22/05/2569

Ep31 ให้หรือทำถวายแด่พระเจ้าไม่ใช่มนุษย์

คริสเตียนอยากได้พระพร อยากให้พระเจ้าอวยพร บางคนพยายามทำความดีช่วยคนอื่น แต่ได้ผลน้อยหรือบางครั้งไม่ได้ผลเลย ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาให้หรือทำผิดวิธี ที่ถูกต้องคือต้องให้หรือทำถวายแด่พระเจ้า ไม่ใช่มนุษย์

เหตุที่ได้รับการอวยพรน้อย:

คส.3:23-25

23 ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใด ก็จงทำด้วยความเต็มใจเหมือนกระทำถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่เหมือนกระทำแก่มนุษย์

24 ท่านรู้ว่าท่านจะได้รับมรดกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นบำเหน็จ ท่านปรนนิบัติพระคริสตเจ้าอยู่

25 ส่วนผู้ที่ทำความผิดก็จะได้รับผลตามความผิดที่เขาได้ทำนั้น และไม่มีการทรงเห็นแก่หน้าผู้ใดเลย

            คริสเตียนรู้ว่าต้องรักเพื่อนบ้าน ต้องรักพี่น้องคริสเตียน แต่บางคนเลือกรักหรือทำดีต่อบางคนเท่านั้น หรือรักคนหนึ่งมากกว่าอีกคน

            คำถาม: พระเจ้าสอนให้เลือกที่รักมักที่ชังหรือ

            บางคนจะตอบว่าเพราะบางคนน่ารักกว่า บางคนรักไม่ลง

            แต่พระคัมภีร์สอนว่าจงรักศัตรู ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่แค่พี่น้องคริสเตียนหรือคนที่น่ารักเท่านั้น แม้กระทั่งเป็นศัตรูท่านก็ต้องรัก ต้องทำดีต่อเขา

ลก.6:27-28

27 "แต่เราบอกท่านทั้งหลายที่กำลังฟังอยู่ว่า จงรักศัตรูของท่าน จงทำดีแก่ผู้ที่เกลียดชังท่าน

28 จงอวยพรแก่คนที่แช่งด่าท่าน จงอธิษฐานเพื่อคนที่เคี่ยวเข็ญท่าน

            จงรักศัตรูของท่าน จงทำดีแก่ผู้ที่เกลียดชังท่าน

คำสอนเรื่องการให้:

            พระเจ้าสอนเรื่องการให้ใน 2คร.9:5-9 ดังนี้

2คร.9:5-9

5 เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงเห็นว่า สมควรจะวิงวอนให้พี่น้องเหล่านั้นไปหาท่านก่อนข้าพเจ้า และให้จัดเตรียมทานของท่านไว้ ตามที่ท่านได้สัญญาไว้แล้ว เพื่อทานนั้นจะมีอยู่พร้อม และจะเป็นทานที่ให้ด้วยใจศรัทธา มิใช่ให้ด้วยการฝืนใจ

6 นี่แหละคนที่หว่านเพียงเล็กน้อยก็จะเกี่ยวเก็บได้เพียงเล็กน้อย คนที่หว่านมากก็จะเกี่ยวเก็บได้มาก

7 ทุกคนจงให้ตามที่เขาได้คิดหมายไว้ในใจ มิใช่ให้ด้วยนึกเสียดาย มิใช่ให้ด้วยการฝืนใจ เพราะว่าพระเจ้าทรงรักคนนั้นที่ให้ด้วยใจยินดี

8 และพระเจ้าทรงฤทธิ์อาจประทานของดีทุกสิ่งอย่างอุดมแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียงพอสำหรับตัวเสมอ ทั้งจะมีสิ่งของบริบูรณ์สำหรับงานที่ดีทุกอย่างด้วย

9 ตามที่พระคัมภีร์ได้เขียนไว้ว่า เขาแจกจ่าย เขาให้แก่คนยากจน ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์

