24/02/2569

บทเรียน 28 รางวัลกับโทษหลังการทดสอบทดลอง (โยบ.42)

โยบคือตัวอย่างผู้เชื่อในพระคัมภีร์ที่ผ่านการทดสอบทดลอง เพื่อรับศักดิ์ศรียิ่งขึ้น ทรงมอบบททดสอบที่เหมาะสมกับท่านแล้ว


คำถามก่อนเรียน:

            1) การทดสอบทดลองตามความหมายพระคัมภีร์หมายถึงอย่างไร อธิบายพอสังเขป

            2) คิดว่าตัวเองกำลังเผชิญการทดสอบทดลองหรือไม่ อย่างไร

  รางวัลกับโทษหลังการทดสอบทดลอง (โยบ.42)

            ในที่สุดหลังการทดสอบทดลอง พระเจ้าประทานรางวัลกับโทษ โยบกับเพื่อนทั้ง 3 กลับใจใหม่ ดังนี้

1. เข้าใจและยอมรับพระเจ้า

            โยบ.42:1-6 เป็นการพูดตอบโต้ระหว่างโยบกับพระเจ้าในช่วงสุดท้าย หลังพระเจ้าตอบคำถามโยบ อธิบายอย่างละเอียด

โยบ.42:1-5

1 แล้วโยบทูลพระเจ้าว่า

Then Job replied to the LORD:

2 "ข้าพระองค์ทราบแล้วว่า พระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้ และพระประสงค์ของพระองค์ จะไม่หดหู่ไปได้เลย

“I know that you can do all things; no purpose of yours can be thwarted.

3 "นี่ใครหนอที่ซ่อนคำปรึกษาด้วยไร้ความรู้ "เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงกล่าวถึงสิ่งที่ข้าพระองค์ไม่เข้าใจ สิ่งที่ประหลาดเกินแก่ข้าพระองค์ ซึ่งข้าพระองค์ไม่ทราบ

You asked, ‘Who is this that obscures my plans without knowledge?’ Surely I spoke of things I did not understand, things too wonderful for me to know.

4 "ฟังซี เราจะพูด เราจะถามเจ้า ขอเจ้าตอบเรา"

You said, ‘Listen now, and I will speak; I will question you, and you shall answer me.’

5 ข้าพระองค์เคยได้ยินถึงพระองค์ด้วยหู แต่บัดนี้ตาของข้าพระองค์เห็นพระองค์

My ears had heard of you but now my eyes have seen you.

            โยบ.42:3-5 เป็นถ้อยคำของพระเจ้าที่กล่าวทวนคำพูดของโยบที่สงสัย อยากได้คำตอบ และได้คำตอบในที่สุด โดยที่ทรงมาตอบด้วยพระองค์เอง

            โยบกล่าวเป็นข้อสรุปว่า “พระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้” พระประสงค์ของพระองค์จะสำเร็จ

            อธิบายขยายความ: พระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้” กับพระประสงค์ของพระองค์จะสำเร็จ เป็นข้อสรุปในหลายเรื่อง เช่น

            1) ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยง องค์ผู้สูงสุด ทรงฤทธิ์อำนาจเหนือนามใดๆ

            2) ทุกสิ่งเกิดขึ้น เป็นไป ดำรงอยู่และสิ้นสุดตามน้ำพระทัย ทรงกำหนดไว้แล้ว

            3) ชีวิตทุกคนอยู่ภายใต้น้ำพระทัย มนุษย์สามารถคิดตัดสินใจ แต่สุดท้ายทุกอย่างเป็นไปตามน้ำพระทัย ทางเลือกดีที่สุดจึงต้องเลือกให้อยู่ในน้ำพระทัย ผู้เชื่อทุกคนจะได้รับบททดสอบทดลอง

2. กลับใจ

            แบ่งเป็น 2 กรณีคือ โยบกับเพื่อนโยบ

            2.1 ความเข้าใจและยอมรับนำสู่การกลับใจ

            โยบ.42:6 เป็นการกลับใจของโยบ ยอมรับว่าทำบาปและกลับใจ

โยบ.42:6 ฉะนั้นข้าพระองค์จึงเกลียดตนเอง และกลับใจอยู่ในผงคลีและขี้เถ้า"

Therefore I despise myself and repent in dust and ashes.”

            การกลับใจสำคัญ เป็นจุดเริ่มของการได้รับรางวัลทั้งหมด 

            คำอธิบายขยายความ:

            เรื่องราวของโยบตอกย้ำความสำคัญเรื่องความเข้าใจและยอมรับพระองค์ โยบที่ไม่เข้าใจนำสู่ความสงสัย จากความสงสัยนำสู่ความไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่นพระองค์ ทรงนับว่าความไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่นพระองค์เป็นบาป

            ความไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่นพระองค์เป็นบาป (ขีดเส้นใต้ 2 เส้น)

            พระเจ้าไม่ต้องการให้ผู้เชื่อสงสัยไม่เชื่อมั่นพระองค์ เพราะความไม่เชื่อมั่นทำให้สงสัยว่าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้หรือไม่ สงสัยว่าพระองค์ช่วยได้จริงหรือไม่ ลังเลดำเนินตามการทรงเรียก ทรงต้องการให้ผู้เชื่อมีศรัทธาเปี่ยมล้น ยึดมั่นดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ชอบธรรม ตามนิมิตการทรงเรียก

มธ.21:21 ฝ่ายพระเยซูตรัสตอบเขาว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เพียงท่านจะมีความเชื่อและมิได้สงสัย ท่านจะกระทำได้เช่นที่เราได้กระทำแก่ต้นมะเดื่อนี้ ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้ท่านจะสั่งภูเขานี้ว่า "จงลอยไปลงทะเล" ก็จะสำเร็จได้

          แม้ไม่เข้าใจทั้งหมดก็ยึดมั่นว่าทรงนำสู่สิ่งที่ดี ต้องมั่นใจเสมอว่าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้แน่นอน

            อธิบายขยายความ: แท้จริงแล้วในโลกนี้ไม่มีใครเข้าใจพระทัยพระเจ้าทั้งหมด ไม่มีใครรู้เข้าใจพระคัมภีร์อย่างสมบูรณ์ การสงสัย ไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดจึงเกิดขึ้นได้เสมอ คำตอบจากพระเจ้าคือ ต้องยึดความเชื่อ เชื่อศรัทธาพระองค์ วางใจ ไม่สงสัย

ยก.1:6-8

6 แต่จงให้ผู้นั้นทูลขอด้วยความเชื่อ อย่าสงสัยเลย เพราะว่าผู้ที่สงสัยเป็นเหมือนคลื่นในทะเลซึ่งถูกลมพัดซัดไปมา

7 ผู้นั้นจงอย่าคิดว่าจะได้รับสิ่งใดจากพระเจ้าเลย

8 เขาเป็นคนสองใจไม่มั่นคงในบรรดาทางที่ตนประพฤตินั้น

สภษ.3:5-6

5 จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง

6 จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น

            ชีวิตคริสเตียนย่อมมีช่วงที่เจออุปสรรค มารซาตานขัดขวางไม่ให้ทำตามน้ำพระทัย ต้องมั่นใจ วางใจพระองค์ ยืนหยัดดำเนินชีวิตในความบริสุทธ์ชอบธรรมจึงจะถวายเกียรติพระเจ้า

            ยิ่งไม่มั่นใจยิ่งต้องแสวงหาพระเจ้า ใกล้ชิดพระองค์ อยู่ภายใต้การปกป้องจากชุมชนผู้เชื่อ

            ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครเข้าใจพระวจนะทั้งหมด ไม่มีใครเข้าใจพระองค์ครบถ้วน ขอให้เปลี่ยนความไม่รู้เป็นความตั้งใจมุ่งมั่นแสวงหาพระเจ้า ศึกษาพระวจะ รับการทรงนำและกำลังจากพระองค์ ยอมรับพระเจ้าในทุกทาง ขอบคุณในทุกกรณี

ยชว.1:8 อย่าให้หนังสือธรรมบัญญัตินี้ห่างเหินไปจากปากของเจ้า แต่เจ้าจงตรึกตรองตามนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะกระทำตามข้อความที่เขียนไว้นั้นทุกประการ แล้วเจ้าจะมีความจำเริญ และเจ้าจะสำเร็จผลเป็นอย่างดี

สดด.119:10-12

10 ข้าพระองค์แสวงพระองค์ด้วยสุดใจของข้าพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์หลงไปจากพระบัญญัติของพระองค์

11 ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระองค์

12 ข้าแต่พระเจ้า สาธุการแด่พระองค์ ขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์

ฮบ.11:6 แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ได้เลย เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้าได้นั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์

And without faith it is impossible to please God, because anyone who comes to him must believe that he exists and that he rewards those who earnestly seek him.

