24/02/2569

บทเรียน 28 รางวัลกับโทษหลังการทดสอบทดลอง (โยบ.42)

โยบคือตัวอย่างผู้เชื่อในพระคัมภีร์ที่ผ่านการทดสอบทดลอง เพื่อรับศักดิ์ศรียิ่งขึ้น ทรงมอบบททดสอบที่เหมาะสมกับท่านแล้ว


คำถามก่อนเรียน:

            1) การทดสอบทดลองตามความหมายพระคัมภีร์หมายถึงอย่างไร อธิบายพอสังเขป

            2) คิดว่าตัวเองกำลังเผชิญการทดสอบทดลองหรือไม่ อย่างไร

  รางวัลกับโทษหลังการทดสอบทดลอง (โยบ.42)

            ในที่สุดหลังการทดสอบทดลอง พระเจ้าประทานรางวัลกับโทษ โยบกับเพื่อนทั้ง 3 กลับใจใหม่ ดังนี้

1. เข้าใจและยอมรับพระเจ้า

            โยบ.42:1-6 เป็นการพูดตอบโต้ระหว่างโยบกับพระเจ้าในช่วงสุดท้าย หลังพระเจ้าตอบคำถามโยบ อธิบายอย่างละเอียด

โยบ.42:1-5

1 แล้วโยบทูลพระเจ้าว่า

Then Job replied to the LORD:

2 "ข้าพระองค์ทราบแล้วว่า พระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้ และพระประสงค์ของพระองค์ จะไม่หดหู่ไปได้เลย

“I know that you can do all things; no purpose of yours can be thwarted.

3 "นี่ใครหนอที่ซ่อนคำปรึกษาด้วยไร้ความรู้ "เพราะฉะนั้น ข้าพระองค์จึงกล่าวถึงสิ่งที่ข้าพระองค์ไม่เข้าใจ สิ่งที่ประหลาดเกินแก่ข้าพระองค์ ซึ่งข้าพระองค์ไม่ทราบ

You asked, ‘Who is this that obscures my plans without knowledge?’ Surely I spoke of things I did not understand, things too wonderful for me to know.

4 "ฟังซี เราจะพูด เราจะถามเจ้า ขอเจ้าตอบเรา"

You said, ‘Listen now, and I will speak; I will question you, and you shall answer me.’

5 ข้าพระองค์เคยได้ยินถึงพระองค์ด้วยหู แต่บัดนี้ตาของข้าพระองค์เห็นพระองค์

My ears had heard of you but now my eyes have seen you.

            โยบ.42:3-5 เป็นถ้อยคำของพระเจ้าที่กล่าวทวนคำพูดของโยบที่สงสัย อยากได้คำตอบ และได้คำตอบในที่สุด โดยที่ทรงมาตอบด้วยพระองค์เอง

            โยบกล่าวเป็นข้อสรุปว่า “พระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้” พระประสงค์ของพระองค์จะสำเร็จ

            อธิบายขยายความ: พระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้” กับพระประสงค์ของพระองค์จะสำเร็จ เป็นข้อสรุปในหลายเรื่อง เช่น

            1) ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยง องค์ผู้สูงสุด ทรงฤทธิ์อำนาจเหนือนามใดๆ

            2) ทุกสิ่งเกิดขึ้น เป็นไป ดำรงอยู่และสิ้นสุดตามน้ำพระทัย ทรงกำหนดไว้แล้ว

            3) ชีวิตทุกคนอยู่ภายใต้น้ำพระทัย มนุษย์สามารถคิดตัดสินใจ แต่สุดท้ายทุกอย่างเป็นไปตามน้ำพระทัย ทางเลือกดีที่สุดจึงต้องเลือกให้อยู่ในน้ำพระทัย ผู้เชื่อทุกคนจะได้รับบททดสอบทดลอง

2. กลับใจ

            แบ่งเป็น 2 กรณีคือ โยบกับเพื่อนโยบ

            2.1 ความเข้าใจและยอมรับนำสู่การกลับใจ

            โยบ.42:6 เป็นการกลับใจของโยบ ยอมรับว่าทำบาปและกลับใจ

โยบ.42:6 ฉะนั้นข้าพระองค์จึงเกลียดตนเอง และกลับใจอยู่ในผงคลีและขี้เถ้า"

Therefore I despise myself and repent in dust and ashes.”