            1) ให้ด้วยศรัทธา (พระเจ้า) ไม่ใช่ด้วยการฝืนใจ (5)

            หลักเบื้องต้นคือให้เพราะเชื่อศรัทธาพระเยซู ให้เพราะทำตามคำสอนด้วยความยำเกรง ไม่ใช่เพราะรักหรือชอบใครเป็นการส่วนตัว หรือหวังผลประโยชน์ใดๆ จากมนุษย์

            2) ให้น้อยได้น้อย ให้มากได้กลับคืนมาก (6)

            บางครั้งเราหวง ไม่อยากให้มาก แต่ถ้าให้น้อยก็จะได้รับการอวยพรน้อยเหมือนกัน ตามหลักการหว่านสิ่งใดเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น หว่านมากได้มาก หว่านน้อยได้น้อย

            3) “พระเจ้าทรงรักคนนั้นที่ให้ด้วยใจยินดี” (7)

            แสดงว่าการให้แบบฝืนใจ นึกเสียดาย อาจได้ผลน้อยหรือไม่ได้ผลเลย ในทางกลับกันคนที่พระเจ้า “รัก” คนนั้นจะได้ทุกสิ่ง พระองค์จะดูแลเขาทั้งชีวิต (8ข)

            สิ่งที่ให้อาจดูเล็กน้อยในสายตาคนอื่น แต่ถ้าให้อย่างถูกต้อง พระเจ้าจะดูแลเขาทั้งชีวิต (ขีดเส้นใต้ 2 เส้น)

            พระเจ้าต้องการให้เราทำความดีด้วยความรักห่วงใย (ที่มาจากพระองค์ - ผู้เชื่อสำแดงความรักของพระเจ้า) มากกว่าทำเพราะหวังประโยชน์ตอบแทนจากมนุษย์ ทรงมองว่าท่าทีภายในของเราที่รักห่วงใยคนสำคัญกว่า

            อธิบายขยายความ: ประเด็นไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งที่ให้ ให้มากให้น้อย มีคนได้รับได้ประโยชน์ สำคัญที่ผู้ให้สำแดงตนว่าเขาเชื่อศรัทธาพระเจ้า สำแดงความเชื่อศรัทธาด้วยการให้

            4) พระเจ้าจะคืนให้ พระองค์ไม่เป็นหนี้ผู้ใด (8)

            เพราะว่าแท้จริงแล้ว เราไม่ได้ให้มนุษย์แต่ถวายแด่พระเจ้าต่างหาก พระองค์จะคืนให้ครบถ้วน ดังคำกล่าวว่า พระเจ้าไม่โกงผู้ใดเพราะพระองค์โกงไม่เป็น

            5) “ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์” (9)

2คร.9:9 ข พูดซ้ำสดด.112:9

สดด.112:9 เขาแจกจ่าย เขาได้ให้แก่คนยากจน ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์ เขาจะมีอำนาจและเกียรติ

            ท้ายที่สุดการให้ไม่เพียงได้รับการอวยพรในโลกนี้เท่านั้น จะส่งผลต่อโลกหน้าหรือชีวิตนิรันดร์ การให้ไม่ได้ตัดสินเรื่องความรอด แต่สำแดงชีวิตที่เปลี่ยนแปลง

            คนที่มั่นใจในความรอด ได้รับความรักจากพระเจ้า ผู้นั้นจะให้ออกไป แจกจ่ายอย่างกว้างขวางด้วยใจยินดี ทำดีต่อทุกคน ตอบสนองคำสอนเรื่องรักเพื่อนบ้าน รักพี่น้องคริสเตียน รักทุกคนแม้กระทั่งศัตรู

            ผู้มีสติปัญญาจะไม่ก้มหน้ามองหาเศษเงินของโลกนี้ แต่จะเงยหน้ามองไปสู่นิรันดร

            สรุป: ถ้าอยากได้รับการอวยพร จงให้ออกไปแก่ทุกคน ตาม 2คร.9:5-9

            พระพรกำลังรอท่านอยู่ไม่ใช่หรือ ท่านจะรอช้าอยู่ไย

-----------------

 