            พระเจ้า “ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์”

            เป็นการย้ำเตือนว่าผู้เชื่อทุกคนต้องอธิษฐาน หมั่นศึกษาพระวจนะ เข้าใจพระลักษณะ น้ำพระทัยพระองค์ทั้งองค์รวมและต่อตัวผู้เชื่อแต่ละคน แสวงหาพระองค์ไม่สิ้นสุด รับกำลังและการทรงนำจากพระเจ้า

            2.2 ลงโทษโดยให้กลับใจ

            พระเจ้าให้กลับใจ (ยอมรับว่าทำบาปและทำสิ่งที่ถูกต้อง) เป็นโทษเบื้องต้นของผู้ไม่ผ่านการทดสอบทดลอง

            ในบริบทเอ่ยถึงเพื่อนโยบ แม้การทดสอบกระทำต่อโยบ แต่เพื่อนโยบเกี่ยวข้องด้วย เพื่อน 3 คนแรก (เอลีฟัส บิลดัด และโศฟาร์) ไม่สามารถตอบคำถามโยบเพราะขาดความรู้ความเข้าใจ (เข้าใจผิดบางส่วนหรือไม่ครบถ้วน) ทรงนับว่าพวกเขาทำบาปจึงต้องชำระบาป (โยบ.42:8)

โยบ.42:7-9

7 เมื่อพระเจ้าตรัสพระวจนะเหล่านี้แก่โยบแล้ว พระเจ้าตรัสกับเอลีฟัสชาวเทมานว่า "ความพิโรธของเราพลุ่งขึ้นต่อเจ้า และต่อสหายทั้งสองของเจ้า เพราะเจ้ามิได้พูดถึงเราอย่างที่ถูก ดังโยบผู้รับใช้ของเราได้พูด

8 เพราะฉะนั้นจงเอาวัวผู้เจ็ดตัว และแกะผู้เจ็ดตัว ไปหาโยบผู้รับใช้ของเรา และถวายเครื่องเผาบูชาสำหรับเจ้าทั้งหลาย และโยบผู้รับใช้ของเราจะอธิษฐานเพื่อเจ้า เพราะเราจะรับคำอธิษฐานของเขา เราจะไม่กระทำกับเจ้าตามความโง่ของเจ้า เพราะเจ้าทั้งหลายมิได้พูดถึงเราอย่างที่ถูก ดังโยบผู้รับใช้ของเราได้พูด"

9 ฝ่ายเอลีฟัสชาวเทมานและบิลดัดตระกูลชูอาห์และโศฟาร์ชาวนาอาเมห์ ได้ไปกระทำตามที่พระเจ้าตรัสสั่ง และพระเจ้าทรงรับคำอธิษฐานของโยบ

            ความไม่รู้พระคัมภีร์ เข้าใจไม่ครบถ้วนเป็นบาป แก้ด้วยการชำระบาป เป็นโทษกับการแก้ไขเบื้องต้น

            คำอธิบายขยายความ: เพื่อนที่มาเยี่ยมและตอบคำถามโยบมีทั้งสิ้น 4 คน

            3 คนแรกที่ขาดความเข้าใจครบถ้วนย่อมไม่สามารถใช้ชีวิตบริสุทธิ์ชอบธรรมอย่างโยบ (ทุกคนยึดถือปฏิบัติคำสอนต่างๆ ไม่เกินกว่าที่ตนเข้าใจ) แน่นอนว่าพวกเขาต้องรับผลการกระทำทั้งสิ้น ในบริบทพระเจ้าเน้น 3 คนแรกที่ตอบคำถามไม่ดีพอและต้องรับโทษส่วนนี้ ให้รับโทษเบื้องต้นด้วยการถวายเครื่องบูชาไถ่บาป (โยบ.42:8)

            เอลีฮูเพื่อนโยบคนที่ 4 ตอบถูกต้องสมบูรณ์ เอลีฮูตอบด้วยหลักศาสนศาสตร์ว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ ไม่มีใครสามารถโต้แย้งพระองค์ ผู้ถูกสร้างโต้แย้งพระผู้สร้างได้หรือ

            โยบที่สงสัยและยืนยันว่าตนไม่ผิด ไม่สมควรรับความทุกข์มากมาย การสงสัยพระเจ้าเท่ากับพูดเป็นนัยว่าพระองค์ไม่ยุติธรรม ไม่ชอบธรรม (ทำผิด) สรุปคือโยบกำลังสงสัยว่าเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้หรือไม่ (โดยที่โยบยังเชื่อศรัทธาพระองค์ดังที่ปฏิบัติเรื่อยมา)

โยบ.35:1-7

1 เอลีฮูพูดต่อไปว่า

2 "ท่านคิดว่า นี่ยุติธรรมหรือ ท่านพูดหรือว่า "ความชอบธรรมของข้าพเจ้ายิ่งกว่าของพระเจ้า"

3 ที่ท่านถามว่า "ข้าพเจ้าจะได้ประโยชน์อะไร ข้าพเจ้าจะดีอะไรขึ้นกว่าข้าพเจ้าทำบาป"

4 ข้าพเจ้าจะตอบท่าน กับมิตรสหายของท่านด้วย

5 จงมองดูท้องฟ้าเถิด ดูเมฆซึ่งอยู่สูงกว่าท่าน

6 ถ้าท่านทำบาป ท่านจะได้อะไรที่กระทบกระเทือนพระองค์ ถ้าการทรยศของท่านทวีขึ้น ท่านทำอะไรแก่พระองค์

7 ถ้าท่านเป็นคนชอบธรรม ท่านถวายอะไรแก่พระองค์หรือพระองค์ทรงรับอะไรจากมือของท่าน

            เอลีฮูอธิบายด้วยศาสนศาสตร์ตอกย้ำความเป็นพระเจ้าผู้ทรงอยู่เหนือสรรพสิ่ง เหนือความบาปความดีของมนุษย์ ไม่ว่าคนจะทำบาปหรือทำดีล้วนไม่มีผลต่อพระองค์ ทรงเป็นพระเจ้าเป็นนิจไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องไร้สาระที่ใครคนหนึ่งจะกล่าวหากล่าวโทษพระองค์ (โยบ.35:2-3) เพราะไม่มีผลใดๆ ต่อพระเจ้าแต่อาจมีผลต่อผู้กล่าวโทษ

            การที่พระเจ้าอยู่เหนือความบาปความดีของมนุษย์เป็นหลักฐานหนึ่งบ่งชี้ว่าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ ที่แม้กระทั่งความบาปความดีใดๆ หรือโลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ล้วนไม่มีผล ไม่ส่งผลต่อพระองค์ได้เลย ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลงนิรันดร์

            เพื่อนที่มาหาโยบทั้ง 4 คน มีเพียงเอลีฮูที่ไม่ต้องไม่กลับใจใหม่ เพราะเข้าใจพระวจนะลึกซึ้งถ่องแท้ สามารถอธิบายชี้แจงอย่างถูกต้อง

1ปต.3:15 แต่ในใจของท่าน จงเคารพนับถือพระคริสต์ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อท่านจะสามารถตอบทุกคนที่ถามท่านว่า ท่านมีความหวังใจเช่นนี้ด้วยเหตุผลประการใด แต่จงตอบด้วยใจสุภาพและด้วยความนับถือ

2ทธ.2:15 จงอุตส่าห์สำแดงตนว่าได้ทรงพิสูจน์แล้วเป็นคนงานที่ไม่ต้องอาย ใช้พระวจนะแห่งความจริงอย่างถูกต้อง

3. รางวัลของผู้ผ่านการทดสอบทดลอง

โยบ.42:10 และพระเจ้าทรงให้โยบกลับสู่สภาพดี เมื่อท่านอธิษฐานเผื่อสหายของท่าน และพระเจ้าประทานให้โยบมีมากเป็นสองเท่าของที่มีอยู่ก่อน

            3.1 กลับสู่สภาพดี (10ก)

            3.1.1 ฟื้นฟูใจ (11ก)

            ไม่ทุกข์ใจอีกแล้ว จิตใจกลับสู่ปกติ

โยบ.42:11 และพี่น้องชายหญิงของท่าน และบรรดาผู้ที่รู้จักท่านมาก่อนได้มาหาท่าน และรับประทานอาหารกับท่านในบ้านของท่าน และเขาทั้งหลายสำแดงความเห็นอกเห็นใจและเล้าโลมท่าน ด้วยเรื่องเหตุร้ายทั้งสิ้น ซึ่งพระเจ้าทรงนำมาเหนือท่าน และต่างก็ให้เงินแผ่นหนึ่งกับแหวนทองคำวงหนึ่งแก่ท่าน

            เดิมโยบมีชื่อเสียงดีเป็นที่รู้จัก ช่วงถูกทดสอบหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาทำบาป เมื่อคนเข้าใจความจริงจึงมาหาโยบ เห็นอกเห็นใจและเล้าโลมใจท่าน

            3.1.2 ฟื้นฟูทันทีอย่างรวดเร็ว (11ข)

- และต่างก็ให้เงินแผ่นหนึ่งกับแหวนทองคำวงหนึ่งแก่ท่าน

            การฟื้นฟูเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่ไม่มีอะไรเหลือ พระเจ้าฟื้นฟูความมั่งคั่งด้วยหลายวิธี รวมทั้งเพื่อนบ้านนำทรัพย์สมบัติมาให้

            3.2 ให้มีมากกว่าเดิม (10ข,12-14)