            การกลับใจสำคัญ เป็นจุดเริ่มของการได้รับรางวัลทั้งหมด 

            คำอธิบายขยายความ:

            เรื่องราวของโยบตอกย้ำความสำคัญเรื่องความเข้าใจและยอมรับพระองค์ โยบที่ไม่เข้าใจนำสู่ความสงสัย จากความสงสัยนำสู่ความไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่นพระองค์ ทรงนับว่าความไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่นพระองค์เป็นบาป

            ความไม่มั่นใจ ไม่เชื่อมั่นพระองค์เป็นบาป (ขีดเส้นใต้ 2 เส้น)

            พระเจ้าไม่ต้องการให้ผู้เชื่อสงสัยไม่เชื่อมั่นพระองค์ เพราะความไม่เชื่อมั่นทำให้สงสัยว่าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้หรือไม่ สงสัยว่าพระองค์ช่วยได้จริงหรือไม่ ลังเลดำเนินตามการทรงเรียก ทรงต้องการให้ผู้เชื่อมีศรัทธาเปี่ยมล้น ยึดมั่นดำเนินชีวิตในความบริสุทธิ์ชอบธรรม ตามนิมิตการทรงเรียก

มธ.21:21 ฝ่ายพระเยซูตรัสตอบเขาว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เพียงท่านจะมีความเชื่อและมิได้สงสัย ท่านจะกระทำได้เช่นที่เราได้กระทำแก่ต้นมะเดื่อนี้ ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้ท่านจะสั่งภูเขานี้ว่า "จงลอยไปลงทะเล" ก็จะสำเร็จได้

          แม้ไม่เข้าใจทั้งหมดก็ยึดมั่นว่าทรงนำสู่สิ่งที่ดี ต้องมั่นใจเสมอว่าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้แน่นอน

            อธิบายขยายความ: แท้จริงแล้วในโลกนี้ไม่มีใครเข้าใจพระทัยพระเจ้าทั้งหมด ไม่มีใครรู้เข้าใจพระคัมภีร์อย่างสมบูรณ์ การสงสัย ไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดจึงเกิดขึ้นได้เสมอ คำตอบจากพระเจ้าคือ ต้องยึดความเชื่อ เชื่อศรัทธาพระองค์ วางใจ ไม่สงสัย

ยก.1:6-8

6 แต่จงให้ผู้นั้นทูลขอด้วยความเชื่อ อย่าสงสัยเลย เพราะว่าผู้ที่สงสัยเป็นเหมือนคลื่นในทะเลซึ่งถูกลมพัดซัดไปมา

7 ผู้นั้นจงอย่าคิดว่าจะได้รับสิ่งใดจากพระเจ้าเลย

8 เขาเป็นคนสองใจไม่มั่นคงในบรรดาทางที่ตนประพฤตินั้น

สภษ.3:5-6

5 จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง

6 จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น

            ชีวิตคริสเตียนย่อมมีช่วงที่เจออุปสรรค มารซาตานขัดขวางไม่ให้ทำตามน้ำพระทัย ต้องมั่นใจ วางใจพระองค์ ยืนหยัดดำเนินชีวิตในความบริสุทธ์ชอบธรรมจึงจะถวายเกียรติพระเจ้า

            ยิ่งไม่มั่นใจยิ่งต้องแสวงหาพระเจ้า ใกล้ชิดพระองค์ อยู่ภายใต้การปกป้องจากชุมชนผู้เชื่อ

            ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครเข้าใจพระวจนะทั้งหมด ไม่มีใครเข้าใจพระองค์ครบถ้วน ขอให้เปลี่ยนความไม่รู้เป็นความตั้งใจมุ่งมั่นแสวงหาพระเจ้า ศึกษาพระวจะ รับการทรงนำและกำลังจากพระองค์ ยอมรับพระเจ้าในทุกทาง ขอบคุณในทุกกรณี

ยชว.1:8 อย่าให้หนังสือธรรมบัญญัตินี้ห่างเหินไปจากปากของเจ้า แต่เจ้าจงตรึกตรองตามนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะกระทำตามข้อความที่เขียนไว้นั้นทุกประการ แล้วเจ้าจะมีความจำเริญ และเจ้าจะสำเร็จผลเป็นอย่างดี