13/05/2569

Ep30 พระวิญญาณผู้เปลี่ยนชีวิต

เป็นอย่างนี้ไหมอยากเลิกนิสัยบางอย่าง พยายามหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ พระคัมภีร์ให้เคล็ด (ไม่) ลับ จงพึ่งพาพระวิญญาณ พระวิญญาณบริสุทธ์ช่วยเปลี่ยนชีวิต นี่คือพระสัญญาของพระเจ้า

อสค.36:25-28

25 เราจะเอาน้ำสะอาดพรมเจ้า และเจ้าจะสะอาดพ้นจากมลทินทั้งหลายของเจ้า และเราจะชำระเจ้าจากรูปเคารพทั้งหลายของเจ้า

26 เราจะให้ใจใหม่แก่เจ้าและเราจะบรรจุจิตวิญญาณใหม่ไว้ในเจ้า เราจะนำใจหินออกไปเสียจากเนื้อของเจ้า และให้ใจเนื้อแก่เจ้า

27 และเราจะใส่วิญญาณของเราภายในเจ้าและกระทำให้เจ้าดำเนินตามกฎเกณฑ์ของเรา และให้รักษากฎหมายของเราและกระทำตาม

28 เจ้าจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินซึ่งเราให้แก่บรรพบุรุษของเจ้า และเจ้าจะเป็นประชากรของเราและเราจะเป็นพระเจ้าของเจ้า

            อสค.36:25-28 พระเจ้าสัญญาว่าพระองค์สามารถเปลี่ยนใจหิน ใจที่ไม่อยากตอบสนอง ให้เป็นใจเนื้อที่อ่อนนุ่ม ที่มีชีวิต และเป็นชีวิตของพระวิญญาณที่อยู่ในเรา

1) แรงบันดาลใจ VS พระวิญญาณ

            เป็นความจริงที่ว่าแรงบันดาลใจ (motive) ที่มากพอสามารถเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนนิสัย ส่วนจะยั่งยืนหรือไม่ขึ้นกับว่าสามารถรักษาแรงจูงใจได้หรือไม่ สามารถสร้างนิสัยใหม่แทนนิสัยเดิมหรือไม่

            กรณีตัวอย่าง เลิกบุหรี่ได้เพราะ?

            คริสเตียนหลายคนเป็นพยานว่ามารับเชื่อศรัทธาพระเยซูแล้วสามารถเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ แล้วโดนสวนกลับว่าไม่เชื่อพระเจ้าก็เลิกบุหรี่ได้ ถ้าจะเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ไม่จำเป็นต้องมาเชื่อพระเจ้าก็ได้

            คำถาม: สิ่งที่เขาพูดขัดแย้งกับความเชื่อของคริสเตียนหรือไม่

            คำตอบ: สิ่งที่เขาพูดไม่ขัดแย้งกับหลักข้อเชื่อของคริสเตียน เพราะคนเราหากมีแรงบันดาลใจมากพอ ก็สามารถทำบางสิ่งหรือหลายสิ่งได้

            ตัวอย่าง นาย ก เป็นนักมวยตั้งเป้าต้องการรางวัลโอลิมปิก เขาเคยชกแพ้หลายครั้ง ท้อใจหลายครา แต่เขายืนหยัดลุกขึ้นสู้ และได้รางวัลโอลิมปิกในที่สุด นาย ก มีแรงบันดาลใจมากจนบรรลุเป้าหมาย

            ตัวอย่าง ขณะหนุ่มที่กำลังจีบสาวก็ตามไปรับไปส่งเช้าเย็นไม่ขาด แม้ว่ารถติด ฝนตกแดดออก เพราะมีแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้าที่จะพิชิตใจสาวให้จงได้ แต่คู่นี้จะรักษาความรักหวานชื่นได้หรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่อง