โยบ.42:12-14

12 และพระเจ้าทรงอำนวยพระพรชีวิตบั้นปลายของโยบมากยิ่งกว่าบั้นต้นของท่าน และท่านมีแกะหนึ่งหมื่นสี่พัน อูฐหกพัน วัวผู้พันคู่ และลาตัวเมียหนึ่งพัน

13 ท่านมีบุตรชายเจ็ดคน และบุตรหญิงสามคนด้วย

14 และท่านเรียกชื่อคนแรกว่า เยมีมาห์ และชื่อคนที่สองเคสิยาห์ และชื่อคนที่สามเคเรนหัปปุค

            เดิมโยบเป็นเศรษฐีมั่งคั่ง ทรงให้กลับคืนและมากกว่าเดิม ทั้งชื่อเสียง (11ก) ทรัพย์สมบัติเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

โยบ.1:1-3

1 มีชายคนหนึ่งในแผ่นดินอูส ชื่อโยบ ชายคนนั้นเป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม เป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย

2 ท่านมีบุตรชายเจ็ดคนและบุตรหญิงสามคน

3 ส่วนสัตว์เลี้ยงของท่าน มีแกะเจ็ดพันตัว อูฐสามพันตัว วัวห้าร้อยคู่ และลาตัวเมียห้าร้อยตัว และท่านมีคนใช้มากมาย ดังนั้นชายผู้นี้จึงใหญ่โตที่สุดในบรรดาชาวตะวันออก

            3.3 ให้สิ่งดีที่สุด (15)

โยบ.42:15 และในแผ่นดินนั้นทั้งสิ้นไม่มีหญิงใดงดงามเท่าบรรดาบุตรสาวของโยบ และบิดาของเขาได้ให้มรดกแก่เธอพร้อมกับพวกพี่ชายและน้องชายของเธอ

            พระเจ้าประทานบุตรสาวผู้งดงามที่สุด เป็นตัวอย่างรูปธรรมชี้ว่าทรงให้สิ่งดีที่สุด

            3.4 ชีวิตยืนยาว (16-17)

โยบ.42:16-17

16 ต่อจากนี้ไป โยบมีชีวิตอยู่อีกหนึ่งร้อยสี่สิบปี และได้เห็นบุตรชายของท่าน หลานเหลนของท่านสี่ชั่วอายุ

After this, Job lived a hundred and forty years; he saw his children and their children to the fourth generation.

17 และโยบก็สิ้นชีวิตเป็นคนแก่หง่อมทีเดียว

            เรื่องอายุของโยบ น่าจะตีความจำนวน 140 ปีให้เริ่มนับหลังผ่านการทดสอบทดลอง จึงเห็นหลานเหลนของท่านซึ่งเป็นลูกหลานชุดใหม่ ถึงสี่ชั่วอายุ (เป็นไปได้ว่าโยบมีอายุรวม 210 ปี โดยอิงหลักอวยพรเป็น 2 เท่า)

            อายุยืนยาวเป็นการอวยพรขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่ง ใช้ชีวิตอย่างคนที่ได้รับการอวยพร ไม่ขัดสนใดๆ เห็นลูกหลานมากมาย

ฉธบ.30:20 ด้วยมีความรักต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ และติดพันอยู่กับพระองค์ กระทำเช่นนั้นจะได้ชีวิตและความยืนนาน เพื่อท่านจะได้อยู่ในแผ่นดินซึ่งพระเจ้าปฏิญาณแก่บรรพบุรุษของท่าน คือแก่อับราฮัมแก่อิสอัค และแก่ยาโคบว่า จะประทานแก่ท่านเหล่านั้น"

and that you may love the LORD your God, listen to his voice, and hold fast to him. For the LORD is your life, and he will give you many years in the land he swore to give to your fathers, Abraham, Isaac and Jacob.

สดด.91:16 เราจะให้เขาอิ่มใจด้วยชีวิตยืนยาว และสำแดงความรอดของเราแก่เขา

With long life I will satisfy him and show him my salvation.”

4. สรุป การทดสอบทดลอง

            เรื่องราวของพระธรรมโยบมาจากการที่มารซาตานคิดว่า โยบรักยำเกรงพระเจ้าเพราะได้รับการอวยพร เห็นแก่พระพร หากปราศจากพระพรจะไม่ยำเกรงพระองค์อีก (และจะต่อว่าพระองค์) พระเจ้าจึงอนุญาตให้มารทดลองโยบ เพื่อตรวจสอบว่าโยบรักยำเกรงจริงหรือไม่

            ในที่สุดโยบผ่านการทดสอบ พระเจ้าฟื้นฟูโยบให้มีมากกว่าเดิม ให้สิ่งดีที่สุด ส่วนคนที่ไม่ผ่านการทดสอบทดลองต้องสารภาพบาปกลับใจใหม่ ในวันข้างหน้าคนที่ไม่ผ่านอาจต้องพบข้อสอบเก่าอีก รับผลดีผลเสียจากการกระทำ

สดด.11:4 พระเจ้าทรงสถิตในพระวิหารอันบริสุทธิ์ของพระองค์พระที่นั่งของพระเจ้าอยู่บนฟ้าสวรรค์ พระเนตรของพระองค์มองและทดสอบลูกหลานของมนุษย์

1ปต.1:6-7

6 ในความรอดนั้นท่านทั้งหลายชื่นชมยินดี ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้ จำเป็นที่ท่านจะต้องทนทุกข์ทรมานชั่วขณะหนึ่งในการถูกทดลองต่างๆ

7 เพื่อการลองดูความเชื่อของท่าน อันประเสริฐยิ่งกว่าทองคำ ซึ่งแม้เสียไปได้ก็ยังถูกลองด้วยไฟ จะได้เป็นเหตุให้เกิดความสรรเสริญเกิดศักดิ์ศรีและเกียรติ ในเวลาที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาปรากฏ

            4.1 ทุกคนต้องเจอการทดสอบทดลอง

            มนุษย์ทุกคนต้องเจอการทดสอบทดลอง มารล่อล่วงให้ทำบาป จมอยู่ในบาป ใช้ชีวิตบาป เพื่อให้มั่นใจว่าผู้นั้นจะรักบาปและต้องรับโทษในวันพิพากษา

วว.12:9 พญานาคใหญ่ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่ามารและซาตาน ผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลกก็ถูกผลักทิ้งลงไป พญานาคและบริวารของมันถูกผลักทิ้งลงไปในแผ่นดินโลก

            4.2 พยายามล่อลวงคริสเตียนผู้เชื่อ

            มารซาตานพยายามล่อลวงให้คริสเตียนผู้เชื่อทิ้งพระเจ้า เลิกนมัสการพระองค์ พยายามบั่นทอนกำลังความเชื่อ ขัดขวางแผนการพระเจ้า

ลก.21:8 พระองค์จึงตรัสว่า "ระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง ด้วยว่าจะมีหลายคนมา ต่างอ้างนามของเราและว่า "เราเป็นผู้นั้น" และว่า "เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว" อย่าตามเขาไปเลย

คส.2:8 จงระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อด้วยหลักปรัชญา และด้วยคำล่อลวงอันเหลวไหลตามตำนานของมนุษย์ ตามภูตผีปิศาจของจักรวาล ไม่ใช่ตามพระคริสต์

            4.3 คริสเตียนคือชีวิตที่ต้องพบการทดสอบทดลอง

            พระเจ้าตั้งใจ “ทดลองความเชื่อของท่าน”

ยก.1:3-4

3 เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า การทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง

4 และจงให้ความมั่นคงนั้นบรรลุผลอันสมบูรณ์ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย

            1) เพื่อทดสอบว่ารักศรัทธาจริงหรือไม่

            หลายคนปากพูดว่ารักศรัทธาพระเจ้า จะติดตามพระองค์ตลอดไป จึงทรงให้เกิดเหตุการณ์เพื่อทดสอบว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่

            แท้จริงแล้วคริสเตียนทุกคนต้องเจอการทดสอบทดลองเรื่องนี้หลายครั้ง เพื่อความเชื่อศรัทธาจะเติบโตจนสมบูรณ์ เป็นผู้เชื่อศรัทธาแท้ เชื่อด้วยเต็มใจ ไม่ใช่แค่ลมปากเท่านั้น

            2) เพื่อเติบโตฝ่ายวิญญาณ

            ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ทุกคนกำลังเติบโตสู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์ พระเจ้าทดสอบทดลองเพื่อให้ผู้เชื่อตระหนักว่าเขาเติบโตฝ่ายวิญญาณมากขึ้นหรือไม่ หวังให้สอบผ่านเพื่อชี้ว่าเติบโตอีกขั้น สู่ชีวิตครบบริบูรณ์

            เช่น ทดสอบเรื่องการให้อภัยคนอื่น เรื่องการเสียสละ รักพระเจ้ามากกว่าสิ่งอื่นใด

            การทดสอบทดลองเหมือนนักเรียนนักศึกษาที่ต้องทำข้อสอบเพื่อเลื่อนชั้น ข้อสอบมีความยากง่ายตามระดับ ทุกคนจะได้รับข้อสอบที่เหมาะกับตัวเอง ทรงรู้ว่าใครควรได้รับข้อสอบใด

