วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560

อันตรายจากโทรศัพท์มือถือและข้อแนะนำ

16 ธันวาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
กรมสาธารณสุขแคลิฟอร์เนีย (California Department of Public Health :CDPH) เตือนอันตรายจากโทรศัพท์มือถือ ขอให้ประชาชนลดการใช้โทรศัพท์มือถือและพยายามให้อยู่ไกลตัว แม้ว่ายังต้องศึกษาวิจัยต่อไป แต่บุคลากรสาธารณสุขหลายท่านได้ออกโรงเตือนอันตรายจากการใช้คุยกันนานๆ


            มีข้อสงสัยว่าโทรศัพท์มือถือเสี่ยงทำให้เป็นมะเร็งหรือไม่ ทำให้เป็นหมัน (ลดการผลิตสเปิร์ม สเปิร์มไม่แข็งแรง) ปวดศีรษะ เรียนรู้ช้า ความจำเสีย หูหนวก นอนไม่หลับ
            แม้ว่าข้อสงสัยเหล่านี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่เสียงเตือนให้ระวังดังขึ้นเรื่อยๆ การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า

รับชมคลิปสั้น 2 นาที


ความเข้าใจในอดีต :
            มีผู้สงสัยมานานแล้วว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือและจากเสาส่งสัญญาณเป็นอันตรายหรือไม่ ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐหลายแห่งชี้แจงว่าไม่เป็นอันตรายแต่อย่างไร
นักวิชาการบางท่านอธิบายว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากลุ่มชนิดไม่ก่อไอออน (Non-ionizing radiation) อะตอมไม่แตกตัวเป็นไอออน ได้แก่ ย่านความถี่ใช้งานของโทรศัพท์มือถือและความถี่คลื่นวิทยุกระจายเสียง สัญญาณ Wi-Fi จะไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ แต่มีผลเชิงความร้อนเท่านั้น
            ส่วนความกังวลต่อสุขภาพต่างๆ นานานั้นงานวิจัยยังไม่สามารถสรุปชัดว่าเป็นเพราะคลื่นจากโทรศัพท์มือถือหรือไม่ แต่หากกลัวมีผลต่อสุขภาพให้เก็บเครื่องห่างจากร่างกายอย่างน้อย 20 เซนติเมตร หลีกเลี่ยงการใช้ในที่อับสัญญาณ (สัญญาณอ่อน)

ข้อมูลล่าสุด :
กลางเดือนธันวาคม กรมสาธารณสุขแคลิฟอร์เนีย (California Department of Public Health :CDPH) เตือนให้ห่างจากโทรศัพท์มือถือ เพื่อห่างจากคลื่นวิทยุ (radio frequency: RF) ที่แผ่ออกจากโทรศัพท์ เหตุที่ต้องเตือนเพราะคนอเมริกันร้อยละ 95 มีโทรศัพท์มือถือ ร้อยละ 12 ใช้สมาร์ทโฟนเป็นช่องทางสื่อสารออนไลน์ เด็กเริ่มใช้เมื่ออายุ 10 ขวบ คนหนุ่มสาวมักพกหรือวางโทรศัพท์ใกล้ตัวทั้งกลางวันกลางคืน
คาเรน สมิท (Karen Smith) ผู้อำนวยการ CDPH เกรงว่าคลื่นโทรศัพท์อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตการพัฒนาของสมองในวัยเด็กกับวัยรุ่น
โจเอล มอสโควิซ (Joel Moskowitz) จาก UC Berkeley อธิบายว่าบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือต้องการให้ผู้ใช้วางโทรศัพท์ห่างจากร่างกาย การวางใกล้ตัวเท่ากับละเมิดมาตรการความปลอดภัย
และชี้ว่าหน่วยงานรัฐทั้งหลายมักตามงานวิจัยไม่ค่อยทัน งานวิจัยใหม่ๆ หลายชิ้นให้ข้อสรุปว่ารังสีที่ออกจากโทรศัพท์มือถือเสี่ยงก่ออันตรายต่อสุขภาพ

ควรปฏิบัติตัวอย่างไร :
            คำแนะนำจาก CDPH
            1. ลดการใช้ให้มากที่สุด และวางโทรศัพท์ให้ไกลจากตัวมากที่สุด
            ดีที่สุดคือไม่ใช้ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรให้โทรศัพท์อยู่ห่างตัว เช่น เมื่อจะโทรหรือรับสายพยายามใช้หูฟัง ยิ่งเป็นพวกไร้สายยิ่งดี (Wireless/Bluetooth) ใช้วิธีส่งข้อความแทนการพูดคุย ถ้าใช้เครื่องดาวโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ควรวางเครื่องให้ไกลตัว
            ไม่เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ เหน็บไว้กับชุดชั้นในหรือเข็มขัด ควรเก็บในเป้หรือกระเป๋าหิ้วจะดีกว่า เหตุเพราะเวลาเก็บในที่เหล่านั้น เครื่องจะส่งคลื่นวิทยุแรงกว่าปกติเพราะต้องการรักษาสัญญาณติดต่อ
            2. หลีกเลี่ยงไม่ใช้สถานการณ์ที่เครื่องต้องปล่อยคลื่นแรงกว่าปกติ
            สถานการณ์เหล่านี้เช่น ไปอยู่ในจุดที่สัญญาณอ่อนหรืออับสัญญาณ ถ้าสัญญาณมีเพียงหนึ่งหรือ 2 ขีดคือจุดที่สัญญาณอ่อน เวลาที่รถวิ่งเร็ว การใช้ฟังเพลงดูวีดีโอออนไลน์ หรือดาวโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ก็เช่นกัน สถานการณ์เหล่านี้โทรศัพท์จะปล่อยคลื่นแรงกว่าปกติเพื่อคงสัญญาณให้ต่อเนื่อง
            ถ้าเป็นไปได้ควรดาวโหลดเพลงหรือภาพยนตร์เก็บไว้ในเครื่องก่อน จากนั้นดูโดยตั้งค่าเครื่องให้เป็นairplane mode
            3. วางโทรศัพท์ให้ไกลจากเตียงนอน
อย่านอนโดยวางโทรศัพท์ไว้ข้างๆ ควรวางให้ห่างอย่างน้อย 2-3 ฟุต
            4. ถอดหูฟังหากไม่มีการโทรหรือรับสาย
แม้ว่าหูฟังจะปล่อยคลื่นรังสีน้อยกว่า แต่ยังปล่อยคลื่นอยู่ดี จึงแนะนำให้ถอดออกหากไม่ใช้งาน
            5.หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าสามารถกันคลื่น
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทำให้เราสัมผัสคลื่นแรงกว่าเก่า เพราะเครื่องพยายามรักษาสัญญาณไม่ให้หลุดนั่นเอง

            CDPH ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมองในวัยเด็กกับวัยรุ่น อีกทั้งเป็นวัยที่มักใช้สมาร์ทโฟนทั้งวันทั้งคืน จึงแนะนำผู้ปกครองให้จำกัดการใช้ของลูก
            คำแนะนำข้างต้นตรงกับคำแนะนำจากกรมสาธารณสุขคอนเนตทิคัต (Connecticut Department of Public Health) ที่ออกตั้งแต่พฤษภาคม 2015 (เข้าใจว่าเป็นไปตามกฎหมายอเมริกาที่แต่ละรัฐจะออกคำเตือนเหล่านี้ หากไม่มีคำเตือนจากส่วนกลาง)

สรุป :
            ทางที่ดีและง่ายที่สุดคือลดการใช้สมาร์ทโฟน ใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น หากจะดูหนังฟังเพลงควรใช้คอมพิวเตอร์ ในกรณีเด็กกับเยาวชนควรจำกัดเวลา และมีหลายข้อที่ทำได้ทันทีเช่นวางโทรศัพท์ให้ไกลตัว ไม่วางข้างเตียง
            รู้เช่นนี้แล้ว ข้อใดทำได้ควรรีบปฏิบัติตามทันที แม้ในทางวิชาการยังถกเถียงกันอยู่ก็ตาม การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า
--------------------------


บรรณานุกรม :
1. ผู้เชี่ยวชาญชี้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์ไม่อันตราย แต่ความร้อนที่เกิดขึ้นอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพ. (2015, กันยายน 15). ไทยพับลิก้า. Retrieved from https://thaipublica.org/2015/09/electromagnetic-wave/
2. สถาบันศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2015, กันยายน 15). คลื่นแม่เหล็กเสามือถือไม่อันตราย กสทช.-สมาคมการแพทย์ไทย ยกข้อมูลชี้แจง-แค่วิตกไปเอง. Retrieved from goo.gl/HezzzE
3. California Department of Public Health. (2017, December 13). CDPH Issues Guidelines on How to Reduce Exposure to Radio Frequency Energy from Cell Phones. Retrieved from https://www.cdph.ca.gov/Programs/OPA/Pages/NR17-086.aspx
4. California Department of Public Health. (2017, December). How to Reduce Exposure to Radiofrequency Energy from Cell Phones. Retrieved from https://www.cdph.ca.gov/Programs/CCDPHP/DEODC/EHIB/CDPH%20Document%20Library/Cell-Phone-Guidance.pdf
5. Don’t keep cell phones next to your body, California Health Department warns. (2017, December 13). techcrunch.com. Retrieved from https://techcrunch.com/2017/12/15/dont-keep-cell-phones-next-to-your-body-california-health-department-warns/
-----------------------------

บทความแนะนำ

อี-คอมเมิร์ซที่เชื่อมโยงทั้งอาเซียน

14 พฤศจิกายน 2017 (ปรับปรุง 17 พฤศจิกายน 2017) ชาญชัย คุ้มปัญญา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ในที่ประชุมเอเปก ลีเซียนลุง ( Lee Hsien Loon...