            จึงเป็นความจริงที่แรงบันดาลใจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมกับนิสัยได้ แต่พระเจ้าต้องการให้เราเปลี่ยนเพราะเรารับพระเจ้าเข้ามาในชีวิต

2) การเปลี่ยนแปลงที่เกินธรรมชาติ

            ชีวิตคริสเตียนไม่ได้เปลี่ยนด้วยความพยายามของตัวเองเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกินธรรมชาติ เป็นการอัศจรรย์ที่ทรงเปลี่ยนแปลงเรา  

            คริสเตียนคนหนึ่งเล่าคำพยานของตนเองว่า เขาเกิดมาในชีวิตที่วนเวียนกับเหล้าและวงเหล้า เมื่อมาเชื่อพระเจ้าก็ยังต้องไปร่วมสังสรรค์กับเพื่อนในวงเหล้าบ้าง แต่อยู่ดีๆ วันหนึ่งขณะอยู่ในวงเหล้า เสียงหนึ่งในใจก็ดังขึ้นว่า เราไม่ได้สร้างเจ้าเพื่ออยู่ในวงเหล้า คริสเตียนคนนี้เดินออกจากวงเหล้าดื้อๆ อย่างนั้นเลย และไม่มีใจอยากเข้าไปอีกเลยนับจากวันนั้นเป็นต้นมา

            ข้อสังเกต คริสเตียนคนนี้ไม่ได้ใช้ความพยายามในการเลิกเหล้า แต่มาจากการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์

3) ที่เราไม่เปลี่ยนเพราะยังไม่ยอมเปลี่ยน

            บางคนพูดบ่อยว่าอยากเปลี่ยนแปลงชีวิต อยากเปลี่ยนแปลงเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ทำไม่ได้เสียที

            เป็นไปได้หรือไม่ที่เราไม่เปลี่ยนเพราะลึกๆ แล้วยังไม่ยอมเปลี่ยน ถ้าเหตุผลมาจากเรื่องนี้ ทางออกคืออธิษฐานขอกำลังจากพระเจ้าให้เราตัดสินใจเลิกบาป (ไม่รักบาป)

รม.12:2 อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม

Do not conform any longer to the pattern of this world, but be transformed by the renewing of your mind. Then you will be able to test and approve what God's will is-his good, pleasing and perfect will.

            บางคนไม่อยากเปลี่ยนเพราะเห็นว่าที่เป็นอยู่ดีแล้ว รม.12:2 ทรงสัญญาว่าการเปลี่ยนแปลงนำผลดีมากกว่า – “Then you will be able to test and approve what God's will is-his good,” – ต้องละทิ้งของเก่าก่อนจึงสามารถเข้าถึงสิ่งที่ดีกว่าที่ทรงจัดเตรียมไว้

            อย่าหวงชีวิตเก่าแต่จงยอมรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อดำเนินในชีวิตใหม่ที่ดีกว่า

สรุป:

            การพึ่งพาพระองค์ให้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องพยายามเลย บ่อยครั้งต้องทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน คือ ทำส่วนของเรากับพระเจ้าทำส่วนของพระองค์ ส่วนของเราคือต้องตัดสินใจเปลี่ยนจริงๆ พยายามทำตามคำสอนของพระเจ้า

            คริสเตียนที่พึ่งตนเองอาจทำได้บางอย่าง แต่โดยพระเจ้าเราทำได้ทุกอย่าง

            ขอให้เราอธิษฐานรับการเปลี่ยนแปลงที่มาจากพระเจ้า ให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ช่วยเรา ชำระใจของเรา สร้างเราขึ้นมาใหม่ให้เป็นเหมือนพระองค์

            ยิ่งเปลี่ยนจะยิ่งรู้ว่าชีวิตทรงพลังมากขึ้น

-----------------