            3) รับบำเหน็จรางวัล

            พระเจ้าให้ทั้งรางวัลกับโทษ คนที่สอบผ่านจะรับบำเหน็จรางวัล นอกจากโยบที่พระเจ้าอวยพร 2 เท่า มีตัวอย่างอื่นมากมาย

            ตัวอย่าง อับราฮัมถวายอิสอัค

ปฐก.22:16-18

16 "พระเจ้าตรัสว่า เราปฏิญาณในนามของเราว่า เพราะเจ้ากระทำอย่างนี้และมิได้หวงบุตรชายของเจ้า คือบุตรชายคนเดียวของเจ้า

17 เราจะอวยพรเจ้าแน่ เราจะทวีเชื้อสายของเจ้าให้มากขึ้น ดังดวงดาวในท้องฟ้า และดังเม็ดทรายบนฝั่งทะเล เชื้อสายของเจ้าจะได้ประตูเมืองศัตรูของเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์

18 ประชาชาติทั้งหลายทั่วโลกจะได้พรเพราะเชื้อสายของเจ้า เหตุว่าเจ้าฟังเสียงของเรา"

            4) เพื่อรับศักดิ์ศรีพระสิริยิ่งขึ้น

            โยบไม่ใช่คนแรกและไม่ใช่คนสุดท้ายที่พระเจ้าจะทดสอบ ทรงหวังผู้เชื่อศรัทธาทุกคนผ่านการทดสอบทดลอง รวมทั้งตัวท่าน เพื่อรับศักดิ์ศรีพระสิริยิ่งขึ้น เหมือนพระเจ้ามากขึ้น

รม.8:28-30

28 เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

29 เพราะว่าผู้หนึ่งผู้ใดที่พระองค์ได้ทรงทราบอยู่แล้ว ผู้นั้นพระองค์ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตามลักษณะพระฉาย แห่งพระบุตรของพระองค์ เพื่อพระบุตรนั้นจะได้เป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพวกพี่น้องเป็นอันมาก

30 และบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้นั้น พระองค์ได้ทรงเรียกมาด้วย และผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกมานั้น พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม และผู้ที่พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม พระองค์ก็ทรงโปรดให้มีศักดิ์ศรีด้วย

And those he predestined, he also called; those he called, he also justified; those he justified, he also glorified.

            รากศัพท์คำว่า “ศักดิ์ศรีหรือ “glorified” ในรม.8:30 คือ δοξάζω (อ่านว่า dok-SAD-zo) หมายถึง มีพระสิริ, สง่างาม (Glorious) มีเกียรติ, เป็นที่ยกย่อง (Honour) ยกย่องเทิดทูน (Magnify)

            คำที่ใช้บ่อยและแทนกันได้คือคำว่า พระสิริ

            คือการที่พระเจ้าทำให้ผู้เชื่อคนนั้นมีพระสิริ มีเกียรติ และเป็นที่ยกย่องเทิดทูน จากการสำแดงพระลักษณะพระองค์ หรือเหมือนพระคริสต์มากขึ้น

            อธิบายขยายความ: พระสิริหรือเกียรติในพระเจ้าไม่ตรงกับเกียรติฝ่ายโลก คริสเตียนที่สำแดงพระสิริ ได้รับการยกย่อง คือคนที่สำแดงพระลักษณะพระเจ้า รม.8:28-30 ชี้ว่าพระสิริอยู่คู่กับคนของพระเจ้า คนที่รักพระองค์ คนที่ทำตามนิมิตการทรงเรียก ทรงตั้งคนเช่นนี้ให้สำแดงพระลักษณะพระคริสต์ (ตามลักษณะพระฉาย แห่งพระบุตรของพระองค์) ผู้นั้นเป็นผู้ชอบธรรม (ได้รับความรอด สำแดงวิถีพระคริสต์) และสำแดงพระสิริ (ตัวแทนพระคริสต์ขณะอยู่ในโลก)

            โยบคือตัวอย่างผู้เชื่อในพระคัมภีร์ที่ผ่านการทดสอบทดลอง เพื่อรับศักดิ์ศรียิ่งขึ้น (รม.8:30) ทรงมอบบททดสอบที่เหมาะสมกับท่านแล้ว

            เดิมโยบเป็นคนดีรอบคอบอยู่แล้ว (โยบ.1:1) การทดสอบทดลองทำให้ท่านสำแดงพระสิริและมีพระสิริ (ศักดิ์ศรี) ยิ่งขึ้น

โยบ.1:1 มีชายคนหนึ่งในแผ่นดินอูส ชื่อโยบ ชายคนนั้นเป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม เป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย

            การทดสอบทดลองทำให้ท่านสำแดงพระสิริและมีพระสิริ (ศักดิ์ศรี) ยิ่งขึ้น (ขีดเส้นใต้ 2 เส้น)

(YouTube: คริสเตียนคือชีวิตที่ต้องพบการทดสอบทดลอง)

คำถามหลังคำสอน:

            1) ควรดำเนินชีวิตอย่างไร จึงจะช่วยให้ผ่านการทดสอบทดลอง

            2) คริสเตียนควรมีท่าทีอย่างไรเมื่อเจอการทดสอบทดลอง

------------------------

15/01/2569

บทเรียน 27 จงเผชิญหน้าสัจธรรม (2)

ทรงย้ำเตือนว่าพระองค์เหนือกว่ามนุษย์และไม่ต้องตอบแทนใคร สรรพสิ่งเป็นของพระองค์ อย่าต่อสู้ขัดขืน จงกลับมาหาพระเจ้า

คำถามก่อนเรียน:

            1) จงอธิบายหลักการอวยพรกับการลงโทษของพระเจ้า โดยสังเขป

            2) ทำไมพระเจ้าต้องไถ่บาปมนุษย์

 

            เกริ่นนำ: โยบ.41 เป็นคำพูดของพระเจ้าต่อจากบทที่แล้ว คราวนี้เอ่ยถึง “เลวีอาธาน” (leviathan) สัตว์ชนิดหนึ่งในพระคัมภีร์ เป็นสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ รูปร่างคล้ายงู มังกร หรือพญานาค

โยบ.41:1 "เจ้าจะลากเลวีอาธาน ออกมาด้วยเบ็ดได้หรือ หรือจะเอาเชือกกดลิ้นของมันลงได้

            เลวีอาธานไม่ยอมอยู่ใต้ใคร ไม่เชื่อง (2) ดุร้าย (3,10) แข็งแกร่ง มีพลังมาก (8) ป้องกันตัวเองได้ดี-มีเกราะป้องกันร่างกาย (13-17) มีความสามารถสูง-พ่นไฟจากปาก (19) มีอานุภาพมาก (25) ไม่กลัวสิ่งใด (33)

            เลวีอาธานเป็นตัวแทนของ

            1) คนบาป (สดด.74:14, สดด.104:26) ผู้ที่ถูกแช่งสาป (ตั้งแต่วันที่อาดัมเอวาทำบาป) ผู้ที่ต้องถูกทำลาย

สดด.74:14 พระองค์ทรงขยี้หัวทั้งหลายของเลวีอาธาน พระองค์ประทานมันให้เป็นอาหารของสรรพสัตว์แห่งถิ่นทุรกันดาร

สดด.104:26 กำปั่นแล่นไปโน่นแน่ะ และเลวีอาธานที่พระองค์สร้างไว้ให้เล่นในนั้น

            สดด.104:24-29 ชี้ว่าพระเจ้ากำกับชีวิตเลวีอาธาน ทั้งวันที่อิ่ม วันที่หิวและวันสิ้นชีวิต

            2) ผลของบาปหรือวันแห่งความทุกข์ยาก (โยบ.3:8) เลวีอาธานดุร้าย ทำลายสิ่งต่างๆ (ทำบาป) เป็นที่ถูกแช่งสาปเพราะนำความทุกข์ยาก ผู้คนต้องทุกข์ยากลำบากจากการทำลายของสัตว์นี้

โยบ.3:8 ขอให้บรรดาผู้ที่สาปวัน ได้สาปคืนนั้นด้วยผู้มีฝีมือที่จะปลุกเลวีอาธานขึ้นมา

            3) ปฏิปักษ์พระคริสต์ (สดด.74:14, อสย.27:1) เป็น “ปฏิปักษ์พระคริสต์” (Antichrist) ที่ต่อต้านพระเจ้า คนของพระองค์ พระเจ้าจะต่อสู้ทำลาย และเล็งถึงการพิพากษา

อสย.27:1 ในวันนั้น พระเจ้าจะทรงลงโทษด้วยพระแสงอันแข็งกระด้างอันใหญ่ และอันแรงกล้าของพระองค์ต่อเลวีอาธานคือพญานาคที่หนีไปนั้น เลวีอาธาน พญานาคที่ขด และพระองค์จะทรงประหารมังกรที่อยู่ในทะเล

            รวมความแล้ว เลวีอาธาน (leviathan) เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งในพระคัมภีร์ที่นำมาเปรียบเปรยกับคนบาป ความบาป หรือปฏิปักษ์พระคริสต์ สิ่งที่ถูกแช่งสาปและจะถูกพระเจ้าทำลายในที่สุด

(ภาพ: เลวีอาธานในจินตนาการ) 

จงเผชิญหน้าสัจธรรม (2)