สดด.119:10-12

10 ข้าพระองค์แสวงพระองค์ด้วยสุดใจของข้าพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์หลงไปจากพระบัญญัติของพระองค์

11 ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของพระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระองค์

12 ข้าแต่พระเจ้า สาธุการแด่พระองค์ ขอทรงสอนกฎเกณฑ์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์

ฮบ.11:6 แต่ถ้าไม่มีความเชื่อแล้ว จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าก็ไม่ได้เลย เพราะว่าผู้ที่จะมาเฝ้าพระเจ้าได้นั้น ต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์

And without faith it is impossible to please God, because anyone who comes to him must believe that he exists and that he rewards those who earnestly seek him.

            พระเจ้า “ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์”

            เป็นการย้ำเตือนว่าผู้เชื่อทุกคนต้องอธิษฐาน หมั่นศึกษาพระวจนะ เข้าใจพระลักษณะ น้ำพระทัยพระองค์ทั้งองค์รวมและต่อตัวผู้เชื่อแต่ละคน แสวงหาพระองค์ไม่สิ้นสุด รับกำลังและการทรงนำจากพระเจ้า

            2.2 ลงโทษโดยให้กลับใจ

            พระเจ้าให้กลับใจ (ยอมรับว่าทำบาปและทำสิ่งที่ถูกต้อง) เป็นโทษเบื้องต้นของผู้ไม่ผ่านการทดสอบทดลอง

            ในบริบทเอ่ยถึงเพื่อนโยบ แม้การทดสอบกระทำต่อโยบ แต่เพื่อนโยบเกี่ยวข้องด้วย เพื่อน 3 คนแรก (เอลีฟัส บิลดัด และโศฟาร์) ไม่สามารถตอบคำถามโยบเพราะขาดความรู้ความเข้าใจ (เข้าใจผิดบางส่วนหรือไม่ครบถ้วน) ทรงนับว่าพวกเขาทำบาปจึงต้องชำระบาป (โยบ.42:8)

โยบ.42:7-9

7 เมื่อพระเจ้าตรัสพระวจนะเหล่านี้แก่โยบแล้ว พระเจ้าตรัสกับเอลีฟัสชาวเทมานว่า "ความพิโรธของเราพลุ่งขึ้นต่อเจ้า และต่อสหายทั้งสองของเจ้า เพราะเจ้ามิได้พูดถึงเราอย่างที่ถูก ดังโยบผู้รับใช้ของเราได้พูด

8 เพราะฉะนั้นจงเอาวัวผู้เจ็ดตัว และแกะผู้เจ็ดตัว ไปหาโยบผู้รับใช้ของเรา และถวายเครื่องเผาบูชาสำหรับเจ้าทั้งหลาย และโยบผู้รับใช้ของเราจะอธิษฐานเพื่อเจ้า เพราะเราจะรับคำอธิษฐานของเขา เราจะไม่กระทำกับเจ้าตามความโง่ของเจ้า เพราะเจ้าทั้งหลายมิได้พูดถึงเราอย่างที่ถูก ดังโยบผู้รับใช้ของเราได้พูด"

9 ฝ่ายเอลีฟัสชาวเทมานและบิลดัดตระกูลชูอาห์และโศฟาร์ชาวนาอาเมห์ ได้ไปกระทำตามที่พระเจ้าตรัสสั่ง และพระเจ้าทรงรับคำอธิษฐานของโยบ

            ความไม่รู้พระคัมภีร์ เข้าใจไม่ครบถ้วนเป็นบาป แก้ด้วยการชำระบาป เป็นโทษกับการแก้ไขเบื้องต้น

            คำอธิบายขยายความ: เพื่อนที่มาเยี่ยมและตอบคำถามโยบมีทั้งสิ้น 4 คน

            3 คนแรกที่ขาดความเข้าใจครบถ้วนย่อมไม่สามารถใช้ชีวิตบริสุทธิ์ชอบธรรมอย่างโยบ (ทุกคนยึดถือปฏิบัติคำสอนต่างๆ ไม่เกินกว่าที่ตนเข้าใจ) แน่นอนว่าพวกเขาต้องรับผลการกระทำทั้งสิ้น ในบริบทพระเจ้าเน้น 3 คนแรกที่ตอบคำถามไม่ดีพอและต้องรับโทษส่วนนี้ ให้รับโทษเบื้องต้นด้วยการถวายเครื่องบูชาไถ่บาป (โยบ.42:8)

