำให้ใครๆ คิดว่ามหาสมุทรผมหงอก

            (ข้อ 30-32 บรรยายการเคลื่อนไหวของเลวีอาธานที่ทิ้งร่องรอย เหมือนสัตว์อื่นที่ทิ้งรอยเท้า)

33 บนแผ่นดินโลกไม่มีอะไรเหมือนมัน เป็นสิ่งที่ถูกสร้างไม่ให้รู้จักความกลัว

4. เหนือบรรดาสัตว์ทั้งปวง

โยบ.41:34 มันเห็นทุกสิ่งที่อยู่สูง มันเป็นราชาเหนือบรรดาสัตว์ที่สง่า"

            โยบ.41:12-34 บรรยายลักษณะเลวีอาธาน ชี้ให้เห็นกำลังความสามารถและจิตใจที่เหนือกว่า “มันเป็นราชาเหนือบรรดาสัตว์ที่สง่า”

            พระเจ้าสร้างมนุษย์ตามพระฉายา มีความสามารถและสติปัญญาเหนือใคร ให้ครอบครองสิ่งต่างๆ ในโลก ทรงให้มีศักดิ์ศรีและเกียรติ

สดด.8:4-6

4 มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขาและบุตรของมนุษย์เป็นใครเล่าซึ่งพระองค์ทรงเยี่ยมเขา

5 เพราะพระองค์ทรงสร้างเขาให้ต่ำกว่าพระเจ้า {หรือ ทูตสวรรค์} แต่หน่อยเดียว และสวมศักดิ์ศรีกับเกียรติให้แก่เขา

You have made them a little lower than the angels and crowned them with glory and honor.

6 พระองค์ทรงมอบอำนาจให้ครอบครองบรรดาพระหัตถกิจของพระองค์ พระองค์ทรงให้สิ่งทั้งปวงอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา

          อธิบายขยายความ: กำลัง ความสามารถ และสติปัญญา เป็นกลาง (ไม่ดีไม่ชั่ว) อยู่ที่ผู้นั้นจะใช้ในทางใด เช่น มีดสามารถใช้ทำอาหารหรือทำร้ายคน ความรู้ฟิสิกส์นิวเคลียร์ (Nuclear physics) อาจกลายเป็นไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์หรือเป็นอาวุธนิวเคลียร์ สามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนาชาติหรือใช้เป็นระบบควบคุมอาวุธทำลายล้าง

            อาดัมเอวาที่ล้มลงในบาปทำให้มนุษย์อยู่ใต้อิทธิพลบาป มักคิดเรื่องชั่วร้าย ทำร้ายกันและกัน คาอินกับอาแบลลูกของอาดัมกับเอวาฆ่ากันเอง ทำบาปซ้อนบาป มนุษย์ชั่วร้ายขึ้นทุกที

            คนบาปใช้สติปัญญากับร่างกายทำความชั่วร้าย

            ในสมัยพระคัมภีร์เดิม พระเจ้าเลือกชนชาติอิสราเอลให้อยู่ในทางของพระองค์ ปัจจุบันใช้คริสเตียนเป็นตัวแทนพระคริสต์ คนที่กลับใจหันหลังให้บาป ดำเนินชีวิตอย่างคนของพระเจ้า ใช้สิ่งที่มีอยู่ในทางบริสุทธิ์ชอบธรรม ตามการทรงเรียกและการทรงนำ

            คริสเตียน ทำได้ เพราะถูกสร้างให้เป็นเช่นนั้น ทรงคอยช่วยเหลือและนำทาง

            สรุป โยบ.41 ทรงย้ำเตือนว่าพระองค์เหนือกว่ามนุษย์และไม่ต้องตอบแทนใคร สรรพสิ่งเป็นของพระองค์ อย่าต่อสู้ขัดขืน จงกลับมาหาพระเจ้า

 

คำถามหลังคำสอน:

            1) ท่านคิดว่าพระเจ้าทรงดีต่อท่านหรือไม่ อย่างไร

            2) จงอภิปราย คริสเตียนควรตอบสนองอย่างไรเมื่อตระหนักว่าพระเจ้ากำหนดชีวิต

------------------------

07/01/2569

บทเรียน 26 ความบริสุทธิ์อยู่เหนือความยุติธรรม

เพราะพระเจ้าบริสุทธิ์ สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ (บาป) จะถูกตัดขาดจากพระองค์ การนำคนบาปกลับมาต้องชำระให้บริสุทธิ์เสียก่อน

คำถามก่อนเรียน:

            1) จงอธิบายหลักการอวยพรกับการลงโทษของพระเจ้า โดยสังเขป

            2) พระเจ้าสามารถตีสอนด้วยความรักหรือไม่ จงอธิบาย

 

            เกริ่นนำ: เมื่อพูดถึงการไถ่จะเกี่ยวข้องกับความรักของพระเจ้า บทนี้อธิบายศาสนศาสตร์ (Theology) โดยยึดหลักความบริสุทธิ์ ชี้ลำดับความสำคัญของความบริสุทธิ์ ความรัก และความยุติธรม ดังนี้

ความบริสุทธิ์อยู่เหนือความยุติธรรม:

            หลักความบริสุทธิ์อยู่เหนือความยุติธรรม สามารถอธิบายดังนี้

1. ทำดีได้ผลดีตอบแทน ทำชั่วได้รับผลชั่ว

            ตรรกะความยุติธรรมของมนุษย์คือ ทำดีได้ผลดีตอบแทน ทำชั่วได้รับผลชั่ว

            พระเจ้ามีหลักการเรื่องตอบแทนตามความดีความชอบเช่นกัน ถ้าทำดีพระเจ้าอวยพร ทำบาปได้ผลบาป พระคัมภีร์มีคำสอนเช่นนี้มากมาย

ฉธบ.28:1-2

1 "ถ้าท่านทั้งหลายเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และระวังที่จะกระทำตามพระบัญญัติของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงตั้งท่านไว้ให้สูงกว่าบรรดาประชาชาติทั้งหลายทั่วโลก

2 พระพรเหล่านี้จะตามมาทันท่าน ถ้าท่านทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน

สดด.62:12 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า และความรักมั่นคงเป็นของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสนองมนุษย์ ตามการงานของเขา

            เมื่อแรกเริ่ม พระเจ้าสร้างอาดัมตามพระฉายา อาดัมไม่เจ็บป่วย เป็นอมตะ (อาดัมต้องเสียชีวิตหลังล้มลงในบาป) พระเจ้าให้อยู่ในสวนเอเดนที่ปราศจากบาป อยู่ดีมีสุข อาหารบริบูรณ์ ไม่ขัดสนใดๆ และสร้างเอวาให้เป็นคู่ครอง คนไม่ทำร้ายกัน 

            มนุษย์หลังอาดัมเอวาที่ล้มลงในบาป ต้องรับผลบาปด้วยกันทั้งสิ้น โลกจึงบิดเบี้ยว สังคมชั่วช้า ผู้คนโหดร้าย ทำบาปต่อกันและกัน ทุกคนที่เกิดมาคือคนบาป รับผลของบาป บางคนพิการแต่กำเนิด หลายคนเกิดในครอบครัวยากจน หาเช้ากินค่ำ อดมื้อกินมื้อ พ่อแม่ทะเลาะกันและทำร้ายบุตรหลาน ชุมชนคนบาปเป็นศูนย์รวมความชั่วร้าย เหล่านี้คือตัวอย่างผลความบาปที่สืบเนื่องจากปฐมกาล ผลจากพระเจ้าแช่งสาปเมื่ออาดัมเอวาทำบาปนั่นเอง เพราะพระเจ้ายุติธรรม ทำบาปต้องรับผลของบาป (ตอบแทนตามความชอบธรรม)

2. ความรักของพระเจ้าให้โอกาสคนบาป

            เมื่อมนุษย์ทำบาป ความยุติธรรม และ ความรัก ของพระเจ้าคือ ให้คนบาป ได้โอกาส กลับสู่ชีวิตปราศจากบาปอีกครั้ง (อาจพูดว่ากลับสู่สวนเอเดน เป็นเอเดนใหม่) โดยการไถ่ของพระคริสต์ ทรง ริเริ่มและทำด้วยพระองค์เอง

