การอ่านพระคัมภีร์อาจเน้นว่าคือรับคำสั่งสอน การอธิษฐานคือการทูลขอความช่วยเหลือ แต่ในอีกมุมคือการใกล้ชิดพระเจ้า
ธรรมบัญญัติสอนให้รู้ดีรู้ชั่วแต่คนมักไม่สามารถปฏิบัติตามอย่างสมบูรณ์
การทูลขออาจหมกมุ่นอยู่กับตัวเอง ความต้องการส่วนตัว
แต่ถ้าทำสิ่งเหล่านี้เพื่อเข้าใจพระเจ้า ใกล้ชิดพระองค์
พระวิญญาณจะเปลี่ยนชีวิตเอง ทรงเข้ามาดูแลทั้งชีวิต
ใกล้ชิดพระเจ้าแล้วชีวิตเปลี่ยน:
กรณีตัวอย่างโยเซฟ
โยเซฟถูกจับขายตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นไปอยู่อียิปต์
ที่นั่นไม่มีใครสอนหลักการพระเจ้าให้โยเซฟ (ในสมัยนั้นยังไม่มีธรรมบัญญัติ)
ท่านอยู่ล้อมรอบด้วยคนอียิปต์ ศาสนาของอียิปต์ แต่ท่านสามารถเป็นคนของพระเจ้า
ทำการยิ่งใหญ่ เพราะพระวิญญาณสถิตอยู่ด้วย ข้อนี้เล็งถึงการใกล้ชิดติดสนิทพระเจ้า
ปฐก.37:5-10
5 คราวหนึ่งโยเซฟฝัน แล้วเล่าให้พวกพี่ชายฟัง
พวกพี่ชายยิ่งชังโยเซฟมากขึ้น
6 โยเซฟเล่าว่า
"ฟังความฝันซึ่งฉันฝันเห็นซิ
7 พวกเรากำลังมัดฟ่อนข้าวอยู่ในนา ทันใดนั้น
ฟ่อนข้าวของฉันตั้งขึ้นยืนตรง แต่ฟ่อนข้าวของพวกพี่ๆ
มาแวดล้อมกราบไหว้ฟ่อนข้าวของฉัน"
8 พวกพี่ชายจึงถามโยเซฟว่า
"เจ้าจะปกครองเรากระนั้นหรือ เจ้าจะมีอำนาจครอบครองเราหรือ"
พวกพี่ชายก็ยิ่งชังโยเซฟมากขึ้นอีกเพราะความฝัน และเพราะคำของเขา
9 ต่อมาโยเซฟก็ฝันอีก จึงเล่าให้พี่ชายฟังว่า
"ฉันฝันอีกครั้งหนึ่ง เห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์
และดาวสิบเอ็ดดวงกำลังกราบไหว้ฉัน"
10 เมื่อเล่าให้บิดาและพวกพี่ชายกับน้องฟัง
บิดาก็เตือนโยเซฟว่า "ความฝันที่เจ้าได้ฝันเห็นนั้นหมายความว่าอะไร
เรากับมารดาและพี่น้องของเจ้าจะมาซบหน้าลงถึงดินกราบไหว้เจ้ากระนั้นหรือ"
ในขณะนั้นโยเซฟอายุ 17 ปี ไม่ค่อยรู้พระเจ้า
ยังไม่ประสีประสาอะไรมาก พระเจ้าสำแดงต่อโยเซฟอย่างที่เขาพอจะเข้าใจ
ปฐก.39:21-23
21 แต่ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟ
และทรงสำแดงความรักมั่นคงแก่เขา ทรงโปรดให้พัศดีเมตตาปรานีเขา
22
พัศดีก็มอบนักโทษทั้งปวงที่ในเรือนจำไว้ในความดูแลของโยเซฟ
การงานที่ทำในที่นั้นทุกอย่างโยเซฟเป็นผู้รับผิดชอบ
23 พัศดีไม่ได้เอาใจใส่การงานใดๆ ที่โยเซฟดูแล
เพราะเหตุพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน และการงานใดๆ
ที่ท่านกระทำพระเจ้าก็ทรงโปรดให้เจริญ
ปฐก.41:16
โยเซฟจึงทูลตอบฟาโรห์ว่า "การแก้ฝันมิได้อยู่ที่ข้าพระบาท
พระเจ้าต่างหากจะประทานคำตอบอันควรแก่ฟาโรห์"
ปฐก.41:38 ฟาโรห์ตรัสกับบรรดาข้าราชการว่า
"เราจะหาคนที่มีพระวิญญาณพระเจ้าอยู่ในตัวเหมือนคนนี้ได้หรือ"
"เราจะหาคนที่มีพระวิญญาณพระเจ้าอยู่ในตัวเหมือนคนนี้ได้หรือ"
(ขีดเส้นใต้ 2 เส้น)
โยเซฟทำงานรับใช้ฟาโรห์เมื่ออายุ 30 ปี
ปฐก.41:46 เมื่อโยเซฟเข้าเฝ้าฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์นั้น
ท่านอายุได้สามสิบปีแล้วท่านก็ออกจากที่เข้าเฝ้าฟาโรห์เที่ยวไปทั่วประเทศอียิปต์
ช่วงเวลา
13 ปีจากอายุ 17 ถึง 30 ท่านใกล้ชิดพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทรงนำและเปลี่ยนชีวิตที่ภายใน
นิมิตที่ครั้งหนึ่งเป็น ‘ความฝัน’ ในที่สุดเป็น ‘ความจริง’
ปฐก.45:7-8
7 พระเจ้าทรงใช้เรามาก่อนพี่
เพื่อสงวนคนที่เหลือส่วนหนึ่งบนแผ่นดินไว้ให้พี่
และช่วยชีวิตของพี่ไว้ด้วยการช่วยกู้อันใหญ่หลวง {หรือ
"และช่วยคนที่รอดตายเป็นอันมากให้คงชีวิตอยู่เพื่อท่าน"}
8 ฉะนั้นมิใช่พี่เป็นผู้ให้เรามาที่นี่