            เอลีฮูเพื่อนโยบคนที่ 4 ตอบถูกต้องสมบูรณ์ เอลีฮูตอบด้วยหลักศาสนศาสตร์ว่าพระเจ้ายิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ ไม่มีใครสามารถโต้แย้งพระองค์ ผู้ถูกสร้างโต้แย้งพระผู้สร้างได้หรือ

            โยบที่สงสัยและยืนยันว่าตนไม่ผิด ไม่สมควรรับความทุกข์มากมาย การสงสัยพระเจ้าเท่ากับพูดเป็นนัยว่าพระองค์ไม่ยุติธรรม ไม่ชอบธรรม (ทำผิด) สรุปคือโยบกำลังสงสัยว่าเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้หรือไม่ (โดยที่โยบยังเชื่อศรัทธาพระองค์ดังที่ปฏิบัติเรื่อยมา)

โยบ.35:1-7

1 เอลีฮูพูดต่อไปว่า

2 "ท่านคิดว่า นี่ยุติธรรมหรือ ท่านพูดหรือว่า "ความชอบธรรมของข้าพเจ้ายิ่งกว่าของพระเจ้า"

3 ที่ท่านถามว่า "ข้าพเจ้าจะได้ประโยชน์อะไร ข้าพเจ้าจะดีอะไรขึ้นกว่าข้าพเจ้าทำบาป"

4 ข้าพเจ้าจะตอบท่าน กับมิตรสหายของท่านด้วย

5 จงมองดูท้องฟ้าเถิด ดูเมฆซึ่งอยู่สูงกว่าท่าน

6 ถ้าท่านทำบาป ท่านจะได้อะไรที่กระทบกระเทือนพระองค์ ถ้าการทรยศของท่านทวีขึ้น ท่านทำอะไรแก่พระองค์

7 ถ้าท่านเป็นคนชอบธรรม ท่านถวายอะไรแก่พระองค์หรือพระองค์ทรงรับอะไรจากมือของท่าน

            เอลีฮูอธิบายด้วยศาสนศาสตร์ตอกย้ำความเป็นพระเจ้าผู้ทรงอยู่เหนือสรรพสิ่ง เหนือความบาปความดีของมนุษย์ ไม่ว่าคนจะทำบาปหรือทำดีล้วนไม่มีผลต่อพระองค์ ทรงเป็นพระเจ้าเป็นนิจไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องไร้สาระที่ใครคนหนึ่งจะกล่าวหากล่าวโทษพระองค์ (โยบ.35:2-3) เพราะไม่มีผลใดๆ ต่อพระเจ้าแต่อาจมีผลต่อผู้กล่าวโทษ

            การที่พระเจ้าอยู่เหนือความบาปความดีของมนุษย์เป็นหลักฐานหนึ่งบ่งชี้ว่าทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ ที่แม้กระทั่งความบาปความดีใดๆ หรือโลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ล้วนไม่มีผล ไม่ส่งผลต่อพระองค์ได้เลย ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลงนิรันดร์

            เพื่อนที่มาหาโยบทั้ง 4 คน มีเพียงเอลีฮูที่ไม่ต้องไม่กลับใจใหม่ เพราะเข้าใจพระวจนะลึกซึ้งถ่องแท้ สามารถอธิบายชี้แจงอย่างถูกต้อง

1ปต.3:15 แต่ในใจของท่าน จงเคารพนับถือพระคริสต์ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อท่านจะสามารถตอบทุกคนที่ถามท่านว่า ท่านมีความหวังใจเช่นนี้ด้วยเหตุผลประการใด แต่จงตอบด้วยใจสุภาพและด้วยความนับถือ

2ทธ.2:15 จงอุตส่าห์สำแดงตนว่าได้ทรงพิสูจน์แล้วเป็นคนงานที่ไม่ต้องอาย ใช้พระวจนะแห่งความจริงอย่างถูกต้อง