รม.5:8 แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา

            ความรักของพระเจ้าแสดงออกเป็นรูปธรรมด้วยการไถ่ของพระเยซู ทรงรักทุกคนแต่ไม่ใช่ทุกคนได้รับความรอด

            อธิบายขยายความ: พระเจ้าทรงรักทุกคน แต่ความรักของพระองค์ไม่ใช่การเอาใจหรือตามใจ เช่น ความรักพระองค์มิได้มีไว้เพื่อให้มนุษย์จมอยู่ในความบาป ผู้ที่รักบาปมากกว่าจึงไม่อาจอยู่กับพระองค์นิรันดร์

            ยกตัวอย่าง ซาโลมอน เดมาส ที่เคยเชื่อพระเจ้าแต่ไม่สามารถรักษาความรอด

            เดิมซาโลมอนรักและติดตามพระเจ้า แต่เมื่อชราหันไปกราบไหว้พระอื่น ไม่ได้ซื่อตรงต่อพระเจ้าเที่ยงแท้เพียงองค์เดียว ทำผิดข้อร้ายแรง การเชื่อศรัทธาพระเจ้าต้องเชื่อศรัทธาพระเจ้าเที่ยงแท้เพียงองค์เดียวเท่านั้น


(ภาพจากจินตนาการ: ซาโลมอนติดตามพระอื่น)

1พกษ.11:3-6

3 พระองค์ทรงมีมเหสีเจ็ดร้อย และนางห้ามสามร้อยและบรรดามเหสีของพระองค์ ก็ทรงหันพระทัยของพระองค์ไปเสีย

4 เพราะอยู่มาเมื่อซาโลมอนทรงพระชราแล้ว มเหสีของพระองค์ได้หันพระทัยของพระองค์ให้ไปตามพระอื่น และพระทัยของพระองค์หาได้ตรงทีเดียวต่อพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของพระองค์ ดังพระทัยของดาวิดราชบิดาของพระองค์ไม่

5 เพราะซาโลมอนทรงดำเนินตามพระอัชโทเรท พระแม่เจ้าของคนไซดอน และตามพระมิลโคม สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของคนอัมโมน

6 ซาโลมอนจึงทรงกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า และมิได้ทรงติดตามพระเจ้าอย่างเต็มพระทัย ดังดาวิดราชบิดาของพระองค์ได้ทรงกระทำมาแล้วนั้น

2ทธ.4:10 เพราะว่าเดมาสได้หลงรักโลกปัจจุบันนี้เสียแล้ว และได้ทิ้งข้าพเจ้าไปยังเมืองเธสะโลนิกา เครสเซนส์ได้ไปยังแคว้นกาลาเทีย ทิตัสได้ไปยังเมืองดาลมาเทีย

            คนเหล่านี้เป็นบุคคลในพระคัมภีร์ที่เตือนใจคริสเตียนถึงความสำคัญของการรักษาความรอด

            พระเจ้ารักทุกคนแต่ไม่ใช่ทุกคนได้รับความรอด

3. ต้องบริสุทธิ์จึงได้อยู่กับพระองค์

          เพราะพระเจ้าบริสุทธิ์ สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ (บาป) จะถูกทำลายหรือตัดขาดจากพระองค์ การนำคนบาปกลับมาต้องชำระให้บริสุทธิ์เสียก่อน ความรักของพระเจ้าเข้ามาเติมเต็มตรงนี้

            อธิบายขยายความ: ความบาปขัดขวางไม่ให้พบพระเจ้า พระองค์ไม่สถิตอยู่ด้วย

อสย.59:2 แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยก ระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และบาปของเจ้าทั้งหลายได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน

            คนบาป (ยังไม่กลับใจเชื่อพระเจ้า) คือผู้ที่ตายฝ่ายวิญญาณ หมายถึงจิตวิญญาณถูกตัดขาดจากพระเจ้า (เชื่อมต่อกับพระองค์ไม่ได้) คนที่ถูกพิพากษาลงนรกคือถูกตัดขาดจากพระองค์นิรันดร์

วว.20:14-15

14 แล้วความตาย และแดนมรณาก็ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ บึงไฟนี่แหละเป็นความตายครั้งที่สอง