            เลวีอาธานเป็นสัตว์ตัวต่อมาที่พระเจ้าเอ่ยถึงต่อจากเบเฮโมทในโยบ.40 เพื่ออธิบายเปรียบเทียบการสร้าง การดูแลมนุษย์ ลักษณะคนบาป ดังนี้

1. คนบาปไม่เหนือกว่าพระเจ้า

            เลวีอาธานไม่ยอมอยู่ใต้ใคร (2) ดุร้าย (3,10) แข็งแกร่ง มีพลังมาก (8) แต่ไม่เหนือกว่าพระเจ้า

โยบ.41:1-10

โยบ.41:10 ไม่มีใครดุพอที่จะไปยั่วเย้ามัน แล้วใครเล่าจะยืนมั่นต่อเราได้

            พระเจ้าใช้เลวีอาธานเพื่อชี้ว่าสิ่งที่ดื้อด้านดุร้าย มีพลังความสามารถมาก จะไม่เหนือกว่าพระองค์ ทรงสยบและควบคุมมันได้ เพราะทรงเป็นผู้สร้างเลวีอาธาน

สดด.9:20 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงให้เขายำเกรง และให้บรรดาประชาชาติทราบว่า เขาทั้งหลายเป็นเพียงมนุษย์เท่านั้น

2. พระเจ้าไม่ต้องตอบแทนใคร สรรพสิ่งเป็นของพระองค์

โยบ.41:11 ใครเล่าที่ให้อะไรเรา ซึ่งเราจะต้องตอบสนองเขา สิ่งใดๆ ที่อยู่ใต้ฟ้าสวรรค์ทั้งสิ้นก็เป็นของเรา

Who has a claim against me that I must pay? Everything under heaven belongs to me.

          โยบคิดว่าตนไม่ผิด ที่ผ่านมาเคร่งครัดปฏิบัติตามบัญญัติคำสอน สมควรได้รับการอวยพร ได้ผลดีตอบแทน แต่สิ่งที่ได้รับ (โยบในขณะนั้น) คือความโศกเศร้า ทุกข์ยากแสนสาหัส จึงอยากได้คำอธิบาย

            อธิบายขยายความ: โยบ.41:11 พระเจ้าย้ำหลักการสรรพสิ่งเป็นของพระองค์ ประสงค์สิ่งใดก็จะเป็นเช่นนั้น ไม่ติดหนี้ผู้ใดหรือต้องตอบแทนใคร ไม่จำต้องตอบแทนศรัทธาของโยบ ความดีที่โยบทำ

            ตรรกะความยุติธรรมของมนุษย์คือ ทำดีได้ผลดีตอบแทน ทำชั่วได้รับผลชั่ว

            พระเจ้ามีหลักการเรื่องตอบแทนตามความดีความชอบเช่นกัน ถ้าทำดีพระเจ้าอวยพร ทำบาปได้ผลบาป มีคำสอนเช่นนี้มากมาย

ฉธบ.28:1-2

1 "ถ้าท่านทั้งหลายเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และระวังที่จะกระทำตามพระบัญญัติของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงตั้งท่านไว้ให้สูงกว่าบรรดาประชาชาติทั้งหลายทั่วโลก

2 พระพรเหล่านี้จะตามมาทันท่าน ถ้าท่านทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน

สดด.62:12 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า และความรักมั่นคงเป็นของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสนองมนุษย์ ตามการงานของเขา

            2.1 ความยุติธรรมของพระเจ้าอยู่ใต้ความบริสุทธิ์

            แต่ความยุติธรรมของพระองค์เหนือความคิดมนุษย์ ความยุติธรรมของมนุษย์ยึดตัวมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ผลดีผลเสียที่ตนได้รับ ความยุติธรรมของพระเจ้ายึดความบริสุทธิ์ของพระองค์

            ความแตกต่างสำคัญคือยึดพระเจ้าหรือยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

            แต่แรกเริ่มพระเจ้าสร้างอาดัมตามพระฉายา อาดัมไม่เจ็บป่วย เป็นอมตะ (อาดัมต้องเสียชีวิตหลังล้มลงในบาป) พระเจ้าให้อยู่ในสวนเอเดนที่ปราศจากบาป อยู่ดีมีสุข อาหารบริบูรณ์ ไม่ขัดสนใดๆ และสร้างเอวาให้เป็นคู่ครอง คนไม่ทำร้ายกัน

            มนุษย์หลังอาดัมเอวาที่ล้มลงในบาป ต้องรับผลบาปด้วยกันทั้งสิ้น โลกจึงบิดเบี้ยว สังคมชั่วช้า ผู้คนโหดร้าย ทำบาปต่อกันและกัน ทุกคนที่เกิดมาคือคนบาป รับผลของบาป บางคนพิการแต่กำเนิด หลายคนเกิดในครอบครัวยากจน หาเช้ากินค่ำ อดมื้อกินมื้อ พ่อแม่ทะเลาะกันและทำร้ายบุตรหลาน ชุมชนคนบาปเป็นศูนย์รวมความชั่วร้าย เหล่านี้คือตัวอย่างผลความบาปที่สืบเนื่องจากปฐมกาล ผลจากพระเจ้าแช่งสาปเมื่ออาดัมเอวาทำบาปนั่นเอง เพราะพระเจ้ายุติธรรม ทำบาปต้องรับผลของบาป (ตอบแทนตามความชอบธรรม)

          เมื่อมนุษย์ทำบาป ความยุติธรรม กับ ความรัก ของพระเจ้าคือ ให้คนบาป ได้โอกาส กลับสู่ชีวิตปราศจากบาปอีกครั้ง (อาจพูดว่ากลับสู่สวนเอเดน เป็นเอเดนใหม่) โดยการไถ่ของพระคริสต์ ทรง ริเริ่มและทำด้วยพระองค์เอง

รม.5:8 แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา

            ความรักของพระเจ้าจึงมีบทบาทสำคัญมากเช่นกัน แสดงออกเป็นรูปธรรมด้วยการไถ่ของพระเยซู แต่ยังอยู่ใต้หลักความบริสุทธิ์ (ปราศจากบาป)

            ความรักดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะกลับมาคืนดี พระเจ้ารักทุกคนแต่ไม่ใช่ทุกคนได้รับความรอด

          เพราะพระเจ้าบริสุทธิ์ สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ (บาป) จะถูกทำลายหรือตัดขาดจากพระองค์ การนำคนบาปกลับมาต้องชำระให้บริสุทธิ์เสียก่อน ความรักของพระเจ้าเข้ามาเติมเต็มตรงนี้

            อธิบายขยายความ: ความบาปขัดขวางไม่ให้พบพระเจ้า พระองค์ไม่สถิตอยู่ด้วย

อสย.59:2 แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยก ระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และบาปของเจ้าทั้งหลายได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน

            คนบาป (ยังไม่กลับใจเชื่อพระเจ้า) คือคนที่ตายฝ่ายวิญญาณ หมายถึงจิตวิญญาณถูกตัดขาดจากพระเจ้า (เชื่อมต่อกับพระองค์ไม่ได้) คนที่ถูกพิพากษาลงนรกคือถูกตัดขาดจากพระองค์นิรันดร์

            การกลับมาอยู่กับพระองค์ หรือกลับสู่ความบริสุทธิ์อีกครั้งจึงสำคัญยิ่งยวด ชีวิตใหม่ของผู้เชื่อ คือชีวิตที่ถูกแยกไว้เพื่อพระคริสต์ (อีกความหมายของคำว่าบริสุทธิ์) ได้อยู่กับพระองค์นิรันดร์

            ดังนั้น ความยุติธรรมที่ทรงยึดถืออยู่ภายใต้ความบริสุทธิ์ของพระองค์ เป็นคำอธิบายว่าความบริสุทธิ์เหนือหลักการทำดีได้ดี-ทำชั่วได้ชั่วที่มนุษย์ได้รับ (ความบริสุทธิ์เป็นพระลักษณะข้อเอก ความยุติธรรมหรือการตอบแทนตามความดีความชอบเป็นหลักการรอง) ความบริสุทธิ์ของพระองค์อยู่เหนือมนุษย์ เหนือผลที่มนุษย์ได้รับ ทรงเป็นผู้สร้างและควบคุมสรรพสิ่ง

            ความบริสุทธิ์ของพระองค์อยู่เหนือผลที่มนุษย์ได้รับ ทรงเป็นผู้สร้างและควบคุมสรรพสิ่ง (ขีดเส้นใต้ 2 เส้น)

            ไม่ว่าโลกกับสรรพสิ่งเป็นเช่นไร พระเจ้าบริสุทธิ์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

            ทรงบริสุทธิ์เสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง สรรเสริญพระเจ้า

วว.4:8,11

8 สิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น แต่ละตนมีปีกหกปีก และมีตาอยู่รอบๆ และข้างในเต็มไปหมด และพวกเขาร้องตลอดวันตลอดคืนไม่ได้หยุดเลยว่า “บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ องค์พระผู้เป็นเจ้าคือพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ ผู้ทรงเป็นอยู่ และผู้ที่จะเสด็จมา”