3. รางวัลของผู้ผ่านการทดสอบทดลอง

โยบ.42:10 และพระเจ้าทรงให้โยบกลับสู่สภาพดี เมื่อท่านอธิษฐานเผื่อสหายของท่าน และพระเจ้าประทานให้โยบมีมากเป็นสองเท่าของที่มีอยู่ก่อน

            3.1 กลับสู่สภาพดี (10ก)

            3.1.1 ฟื้นฟูใจ (11ก)

            ไม่ทุกข์ใจอีกแล้ว จิตใจกลับสู่ปกติ

โยบ.42:11 และพี่น้องชายหญิงของท่าน และบรรดาผู้ที่รู้จักท่านมาก่อนได้มาหาท่าน และรับประทานอาหารกับท่านในบ้านของท่าน และเขาทั้งหลายสำแดงความเห็นอกเห็นใจและเล้าโลมท่าน ด้วยเรื่องเหตุร้ายทั้งสิ้น ซึ่งพระเจ้าทรงนำมาเหนือท่าน และต่างก็ให้เงินแผ่นหนึ่งกับแหวนทองคำวงหนึ่งแก่ท่าน

            เดิมโยบมีชื่อเสียงดีเป็นที่รู้จัก ช่วงถูกทดสอบหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาทำบาป เมื่อคนเข้าใจความจริงจึงมาหาโยบ เห็นอกเห็นใจและเล้าโลมใจท่าน

            3.1.2 ฟื้นฟูทันทีอย่างรวดเร็ว (11ข)

- และต่างก็ให้เงินแผ่นหนึ่งกับแหวนทองคำวงหนึ่งแก่ท่าน

            การฟื้นฟูเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่ไม่มีอะไรเหลือ พระเจ้าฟื้นฟูความมั่งคั่งด้วยหลายวิธี รวมทั้งเพื่อนบ้านนำทรัพย์สมบัติมาให้

            3.2 ให้มีมากกว่าเดิม (10ข,12-14)

โยบ.42:12-14

12 และพระเจ้าทรงอำนวยพระพรชีวิตบั้นปลายของโยบมากยิ่งกว่าบั้นต้นของท่าน และท่านมีแกะหนึ่งหมื่นสี่พัน อูฐหกพัน วัวผู้พันคู่ และลาตัวเมียหนึ่งพัน

13 ท่านมีบุตรชายเจ็ดคน และบุตรหญิงสามคนด้วย

14 และท่านเรียกชื่อคนแรกว่า เยมีมาห์ และชื่อคนที่สองเคสิยาห์ และชื่อคนที่สามเคเรนหัปปุค

            เดิมโยบเป็นเศรษฐีมั่งคั่ง ทรงให้กลับคืนและมากกว่าเดิม ทั้งชื่อเสียง (11ก) ทรัพย์สมบัติเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

โยบ.1:1-3

1 มีชายคนหนึ่งในแผ่นดินอูส ชื่อโยบ ชายคนนั้นเป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม เป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย

2 ท่านมีบุตรชายเจ็ดคนและบุตรหญิงสามคน

3 ส่วนสัตว์เลี้ยงของท่าน มีแกะเจ็ดพันตัว อูฐสามพันตัว วัวห้าร้อยคู่ และลาตัวเมียห้าร้อยตัว และท่านมีคนใช้มากมาย ดังนั้นชายผู้นี้จึงใหญ่โตที่สุดในบรรดาชาวตะวันออก

            3.3 ให้สิ่งดีที่สุด (15)

โยบ.42:15 และในแผ่นดินนั้นทั้งสิ้นไม่มีหญิงใดงดงามเท่าบรรดาบุตรสาวของโยบ และบิดาของเขาได้ให้มรดกแก่เธอพร้อมกับพวกพี่ชายและน้องชายของเธอ

            พระเจ้าประทานบุตรสาวผู้งดงามที่สุด เป็นตัวอย่างรูปธรรมชี้ว่าทรงให้สิ่งดีที่สุด

            3.4 ชีวิตยืนยาว (16-17)

โยบ.42:16-17

16 ต่อจากนี้ไป โยบมีชีวิตอยู่อีกหนึ่งร้อยสี่สิบปี และได้เห็นบุตรชายของท่าน หลานเหลนของท่านสี่ชั่วอายุ

After this, Job lived a hundred and forty years; he saw his children and their children to the fourth generation.