แต่พระเจ้าทรงให้มา พระองค์ทรงโปรดให้เราเป็นเหมือนตัวบิดาฟาโรห์
เป็นเจ้าในราชวังทั้งสิ้น และเป็นผู้ครอบครองประเทศอียิปต์ทั้งหมด
ชีวิตโยเซฟไม่ได้เปลี่ยนเพราะพยายามทำตามคำสอน
(ท่านไม่เคยอ่านธรรมบัญญัติ – ในสมัยนั้นยังไม่มีธรรมบัญญัติ ทั้งยังล้อมรอบด้วยคนต่างความเชื่อ)
ท่านเป็นคนที่พระองค์ทรงเลือกและสถิตอยู่ด้วย ในเวลาต่อมาความใกล้ชิดติดสนิทพระวิญญาณ
ทำให้ชีวิตเปลี่ยน เป็นการเปลี่ยนจากภายในโดยแท้
โยเซฟไม่ได้พยายามทำตามธรรมบัญญัติ ท่านใกล้ชิดพระเจ้า (ขีดเส้นใต้ 2
เส้น)
สำแดงผลพระวิญญาณ:
การใกล้ชิดติดสนิทพระคริสต์จะช่วยสำแดงผลพระวิญญาณ
กท.5:22-23
22 ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก
ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ
But the fruit of the Spirit is love, joy, peace,
forbearance, kindness, goodness, faithfulness,
23 ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน
เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย
gentleness and self-control. Against such things there is no
law.
พระคัมภีร์ตอนนี้กำลังเอ่ยถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ในคริสเตียนผู้เชื่อ
กท.5:17-18
17 แต่ถ้าพระวิญญาณทรงนำท่าน
ท่านก็จะไม่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ
18 เพราะว่าความต้องการของเนื้อหนังต่อสู้พระวิญญาณ
และพระวิญญาณก็ต่อสู้เนื้อหนัง เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกัน
ดังนั้นสิ่งที่ท่านทั้งหลายปรารถนาทำจึงกระทำไม่ได้
พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ากับความบาปไม่ได้
จะขัดแย้งกันต่อสู้กัน เพราะความต้องการของเนื้อหนังในที่นี้หมายถึงความบาป
รม.8:7-9
7 เหตุว่าใจซึ่งปักอยู่กับเนื้อหนังนั้นก็เป็นศัตรูต่อพระเจ้า
หาได้อยู่ใต้บังคับธรรมบัญญัติของพระเจ้าไม่
และที่จริงจะอยู่ใต้บังคับธรรมบัญญัตินั้นไม่ได้
8 และคนทั้งหลายที่อยู่ใต้เนื้อหนัง
จะเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้าก็หามิได้
9 ถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลายจริงๆ
แล้วท่านก็มิได้อยู่ใต้เนื้อหนัง แต่อยู่ใต้พระวิญญาณ
ผู้ใดไม่มีพระวิญญาณของพระคริสต์ ผู้นั้นก็ไม่เป็นของพระองค์
คริสเตียนที่มีพระวิญญาณสถิตด้วยจะสำแดงผลพระวิญญาณ
ผลพระวิญญาณจึงไม่ได้มาจากความพยายามของผู้เชื่อ
(แม้คริสเตียนต้องพยายามปฏิบัติให้เกิดผลดังกล่าว) เนื้อแท้แล้วมาจากการเคลื่อนไหว
การสำแดงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่มีใครสามารถบังคับพระองค์ให้ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้
“ถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลายจริงๆ”
(รม.8:9ก)
คนที่ใกล้ชิดติดสนิทพระเจ้าย่อมสำแดงผลที่พระวิญญาณสถิตกับเขา
ผู้นั้นจะทำบาปน้อยลง สำแดงพระคริสต์มากขึ้นตามลำดับ ไม่ใช่ด้วยพยายามส่วนตัวอย่างเดียว
(แม้ต้องพยายามทำส่วนของตัวเองด้วย โยเซฟรับผิดชอบหน้าที่อย่างดี) สำคัญที่มาจากการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณผู้เปลี่ยนชีวิตของผู้นั้น
บางคนช้าบางคนเร็ว แต่ชีวิตจะเปลี่ยนเหมือนพระคริสต์มากขึ้น
ตราบเท่าที่ผู้นั้นติดสนิทเบื้องบน ชีวิตเปลี่ยนจากภายใน
ชีวิตจะเปลี่ยนเหมือนพระคริสต์มากขึ้น ตราบเท่าที่ผู้นั้นติดสนิทเบื้องบน
ชีวิตเปลี่ยนจากภายใน
---------------------