15 และถ้าผู้ใดที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือชีวิต ผู้นั้นก็ถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ

            การกลับมาอยู่กับพระองค์ หรือกลับสู่ความบริสุทธิ์อีกครั้งจึงสำคัญยิ่งยวด

            ชีวิตใหม่ของผู้เชื่อ คือชีวิตที่ถูกแยกไว้เพื่อพระคริสต์ (อีกความหมายของคำว่าบริสุทธิ์) ได้อยู่กับพระองค์นิรันดร์

4. ความบริสุทธิ์อยู่เหนือความเป็นไปมนุษย์

            ดังนั้น ความบริสุทธิ์อยู่เหนือความยุติธรรม เป็นคำอธิบายว่าความบริสุทธิ์เหนือหลักการทำดีได้ดี-ทำชั่วได้ชั่วที่มนุษย์ได้รับ (ความบริสุทธิ์เป็นพระลักษณะข้อเอก ความยุติธรรมหรือการตอบแทนตามความดีความชอบเป็นหลักการรอง) ความบริสุทธิ์ของพระองค์อยู่เหนือมนุษย์ เหนือผลที่มนุษย์ได้รับ ทรงเป็นผู้สร้างและควบคุมสรรพสิ่ง

            สรรพสิ่งเป็นของพระองค์ ประสงค์สิ่งใดก็จะเป็นเช่นนั้น ไม่ติดหนี้ผู้ใดหรือต้องตอบแทนใคร

โยบ.41:11 ใครเล่าที่ให้อะไรเรา ซึ่งเราจะต้องตอบสนองเขา สิ่งใดๆ ที่อยู่ใต้ฟ้าสวรรค์ทั้งสิ้นก็เป็นของเรา

Who has a claim against me that I must pay? Everything under heaven belongs to me.

            ไม่ว่าโลกกับสรรพสิ่งเป็นเช่นไร พระเจ้าบริสุทธิ์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

            ทรงบริสุทธิ์เสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง สรรเสริญพระเจ้า

วว.4:8,11

8 สิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น แต่ละตนมีปีกหกปีก และมีตาอยู่รอบๆ และข้างในเต็มไปหมด และพวกเขาร้องตลอดวันตลอดคืนไม่ได้หยุดเลยว่า “บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ องค์พระผู้เป็นเจ้าคือพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ ผู้ทรงเป็นอยู่ และผู้ที่จะเสด็จมา”

11 “องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงสมควรที่จะได้รับพระสิริ พระเกียรติและฤทธานุภาพ เพราะว่าพระองค์ทรงสร้างสรรพสิ่ง และสรรพสิ่งก็ดำรงอยู่และถูกสร้างขึ้นตามพระประสงค์ของพระองค์”

5. สรุป

            เมื่อมนุษย์ทำบาปจึงถูกแยกจากพระองค์ (หลักความบริสุทธิ์) และต้องรับผลบาป (หลักความยุติธรรม) พระเจ้าเข้าช่วยด้วยการไถ่ (หลักความรัก) นำคนบาปคืนดีกับพระองค์อีกครั้ง การคืนดีคือเข้ารวมเป็นหนึ่งกับพระองค์อีกครั้ง (หลักความบริสุทธิ์)

            ดังนั้น หลักความบริสุทธิ์สำคัญลำดับแรก

คำถามหลังคำสอน:

            1) จงอภิปราย ท่านคิดว่าพระเจ้ายุติธรรมไหมที่บางคนเท่านั้นที่ได้รับความรอด

            2) ทำไมต้องรักพระเจ้าสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น จงอธิบายตามคำสอนบทเรียนนี้

------------------------

24/12/2568

About Me

            คำว่า บันทึกไบเบิล” (Bible Note) น่าจะเป็นชื่อตัวแทน Blog มากที่สุด

            เป้าหมายคือ นำเสนอบทความจากการศึกษาพระคัมภีร์ ช่วยให้เข้าใจศาสนศาสตร์ หลักข้อเชื่อสำคัญอย่างลึกซึ้ง ตรงประเด็น สามารถต่อยอด และนำไปประยุกต์ใช้ เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจทุกคน

            หลักการศึกษา ยึดพระคัมภีร์ทั้งเล่ม พยายามตีความให้ถูกต้องที่สุด ใช้เครื่องมือศึกษาพระคัมภีร์หลายอย่าง ทั้งนี้คำว่าถูกต้องที่สุดคือถูกต้องที่สุดตามการสำแดงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตามการเปิดเผยในแต่ละช่วงเวลา ตามบริบทที่เปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้บางบทความใน บันทึกไบเบิล” จึงมีการปรับปรุง อธิบายขยายความเพิ่มเติม

การแบ่งหมวดหมู่:

            ปัจจุบันแบ่งเป็น 4 หมวดหมู่

            1. บันทึกไบเบิล (Bible Note) หมวดหมู่แรกนี้ เป็นบทความศึกษาพระคัมภีร์ในเชิงศาสนศาสตร์ 

            2. ชีวิตทรงพลัง (A Powerful Life) เป็นคำสอนคริสเตียนสำหรับชีวิตประจำวัน ให้ข้อคิดสะกิดใจ นำไปใช้ได้ทันที

            3. สัมผัสพระเจ้า (Experiencing God, To touch God) เป็นบทความการสรรเสริญนมัสการ เหมาะสำหรับคนทั่วไปและผู้ที่รับใช้ด้านการสรรเสริญนมัสการ

            4. อื่นๆ หมวดสุดท้ายนี้รวมบทความ คำสอนเรื่องต่างๆ ที่ยังไม่จัดลงหมวดใดๆ



--------------


17/12/2568

Ep29 พระคริสต์นำสันติสุข (ลก.1:76-79)

จุดเริ่มต้นของสันติสุขคือเชื่อศรัทธาพระเยซู จากนั้นสารภาพบาปขอพระเมตตาเมื่อทำผิดพลาด เปลี่ยนแปลงชีวิตเพื่อสร้างชีวิตแห่งสันติสุข

            อ่าน ลก.1:76-79 พระเยซูมา “เพื่อจะนำเท้าของเราไปในทางสันติสุข”

ลก.1:76-79

76 ท่านทารกเอ๋ย เขาจะเรียกท่านว่าเป็นผู้เผยพระวจนะของผู้สูงสุด เพราะว่าท่านจะนำหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้า และจัดเตรียมมรรคาของพระองค์ไว้

And you, my child, will be called a prophet of the Most High; for you will go on before the Lord to prepare the way for him,

77 เพื่อจะให้ชนชาติของพระองค์มีความรู้ถึงความรอด ที่มาทางการทรงยกบาปของเขา

to give his people the knowledge of salvation through the forgiveness of their sins,

78 โดยพระทัยเมตตากรุณาแห่งพระเจ้าของเรา แสงอรุณจากเบื้องสูงจึงมาเยี่ยมเยียนเรา

because of the tender mercy of our God, by which the rising sun will come to us from heaven

79 ส่องสว่างแก่คนทั้งหลายผู้อยู่ในที่มืด และในเงาแห่งความมรณา เพื่อจะนำเท้าของเราไปในทางสันติสุข"

to shine on those living in darkness and in the shadow of death, to guide our feet into the path of peace.”

            พระวจนะอื่นๆ ที่พูดถึงเรื่องนี้ เช่น

ฟป.4:9 จงกระทำทุกสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้และได้รับไว้ ได้ยิน และได้เห็นในข้าพเจ้าแล้ว และพระเจ้าแห่งสันติสุขจะทรงสถิตกับท่าน

Whatever you have learned or received or heard from me, or seen in me—put it into practice. And the God of peace will be with you.

            ฟป.4:9 ใช้คำว่า “พระเจ้าแห่งสันติสุข” (God of peace) ชี้ว่าสันติสุขอยู่กับพระองค์ เป็นพระลักษณะหนึ่ง

อฟ.2:14 เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นสันติสุขของเรา เป็นผู้ทรงกระทำให้ทั้งสองฝ่ายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และทรงรื้อกำแพงที่กั้นระหว่างสองฝ่ายลง

For he himself is our peace, who has made the two groups one and has destroyed the barrier, the dividing wall of hostility,

            “For he himself is our peace”

(YouTube: Christ Brings Peace)

เหตุที่คริสเตียนมีสันติสุขจากพระคริสต์ 3 ประการ

            จาก ลก.1:76-79

1. พระเจ้าประทานความรอด

77 เพื่อจะให้ชนชาติของพระองค์มีความรู้ถึงความรอด ที่มาทางการทรงยกบาปของเขา

to give his people the knowledge of salvation through the forgiveness of their sins,

            เวลาคริสเตียนพูดถึงสันติสุข จะต้องเริ่มด้วยการพูดเรื่องเชื่อศรัทพระเจ้า เพราะความรอดคือจุดเริ่มของสันติสุข พูดง่ายๆ เป็นคริสเตียนแล้วจะมีสันติสุข

            เพราะความบาปทำให้เราขาดสันติสุข เมื่อตายแล้วต้องลงนรกบึงไฟ ไม่มีใครช่วยให้เราพ้นนรกได้ มีแต่พระเยซูคริสต์เท่านั้น

รม.6:23 เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

For the wages of sin is death, but the gift of God is eternal life in Christ Jesus our Lord.

2. พระเจ้าเมตตา

78 โดยพระทัยเมตตากรุณาแห่งพระเจ้าของเรา แสงอรุณจากเบื้องสูงจึงมาเยี่ยมเยียนเรา

because of the tender mercy of our God, by which the rising sun will come to us from heaven

            ทุกคนทำบาป แม้กระทั่งคริสเตียนบางครั้งทำบาป เมื่อทำบาปต้องรับผลของบาป ทำให้ขาดสันติสุข ดังนั้น แม้เป็นคริสเตียนก็อาจขาดสันติสุขในบางเวลา

            เพราะเจ้าเมตตาช่วยเรา ด้วยการให้เราสารภาพบาป เพื่อพระองค์จะให้อภัย

รม.8:1 เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลายที่อยู่ในพระเยซูคริสต์

Therefore, there is now no condemnation for those who are in Christ Jesus,

            ทุกครั้งที่ทำบาปจึงต้อง “สารภาพบาป” เพื่อจะมีสันติสุขอีกครั้ง

3. พระเจ้าประทานความสว่าง

79 ส่องสว่างแก่คนทั้งหลายผู้อยู่ในที่มืด และในเงาแห่งความมรณา เพื่อจะนำเท้าของเราไปในทางสันติสุข"

to shine on those living in darkness and in the shadow of death, to guide our feet into the path of peace.”

            พระเยซูมา “เพื่อจะนำเท้าของเราไปในทางสันติสุข” คือเปลี่ยนวิถีชีวิต เดินอยู่ในทางแห่งความบริสุทธิ์ ทำให้เราไม่ทำบาป

            ข้อคิด: แทนที่จะอธิษฐานสารภาพบาป แทนที่จะอธิษฐานขอโน่นขอนี่ ถ้าผู้เชื่อดำเนินชีวิตในทางพระเจ้า พระองค์จะอวยพร ชีวิตมีสันติสุข ... ดีกว่าไหมถ้าเราเปลี่ยนแปลงชีวิต

 

            ข้อคิด: จริงหรือไม่คนมากมายทำบาป โดยที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำบาป จึงรับผลของบาป ชีวิตไม่มีสันติสุข หลายคนพยายามแก้ไขแต่หากทางออกไม่เจอ ไม่พบสันติสุขแท้

สรุป ทางออก 3 ข้อเพื่อชีวิตที่มีสันติสุข คือ 

            1. เชื่อศรัทธาพระเจ้า เป็นจุดเริ่มของสันติสุข

            2. รับพระเมตตา รับการอภัยเมื่อทำบาป รักษาสันติสุข

            3. ดำเนินชีวิตในทางพระเจ้า ช่วยให้ไม่ทำบาป และพระเจ้าสถิตกับเรา

            คำถาม: ท่านคิดว่าท่านต้องทำอะไรเพิ่มเติมจึงจะมีสันติสุขมากขึ้น

รม.8:1 เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลายที่อยู่ในพระเยซูคริสต์

Therefore, there is now no condemnation for those who are in Christ Jesus,

-----------------