17 และโยบก็สิ้นชีวิตเป็นคนแก่หง่อมทีเดียว

            เรื่องอายุของโยบ น่าจะตีความจำนวน 140 ปีให้เริ่มนับหลังผ่านการทดสอบทดลอง จึงเห็นหลานเหลนของท่านซึ่งเป็นลูกหลานชุดใหม่ ถึงสี่ชั่วอายุ (เป็นไปได้ว่าโยบมีอายุรวม 210 ปี โดยอิงหลักอวยพรเป็น 2 เท่า)

            อายุยืนยาวเป็นการอวยพรขั้นพื้นฐานอย่างหนึ่ง ใช้ชีวิตอย่างคนที่ได้รับการอวยพร ไม่ขัดสนใดๆ เห็นลูกหลานมากมาย

ฉธบ.30:20 ด้วยมีความรักต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ และติดพันอยู่กับพระองค์ กระทำเช่นนั้นจะได้ชีวิตและความยืนนาน เพื่อท่านจะได้อยู่ในแผ่นดินซึ่งพระเจ้าปฏิญาณแก่บรรพบุรุษของท่าน คือแก่อับราฮัมแก่อิสอัค และแก่ยาโคบว่า จะประทานแก่ท่านเหล่านั้น"

and that you may love the LORD your God, listen to his voice, and hold fast to him. For the LORD is your life, and he will give you many years in the land he swore to give to your fathers, Abraham, Isaac and Jacob.

สดด.91:16 เราจะให้เขาอิ่มใจด้วยชีวิตยืนยาว และสำแดงความรอดของเราแก่เขา

With long life I will satisfy him and show him my salvation.”

4. สรุป การทดสอบทดลอง

            เรื่องราวของพระธรรมโยบมาจากการที่มารซาตานคิดว่า โยบรักยำเกรงพระเจ้าเพราะได้รับการอวยพร เห็นแก่พระพร หากปราศจากพระพรจะไม่ยำเกรงพระองค์อีก (และจะต่อว่าพระองค์) พระเจ้าจึงอนุญาตให้มารทดลองโยบ เพื่อตรวจสอบว่าโยบรักยำเกรงจริงหรือไม่

            ในที่สุดโยบผ่านการทดสอบ พระเจ้าฟื้นฟูโยบให้มีมากกว่าเดิม ให้สิ่งดีที่สุด ส่วนคนที่ไม่ผ่านการทดสอบทดลองต้องสารภาพบาปกลับใจใหม่ ในวันข้างหน้าคนที่ไม่ผ่านอาจต้องพบข้อสอบเก่าอีก รับผลดีผลเสียจากการกระทำ

สดด.11:4 พระเจ้าทรงสถิตในพระวิหารอันบริสุทธิ์ของพระองค์พระที่นั่งของพระเจ้าอยู่บนฟ้าสวรรค์ พระเนตรของพระองค์มองและทดสอบลูกหลานของมนุษย์

1ปต.1:6-7

6 ในความรอดนั้นท่านทั้งหลายชื่นชมยินดี ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้ จำเป็นที่ท่านจะต้องทนทุกข์ทรมานชั่วขณะหนึ่งในการถูกทดลองต่างๆ

7 เพื่อการลองดูความเชื่อของท่าน อันประเสริฐยิ่งกว่าทองคำ ซึ่งแม้เสียไปได้ก็ยังถูกลองด้วยไฟ จะได้เป็นเหตุให้เกิดความสรรเสริญเกิดศักดิ์ศรีและเกียรติ ในเวลาที่พระเยซูคริสต์จะเสด็จมาปรากฏ

            4.1 ทุกคนต้องเจอการทดสอบทดลอง

            มนุษย์ทุกคนต้องเจอการทดสอบทดลอง มารล่อล่วงให้ทำบาป จมอยู่ในบาป ใช้ชีวิตบาป เพื่อให้มั่นใจว่าผู้นั้นจะรักบาปและต้องรับโทษในวันพิพากษา