11 “องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงสมควรที่จะได้รับพระสิริ พระเกียรติและฤทธานุภาพ เพราะว่าพระองค์ทรงสร้างสรรพสิ่ง และสรรพสิ่งก็ดำรงอยู่และถูกสร้างขึ้นตามพระประสงค์ของพระองค์”

            สรุป เมื่อมนุษย์ทำบาปจึงถูกแยกจากพระองค์ (หลักความบริสุทธิ์) และต้องรับผลบาป (หลักความยุติธรรม) พระเจ้าเข้าช่วยด้วยการไถ่ (หลักความรัก) นำคนบาปคืนดีกับพระองค์อีกครั้ง การคืนดีคือเข้ารวมเป็นหนึ่งกับพระองค์อีกครั้ง (หลักความบริสุทธิ์)

            หลักความบริสุทธิ์สำคัญลำดับแรก ทรงหวังให้มนุษย์บริสุทธิ์เพื่อจะได้อยู่กับพระองค์

            2.2 ทรงกำหนดชีวิต

            มนุษย์เป็นใครที่พยายามอ้างสิทธิ์ของตัวเอง ถือสิทธิ์ของตนเหนือพระเจ้า

โยบ.41:11 ใครเล่าที่ให้อะไรเรา ซึ่งเราจะต้องตอบสนองเขา สิ่งใดๆ ที่อยู่ใต้ฟ้าสวรรค์ทั้งสิ้นก็เป็นของเรา

Who has a claim against me that I must pay? Everything under heaven belongs to me.

            มีเรื่องเล่าว่า ... ในวันเกิดบิดา เด็กคนหนึ่งนำเงินออมของตนไปให้บิดาเป็นของขวัญวันเกิด บิดาพอใจ ทั้งๆ ที่เงินนั้นเป็นค่าขนมที่บิดาให้ เมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ ทำงานและนำรายได้ส่วนหนึ่งให้บิดา บิดาพอใจ ทั้งๆ ที่บิดาเป็นผู้ให้กำเนิด ดูแลเลี้ยงดูจนเติบใหญ่

            พระเจ้าเป็นยิ่งกว่าบิดาคนนี้ ทรงเป็นผู้สร้าง ผู้กำกับสรรพสิ่ง ตั้งแต่อดีตปัจจุบันและอนาคตนิรันดร์

รม.11:35-36

35 หรือใครเล่าได้ถวายสิ่งหนึ่งสิ่งใดแก่พระองค์ที่พระองค์จะต้องประทานตอบแทนให้แก่เขา

36 เพราะสิ่งสารพัดมาจากพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์ ขอพระสิริจงมีแด่พระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์ อาเมน

            “เพราะสิ่งสารพัดมาจากพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์”

            ยกตัวอย่าง

            1) พระเจ้ากำหนดชีวิตเยเรมีย์

ยรม.1:5 "เราได้รู้จักเจ้า ก่อนที่เราได้ก่อร่างตัวเจ้าที่ในครรภ์ และก่อนที่เจ้าคลอดจากครรภ์เราก็ได้กำหนดตัวเจ้าไว้ เราได้แต่งตั้งเจ้าเป็นผู้เผยพระวจนะให้แก่บรรดาประชาชาติ"

            2) พระเจ้ากำหนดชีวิตเปาโล

กจ.9:10-16

10 ในเมืองดามัสกัสมีศิษย์คนหนึ่งชื่ออานาเนีย องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับผู้นั้นโดยนิมิตว่า "อานาเนียเอ๋ย" อานาเนียจึงทูลตอบว่า "พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์อยู่ที่นี่"

11 พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า "จงลุกขึ้นไปที่ถนนที่เรียกว่าถนนตรง ถามหาชายคนหนึ่งชื่อเซาโลชาวเมืองทาร์ซัสอยู่ในตึกของยูดาส เพราะดูเถิดเขากำลังอธิษฐานอยู่

12 และเขาได้เห็นคนหนึ่งชื่ออานาเนีย เข้ามาวางมือบนเขา เพื่อเขาจะเห็นได้อีก"

13 แต่อานาเนียทูลตอบว่า "พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ได้ยินหลายคนพูดถึงคนนั้นว่า เขาได้ทำร้ายวิสุทธชนของพระองค์ ในกรุงเยรูซาเล็มมาก

14 และในที่นี่เขาได้อำนาจมาจากพวกมหาปุโรหิต ให้ผูกมัดคนทั้งปวงที่อธิษฐานออกพระนามของพระองค์"

15 ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับท่านว่า "จงไปเถิด เพราะว่าคนนั้นเป็นภาชนะที่เราได้เลือกสรรไว้ สำหรับจะนำนามของเราไปยังประชาชาติ กษัตริย์และพวกอิสราเอล

16 เพราะว่าเราจะสำแดงให้เขาเห็นว่า เขาจะต้องทนทุกข์ลำบากมากเท่าใดเพราะนามของเรา"

            ผู้มีปัญญาคือคนที่เกาะเกี่ยว ผูกติดชีวิตของเขาเข้ากับพระเจ้า (ขีดเส้นใต้ 2 เส้น)

            ใครมีหูจงฟัง

3. สิ่งทรงสร้างที่เหนือสัตว์อื่น

โยบ.41:12-34

            โยบ.41:12-34 อธิบายรายละเอียดเลวีอาธาน สิ่งทรงสร้างพลานุภาพ มีระบบป้องกันตัว ระบบโจมตี และมีพลังใจดีเยี่ยม นำสู่ข้อสรุป “มันเป็นราชาเหนือบรรดาสัตว์ที่สง่า” (โยบ.41:34) เป็นการเปรียบเปรยมนุษย์ที่เป็นมงกุฎแห่งการทรงสร้างของพระเจ้า

            3.1 ป้องกันตัวเองได้ดี

            การป้องกันตัวช่วยให้อยู่รอดในโลกที่เต็มด้วยอันตราย ต้องเผชิญภัยต่างๆ เลวีอาธานมีระบบป้องกันรอบตัว

โยบ.41:12-17,23

12 "เราจะไม่งดพูดถึงแข้งขาของมัน หรือกำลังอันแข็งกล้าของมัน หรือโครงร่างอันดีของมัน

13 ใครจะถลกเสื้อชั้นนอกของมันออกได้ ใครจะแทงเข้าไปในเสื้อเกราะสองชั้นของมันได้

14 ใครจะเปิดประตูหน้าของมันได้ ฟันของมันนั้นน่าสยดสยองโดยรอบ

15 ที่หลังของมันทำด้วยโล่เป็นแถวๆ แนบตัวมันสนิทเหมือนอย่างตราผนึก

16 มันอยู่ชิดกันมาก ไม่มีลมผ่านเข้าไปได้

17 เกล็ดเหล่านั้นต่อซึ่งกันและกัน มันเกาะติดหมด และแยกจากกันไม่ได้

23 หลืบเนื้อของมันเกาะติดกัน หล่อติดกันแน่น ทำอะไรมันไม่ได้

           3.2 ต่อสู้โจมตี

            นอกจากป้องกันตัวได้ดียังโจมตีได้ดีด้วย อาวุธหลักอยู่ที่ส่วนหัว สามารถพ่นไฟ

โยบ.41:18-22

18 การจามของมันปล่อยแสงสว่างออกมา ตาของมันเหมือนอย่างแสงอรุณรุ่งเช้า

19 คบเพลิงออกมาจากปากของมัน ประกายไฟกระโดดออกมา

20 ควันออกมาทางรูจมูกของมัน อย่างกับมาจากหม้อที่เดือด และอ้อเล็กที่ไหม้

21 ลมหายใจของมันจุดถ่านลุก เปลวเพลิงออกมาจากปากของมัน

22 กำลังอยู่ในลำคอของมัน และความสยดสยองเต้นอยู่ข้างหน้ามัน

            3.3 มีพลังใจดีเยี่ยม

            ไม่เพียงมีระบบป้องกันกับอำนาจโจมตี ยังมีพลังใจดีเยี่ยม

            เลวีอาธานจิตใจเข้มแข็งมั่นคง ไร้ความปราณี พร้อมโต้กลับรุนแรง ไม่กลัวสิ่งใด สิ่งมีชีวิตอื่นหวาดกลัวทันทีเมื่อพบเห็น ทรงสร้างให้เป็นเช่นนั้น

โยบ.41:24-29,33

24 หัวใจของมันแข็งอย่างกับหิน เออ แข็งเหมือนอย่างแท่นหินโม่

25 เมื่อมันลอยขึ้นมา ผู้ทรงอานุภาพก็กลัวมัน พอมันแว้ง เขาทั้งหลายก็มีใจฝ่อเสียแล้ว

26 ถึงคนใดเอาดาบลองแทงมัน ก็ต่อต้านมันไม่ได้ไม่ว่าหอก หรือแหลน หรือหอกซัด

27 มันนับเหล็กว่าเป็นฟาง และทองสัมฤทธิ์ว่าเป็นไม้ผุ

28 ลูกธนูทำให้มันหนีไปไม่ได้ หินลูกสลิ่งก็กลายเป็นตอข้าว

29 ไม้กระบองก็นับเป็นตอข้าวด้วย มันหัวเราะเยาะเสียงหอกซัด

30 เบื้องล่างของมันคมอย่างกับเศษหม้อแตก มันเหยียดตัวออกบนเลนเหมือนเลื่อนนวดข้าว

31 มันทำให้น้ำลึกเดือดเหมือนหม้อ มันทำให้ทะเลเหมือนหม้อน้ำมันทา

32 มันละทางแวบวาบไว้ข้างหลัง ทำให้ใครๆ คิดว่ามหาสมุทรผมหงอก

            (ข้อ 30-32 บรรยายการเคลื่อนไหวของเลวีอาธานที่ทิ้งร่องรอย เหมือนสัตว์อื่นที่ทิ้งรอยเท้า)

33 บนแผ่นดินโลกไม่มีอะไรเหมือนมัน เป็นสิ่งที่ถูกสร้างไม่ให้รู้จักความกลัว

4. เหนือบรรดาสัตว์ทั้งปวง

โยบ.41:34 มันเห็นทุกสิ่งที่อยู่สูง มันเป็นราชาเหนือบรรดาสัตว์ที่สง่า"

            โยบ.41:12-34 บรรยายลักษณะเลวีอาธาน ชี้ให้เห็นกำลังความสามารถและจิตใจที่เหนือกว่า “มันเป็นราชาเหนือบรรดาสัตว์ที่สง่า”

            พระเจ้าสร้างมนุษย์ตามพระฉายา มีความสามารถและสติปัญญาเหนือใคร ให้ครอบครองสิ่งต่างๆ ในโลก ทรงให้มีศักดิ์ศรีและเกียรติ

สดด.8:4-6

4 มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขาและบุตรของมนุษย์เป็นใครเล่าซึ่งพระองค์ทรงเยี่ยมเขา

5 เพราะพระองค์ทรงสร้างเขาให้ต่ำกว่าพระเจ้า {หรือ ทูตสวรรค์} แต่หน่อยเดียว และสวมศักดิ์ศรีกับเกียรติให้แก่เขา

You have made them a little lower than the angels and crowned them with glory and honor.

6 พระองค์ทรงมอบอำนาจให้ครอบครองบรรดาพระหัตถกิจของพระองค์ พระองค์ทรงให้สิ่งทั้งปวงอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา

          อธิบายขยายความ: กำลัง ความสามารถ และสติปัญญา เป็นกลาง (ไม่ดีไม่ชั่ว) อยู่ที่ผู้นั้นจะใช้ในทางใด เช่น มีดสามารถใช้ทำอาหารหรือทำร้ายคน ความรู้ฟิสิกส์นิวเคลียร์ (Nuclear physics) อาจกลายเป็นไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์หรือเป็นอาวุธนิวเคลียร์ สามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนาชาติหรือใช้เป็นระบบควบคุมอาวุธทำลายล้าง

            อาดัมเอวาที่ล้มลงในบาปทำให้มนุษย์อยู่ใต้อิทธิพลบาป มักคิดเรื่องชั่วร้าย ทำร้ายกันและกัน คาอินกับอาแบลลูกของอาดัมกับเอวาฆ่ากันเอง ทำบาปซ้อนบาป มนุษย์ชั่วร้ายขึ้นทุกที

            คนบาปใช้สติปัญญากับร่างกายทำความชั่วร้าย

            ในสมัยพระคัมภีร์เดิม พระเจ้าเลือกชนชาติอิสราเอลให้อยู่ในทางของพระองค์ ปัจจุบันใช้คริสเตียนเป็นตัวแทนพระคริสต์ คนที่กลับใจหันหลังให้บาป ดำเนินชีวิตอย่างคนของพระเจ้า ใช้สิ่งที่มีอยู่ในทางบริสุทธิ์ชอบธรรม ตามการทรงเรียกและการทรงนำ

            คริสเตียน ทำได้ เพราะถูกสร้างให้เป็นเช่นนั้น ทรงคอยช่วยเหลือและนำทาง

            สรุป โยบ.41 ทรงย้ำเตือนว่าพระองค์เหนือกว่ามนุษย์และไม่ต้องตอบแทนใคร สรรพสิ่งเป็นของพระองค์ อย่าต่อสู้ขัดขืน จงกลับมาหาพระเจ้า

 

คำถามหลังคำสอน:

            1) ท่านคิดว่าพระเจ้าทรงดีต่อท่านหรือไม่ อย่างไร

            2) จงอภิปราย คริสเตียนควรตอบสนองอย่างไรเมื่อตระหนักว่าพระเจ้ากำหนดชีวิต

------------------------

07/01/2569

บทเรียน 26 ความบริสุทธิ์อยู่เหนือความยุติธรรม

เพราะพระเจ้าบริสุทธิ์ สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ (บาป) จะถูกตัดขาดจากพระองค์ การนำคนบาปกลับมาต้องชำระให้บริสุทธิ์เสียก่อน

คำถามก่อนเรียน:

            1) จงอธิบายหลักการอวยพรกับการลงโทษของพระเจ้า โดยสังเขป

            2) พระเจ้าสามารถตีสอนด้วยความรักหรือไม่ จงอธิบาย

 

            เกริ่นนำ: เมื่อพูดถึงการไถ่จะเกี่ยวข้องกับความรักของพระเจ้า บทนี้อธิบายศาสนศาสตร์ (Theology) โดยยึดหลักความบริสุทธิ์ ชี้ลำดับความสำคัญของความบริสุทธิ์ ความรัก และความยุติธรม ดังนี้

ความบริสุทธิ์อยู่เหนือความยุติธรรม:

            หลักความบริสุทธิ์อยู่เหนือความยุติธรรม สามารถอธิบายดังนี้

1. ทำดีได้ผลดีตอบแทน ทำชั่วได้รับผลชั่ว

            ตรรกะความยุติธรรมของมนุษย์คือ ทำดีได้ผลดีตอบแทน ทำชั่วได้รับผลชั่ว

            พระเจ้ามีหลักการเรื่องตอบแทนตามความดีความชอบเช่นกัน ถ้าทำดีพระเจ้าอวยพร ทำบาปได้ผลบาป พระคัมภีร์มีคำสอนเช่นนี้มากมาย

ฉธบ.28:1-2

1 "ถ้าท่านทั้งหลายเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และระวังที่จะกระทำตามพระบัญญัติของพระองค์ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรงตั้งท่านไว้ให้สูงกว่าบรรดาประชาชาติทั้งหลายทั่วโลก

2 พระพรเหล่านี้จะตามมาทันท่าน ถ้าท่านทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน

สดด.62:12 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า และความรักมั่นคงเป็นของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสนองมนุษย์ ตามการงานของเขา

            เมื่อแรกเริ่ม พระเจ้าสร้างอาดัมตามพระฉายา อาดัมไม่เจ็บป่วย เป็นอมตะ (อาดัมต้องเสียชีวิตหลังล้มลงในบาป) พระเจ้าให้อยู่ในสวนเอเดนที่ปราศจากบาป อยู่ดีมีสุข อาหารบริบูรณ์ ไม่ขัดสนใดๆ และสร้างเอวาให้เป็นคู่ครอง คนไม่ทำร้ายกัน 

            มนุษย์หลังอาดัมเอวาที่ล้มลงในบาป ต้องรับผลบาปด้วยกันทั้งสิ้น โลกจึงบิดเบี้ยว สังคมชั่วช้า ผู้คนโหดร้าย ทำบาปต่อกันและกัน ทุกคนที่เกิดมาคือคนบาป รับผลของบาป บางคนพิการแต่กำเนิด หลายคนเกิดในครอบครัวยากจน หาเช้ากินค่ำ อดมื้อกินมื้อ พ่อแม่ทะเลาะกันและทำร้ายบุตรหลาน ชุมชนคนบาปเป็นศูนย์รวมความชั่วร้าย เหล่านี้คือตัวอย่างผลความบาปที่สืบเนื่องจากปฐมกาล ผลจากพระเจ้าแช่งสาปเมื่ออาดัมเอวาทำบาปนั่นเอง เพราะพระเจ้ายุติธรรม ทำบาปต้องรับผลของบาป (ตอบแทนตามความชอบธรรม)

2. ความรักของพระเจ้าให้โอกาสคนบาป

            เมื่อมนุษย์ทำบาป ความยุติธรรม และ ความรัก ของพระเจ้าคือ ให้คนบาป ได้โอกาส กลับสู่ชีวิตปราศจากบาปอีกครั้ง (อาจพูดว่ากลับสู่สวนเอเดน เป็นเอเดนใหม่) โดยการไถ่ของพระคริสต์ ทรง ริเริ่มและทำด้วยพระองค์เอง

รม.5:8 แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เรา คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อเรา

            ความรักของพระเจ้าแสดงออกเป็นรูปธรรมด้วยการไถ่ของพระเยซู ทรงรักทุกคนแต่ไม่ใช่ทุกคนได้รับความรอด

            อธิบายขยายความ: พระเจ้าทรงรักทุกคน แต่ความรักของพระองค์ไม่ใช่การเอาใจหรือตามใจ เช่น ความรักพระองค์มิได้มีไว้เพื่อให้มนุษย์จมอยู่ในความบาป ผู้ที่รักบาปมากกว่าจึงไม่อาจอยู่กับพระองค์นิรันดร์

            ยกตัวอย่าง ซาโลมอน เดมาส ที่เคยเชื่อพระเจ้าแต่ไม่สามารถรักษาความรอด

            เดิมซาโลมอนรักและติดตามพระเจ้า แต่เมื่อชราหันไปกราบไหว้พระอื่น ไม่ได้ซื่อตรงต่อพระเจ้าเที่ยงแท้เพียงองค์เดียว ทำผิดข้อร้ายแรง การเชื่อศรัทธาพระเจ้าต้องเชื่อศรัทธาพระเจ้าเที่ยงแท้เพียงองค์เดียวเท่านั้น


(ภาพจากจินตนาการ: ซาโลมอนติดตามพระอื่น)

1พกษ.11:3-6

3 พระองค์ทรงมีมเหสีเจ็ดร้อย และนางห้ามสามร้อยและบรรดามเหสีของพระองค์ ก็ทรงหันพระทัยของพระองค์ไปเสีย

4 เพราะอยู่มาเมื่อซาโลมอนทรงพระชราแล้ว มเหสีของพระองค์ได้หันพระทัยของพระองค์ให้ไปตามพระอื่น และพระทัยของพระองค์หาได้ตรงทีเดียวต่อพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของพระองค์ ดังพระทัยของดาวิดราชบิดาของพระองค์ไม่

5 เพราะซาโลมอนทรงดำเนินตามพระอัชโทเรท พระแม่เจ้าของคนไซดอน และตามพระมิลโคม สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนของคนอัมโมน

6 ซาโลมอนจึงทรงกระทำสิ่งที่ชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้า และมิได้ทรงติดตามพระเจ้าอย่างเต็มพระทัย ดังดาวิดราชบิดาของพระองค์ได้ทรงกระทำมาแล้วนั้น

2ทธ.4:10 เพราะว่าเดมาสได้หลงรักโลกปัจจุบันนี้เสียแล้ว และได้ทิ้งข้าพเจ้าไปยังเมืองเธสะโลนิกา เครสเซนส์ได้ไปยังแคว้นกาลาเทีย ทิตัสได้ไปยังเมืองดาลมาเทีย

            คนเหล่านี้เป็นบุคคลในพระคัมภีร์ที่เตือนใจคริสเตียนถึงความสำคัญของการรักษาความรอด

            พระเจ้ารักทุกคนแต่ไม่ใช่ทุกคนได้รับความรอด

3. ต้องบริสุทธิ์จึงได้อยู่กับพระองค์

          เพราะพระเจ้าบริสุทธิ์ สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ (บาป) จะถูกทำลายหรือตัดขาดจากพระองค์ การนำคนบาปกลับมาต้องชำระให้บริสุทธิ์เสียก่อน ความรักของพระเจ้าเข้ามาเติมเต็มตรงนี้

            อธิบายขยายความ: ความบาปขัดขวางไม่ให้พบพระเจ้า พระองค์ไม่สถิตอยู่ด้วย

อสย.59:2 แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแยก ระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และบาปของเจ้าทั้งหลายได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน

            คนบาป (ยังไม่กลับใจเชื่อพระเจ้า) คือผู้ที่ตายฝ่ายวิญญาณ หมายถึงจิตวิญญาณถูกตัดขาดจากพระเจ้า (เชื่อมต่อกับพระองค์ไม่ได้) คนที่ถูกพิพากษาลงนรกคือถูกตัดขาดจากพระองค์นิรันดร์

วว.20:14-15

14 แล้วความตาย และแดนมรณาก็ถูกผลักทิ้งลงไปในบึงไฟ บึงไฟนี่แหละเป็นความตายครั้งที่สอง

15 และถ้าผู้ใดที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือชีวิต ผู้นั้นก็ถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ

            การกลับมาอยู่กับพระองค์ หรือกลับสู่ความบริสุทธิ์อีกครั้งจึงสำคัญยิ่งยวด

            ชีวิตใหม่ของผู้เชื่อ คือชีวิตที่ถูกแยกไว้เพื่อพระคริสต์ (อีกความหมายของคำว่าบริสุทธิ์) ได้อยู่กับพระองค์นิรันดร์

4. ความบริสุทธิ์อยู่เหนือความเป็นไปมนุษย์

            ดังนั้น ความบริสุทธิ์อยู่เหนือความยุติธรรม เป็นคำอธิบายว่าความบริสุทธิ์เหนือหลักการทำดีได้ดี-ทำชั่วได้ชั่วที่มนุษย์ได้รับ (ความบริสุทธิ์เป็นพระลักษณะข้อเอก ความยุติธรรมหรือการตอบแทนตามความดีความชอบเป็นหลักการรอง) ความบริสุทธิ์ของพระองค์อยู่เหนือมนุษย์ เหนือผลที่มนุษย์ได้รับ ทรงเป็นผู้สร้างและควบคุมสรรพสิ่ง

            สรรพสิ่งเป็นของพระองค์ ประสงค์สิ่งใดก็จะเป็นเช่นนั้น ไม่ติดหนี้ผู้ใดหรือต้องตอบแทนใคร

โยบ.41:11 ใครเล่าที่ให้อะไรเรา ซึ่งเราจะต้องตอบสนองเขา สิ่งใดๆ ที่อยู่ใต้ฟ้าสวรรค์ทั้งสิ้นก็เป็นของเรา

Who has a claim against me that I must pay? Everything under heaven belongs to me.

            ไม่ว่าโลกกับสรรพสิ่งเป็นเช่นไร พระเจ้าบริสุทธิ์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

            ทรงบริสุทธิ์เสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง สรรเสริญพระเจ้า

วว.4:8,11

8 สิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้น แต่ละตนมีปีกหกปีก และมีตาอยู่รอบๆ และข้างในเต็มไปหมด และพวกเขาร้องตลอดวันตลอดคืนไม่ได้หยุดเลยว่า “บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ องค์พระผู้เป็นเจ้าคือพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ผู้ทรงเคยเป็นอยู่ ผู้ทรงเป็นอยู่ และผู้ที่จะเสด็จมา”

11 “องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงสมควรที่จะได้รับพระสิริ พระเกียรติและฤทธานุภาพ เพราะว่าพระองค์ทรงสร้างสรรพสิ่ง และสรรพสิ่งก็ดำรงอยู่และถูกสร้างขึ้นตามพระประสงค์ของพระองค์”

5. สรุป

            เมื่อมนุษย์ทำบาปจึงถูกแยกจากพระองค์ (หลักความบริสุทธิ์) และต้องรับผลบาป (หลักความยุติธรรม) พระเจ้าเข้าช่วยด้วยการไถ่ (หลักความรัก) นำคนบาปคืนดีกับพระองค์อีกครั้ง การคืนดีคือเข้ารวมเป็นหนึ่งกับพระองค์อีกครั้ง (หลักความบริสุทธิ์)

            ดังนั้น หลักความบริสุทธิ์สำคัญลำดับแรก

คำถามหลังคำสอน:

            1) จงอภิปราย ท่านคิดว่าพระเจ้ายุติธรรมไหมที่บางคนเท่านั้นที่ได้รับความรอด

            2) ทำไมต้องรักพระเจ้าสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น จงอธิบายตามคำสอนบทเรียนนี้

------------------------

24/12/2568

About Me

            คำว่า บันทึกไบเบิล” (Bible Note) น่าจะเป็นชื่อตัวแทน Blog มากที่สุด

            เป้าหมายคือ นำเสนอบทความจากการศึกษาพระคัมภีร์ ช่วยให้เข้าใจศาสนศาสตร์ หลักข้อเชื่อสำคัญอย่างลึกซึ้ง ตรงประเด็น สามารถต่อยอด และนำไปประยุกต์ใช้ เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจทุกคน

            หลักการศึกษา ยึดพระคัมภีร์ทั้งเล่ม พยายามตีความให้ถูกต้องที่สุด ใช้เครื่องมือศึกษาพระคัมภีร์หลายอย่าง ทั้งนี้คำว่าถูกต้องที่สุดคือถูกต้องที่สุดตามการสำแดงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตามการเปิดเผยในแต่ละช่วงเวลา ตามบริบทที่เปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้บางบทความใน บันทึกไบเบิล” จึงมีการปรับปรุง อธิบายขยายความเพิ่มเติม

การแบ่งหมวดหมู่:

            ปัจจุบันแบ่งเป็น 4 หมวดหมู่

            1. บันทึกไบเบิล (Bible Note) หมวดหมู่แรกนี้ เป็นบทความศึกษาพระคัมภีร์ในเชิงศาสนศาสตร์ 

            2. ชีวิตทรงพลัง (A Powerful Life) เป็นคำสอนคริสเตียนสำหรับชีวิตประจำวัน ให้ข้อคิดสะกิดใจ นำไปใช้ได้ทันที

            3. สัมผัสพระเจ้า (Experiencing God, To touch God) เป็นบทความการสรรเสริญนมัสการ เหมาะสำหรับคนทั่วไปและผู้ที่รับใช้ด้านการสรรเสริญนมัสการ

            4. อื่นๆ หมวดสุดท้ายนี้รวมบทความ คำสอนเรื่องต่างๆ ที่ยังไม่จัดลงหมวดใดๆ



--------------