วว.12:9 พญานาคใหญ่ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่ามารและซาตาน ผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลกก็ถูกผลักทิ้งลงไป พญานาคและบริวารของมันถูกผลักทิ้งลงไปในแผ่นดินโลก

            4.2 พยายามล่อลวงคริสเตียนผู้เชื่อ

            มารซาตานพยายามล่อลวงให้คริสเตียนผู้เชื่อทิ้งพระเจ้า เลิกนมัสการพระองค์ พยายามบั่นทอนกำลังความเชื่อ ขัดขวางแผนการพระเจ้า

ลก.21:8 พระองค์จึงตรัสว่า "ระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านให้หลง ด้วยว่าจะมีหลายคนมา ต่างอ้างนามของเราและว่า "เราเป็นผู้นั้น" และว่า "เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว" อย่าตามเขาไปเลย

คส.2:8 จงระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อด้วยหลักปรัชญา และด้วยคำล่อลวงอันเหลวไหลตามตำนานของมนุษย์ ตามภูตผีปิศาจของจักรวาล ไม่ใช่ตามพระคริสต์

            4.3 คริสเตียนคือชีวิตที่ต้องพบการทดสอบทดลอง

            พระเจ้าตั้งใจ “ทดลองความเชื่อของท่าน”

ยก.1:3-4

3 เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า การทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง

4 และจงให้ความมั่นคงนั้นบรรลุผลอันสมบูรณ์ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย

            1) เพื่อทดสอบว่ารักศรัทธาจริงหรือไม่

            หลายคนปากพูดว่ารักศรัทธาพระเจ้า จะติดตามพระองค์ตลอดไป จึงทรงให้เกิดเหตุการณ์เพื่อทดสอบว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่

            แท้จริงแล้วคริสเตียนทุกคนต้องเจอการทดสอบทดลองเรื่องนี้หลายครั้ง เพื่อความเชื่อศรัทธาจะเติบโตจนสมบูรณ์ เป็นผู้เชื่อศรัทธาแท้ เชื่อด้วยเต็มใจ ไม่ใช่แค่ลมปากเท่านั้น

            2) เพื่อเติบโตฝ่ายวิญญาณ

            ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ทุกคนกำลังเติบโตสู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์ พระเจ้าทดสอบทดลองเพื่อให้ผู้เชื่อตระหนักว่าเขาเติบโตฝ่ายวิญญาณมากขึ้นหรือไม่ หวังให้สอบผ่านเพื่อชี้ว่าเติบโตอีกขั้น สู่ชีวิตครบบริบูรณ์

            เช่น ทดสอบเรื่องการให้อภัยคนอื่น เรื่องการเสียสละ รักพระเจ้ามากกว่าสิ่งอื่นใด

            การทดสอบทดลองเหมือนนักเรียนนักศึกษาที่ต้องทำข้อสอบเพื่อเลื่อนชั้น ข้อสอบมีความยากง่ายตามระดับ ทุกคนจะได้รับข้อสอบที่เหมาะกับตัวเอง ทรงรู้ว่าใครควรได้รับข้อสอบใด

            3) รับบำเหน็จรางวัล

            พระเจ้าให้ทั้งรางวัลกับโทษ คนที่สอบผ่านจะรับบำเหน็จรางวัล นอกจากโยบที่พระเจ้าอวยพร 2 เท่า มีตัวอย่างอื่นมากมาย

            ตัวอย่าง อับราฮัมถวายอิสอัค

ปฐก.22:16-18

16 "พระเจ้าตรัสว่า เราปฏิญาณในนามของเราว่า เพราะเจ้ากระทำอย่างนี้และมิได้หวงบุตรชายของเจ้า คือบุตรชายคนเดียวของเจ้า

17 เราจะอวยพรเจ้าแน่ เราจะทวีเชื้อสายของเจ้าให้มากขึ้น ดังดวงดาวในท้องฟ้า และดังเม็ดทรายบนฝั่งทะเล เชื้อสายของเจ้าจะได้ประตูเมืองศัตรูของเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์

18 ประชาชาติทั้งหลายทั่วโลกจะได้พรเพราะเชื้อสายของเจ้า เหตุว่าเจ้าฟังเสียงของเรา"

            4) เพื่อรับศักดิ์ศรีพระสิริยิ่งขึ้น

            โยบไม่ใช่คนแรกและไม่ใช่คนสุดท้ายที่พระเจ้าจะทดสอบ ทรงหวังผู้เชื่อศรัทธาทุกคนผ่านการทดสอบทดลอง รวมทั้งตัวท่าน เพื่อรับศักดิ์ศรีพระสิริยิ่งขึ้น เหมือนพระเจ้ามากขึ้น

รม.8:28-30

28 เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์

29 เพราะว่าผู้หนึ่งผู้ใดที่พระองค์ได้ทรงทราบอยู่แล้ว ผู้นั้นพระองค์ได้ทรงตั้งไว้ให้เป็นตามลักษณะพระฉาย แห่งพระบุตรของพระองค์ เพื่อพระบุตรนั้นจะได้เป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพวกพี่น้องเป็นอันมาก

30 และบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้นั้น พระองค์ได้ทรงเรียกมาด้วย และผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกมานั้น พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม และผู้ที่พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม พระองค์ก็ทรงโปรดให้มีศักดิ์ศรีด้วย

And those he predestined, he also called; those he called, he also justified; those he justified, he also glorified.

            รากศัพท์คำว่า “ศักดิ์ศรีหรือ “glorified” ในรม.8:30 คือ δοξάζω (อ่านว่า dok-SAD-zo) หมายถึง มีพระสิริ, สง่างาม (Glorious) มีเกียรติ, เป็นที่ยกย่อง (Honour) ยกย่องเทิดทูน (Magnify)

            คำที่ใช้บ่อยและแทนกันได้คือคำว่า พระสิริ

            คือการที่พระเจ้าทำให้ผู้เชื่อคนนั้นมีพระสิริ มีเกียรติ และเป็นที่ยกย่องเทิดทูน จากการสำแดงพระลักษณะพระองค์ หรือเหมือนพระคริสต์มากขึ้น

            อธิบายขยายความ: พระสิริหรือเกียรติในพระเจ้าไม่ตรงกับเกียรติฝ่ายโลก คริสเตียนที่สำแดงพระสิริ ได้รับการยกย่อง คือคนที่สำแดงพระลักษณะพระเจ้า รม.8:28-30 ชี้ว่าพระสิริอยู่คู่กับคนของพระเจ้า คนที่รักพระองค์ คนที่ทำตามนิมิตการทรงเรียก ทรงตั้งคนเช่นนี้ให้สำแดงพระลักษณะพระคริสต์ (ตามลักษณะพระฉาย แห่งพระบุตรของพระองค์) ผู้นั้นเป็นผู้ชอบธรรม (ได้รับความรอด สำแดงวิถีพระคริสต์) และสำแดงพระสิริ (ตัวแทนพระคริสต์ขณะอยู่ในโลก)

            โยบคือตัวอย่างผู้เชื่อในพระคัมภีร์ที่ผ่านการทดสอบทดลอง เพื่อรับศักดิ์ศรียิ่งขึ้น (รม.8:30) ทรงมอบบททดสอบที่เหมาะสมกับท่านแล้ว

            เดิมโยบเป็นคนดีรอบคอบอยู่แล้ว (โยบ.1:1) การทดสอบทดลองทำให้ท่านสำแดงพระสิริและมีพระสิริ (ศักดิ์ศรี) ยิ่งขึ้น

โยบ.1:1 มีชายคนหนึ่งในแผ่นดินอูส ชื่อโยบ ชายคนนั้นเป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม เป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย

            การทดสอบทดลองทำให้ท่านสำแดงพระสิริและมีพระสิริ (ศักดิ์ศรี) ยิ่งขึ้น (ขีดเส้นใต้ 2 เส้น)

(YouTube: คริสเตียนคือชีวิตที่ต้องพบการทดสอบทดลอง)

คำถามหลังคำสอน:

            1) ควรดำเนินชีวิตอย่างไร จึงจะช่วยให้ผ่านการทดสอบทดลอง

            2) คริสเตียนควรมีท่าทีอย่างไรเมื่อเจอการทดสอบทดลอง

------------------------

ไม่มีความคิดเห็น: