วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560

อันตรายจากโทรศัพท์มือถือและข้อแนะนำ

16 ธันวาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
กรมสาธารณสุขแคลิฟอร์เนีย (California Department of Public Health :CDPH) เตือนอันตรายจากโทรศัพท์มือถือ ขอให้ประชาชนลดการใช้โทรศัพท์มือถือและพยายามให้อยู่ไกลตัว แม้ว่ายังต้องศึกษาวิจัยต่อไป แต่บุคลากรสาธารณสุขหลายท่านได้ออกโรงเตือนอันตรายจากการใช้คุยกันนานๆ


            มีข้อสงสัยว่าโทรศัพท์มือถือเสี่ยงทำให้เป็นมะเร็งหรือไม่ ทำให้เป็นหมัน (ลดการผลิตสเปิร์ม สเปิร์มไม่แข็งแรง) ปวดศีรษะ เรียนรู้ช้า ความจำเสีย หูหนวก นอนไม่หลับ
            แม้ว่าข้อสงสัยเหล่านี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่เสียงเตือนให้ระวังดังขึ้นเรื่อยๆ การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า

รับชมคลิปสั้น 2 นาที


ความเข้าใจในอดีต :
            มีผู้สงสัยมานานแล้วว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือและจากเสาส่งสัญญาณเป็นอันตรายหรือไม่ ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐหลายแห่งชี้แจงว่าไม่เป็นอันตรายแต่อย่างไร
นักวิชาการบางท่านอธิบายว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากลุ่มชนิดไม่ก่อไอออน (Non-ionizing radiation) อะตอมไม่แตกตัวเป็นไอออน ได้แก่ ย่านความถี่ใช้งานของโทรศัพท์มือถือและความถี่คลื่นวิทยุกระจายเสียง สัญญาณ Wi-Fi จะไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ แต่มีผลเชิงความร้อนเท่านั้น
            ส่วนความกังวลต่อสุขภาพต่างๆ นานานั้นงานวิจัยยังไม่สามารถสรุปชัดว่าเป็นเพราะคลื่นจากโทรศัพท์มือถือหรือไม่ แต่หากกลัวมีผลต่อสุขภาพให้เก็บเครื่องห่างจากร่างกายอย่างน้อย 20 เซนติเมตร หลีกเลี่ยงการใช้ในที่อับสัญญาณ (สัญญาณอ่อน)

ข้อมูลล่าสุด :
กลางเดือนธันวาคม กรมสาธารณสุขแคลิฟอร์เนีย (California Department of Public Health :CDPH) เตือนให้ห่างจากโทรศัพท์มือถือ เพื่อห่างจากคลื่นวิทยุ (radio frequency: RF) ที่แผ่ออกจากโทรศัพท์ เหตุที่ต้องเตือนเพราะคนอเมริกันร้อยละ 95 มีโทรศัพท์มือถือ ร้อยละ 12 ใช้สมาร์ทโฟนเป็นช่องทางสื่อสารออนไลน์ เด็กเริ่มใช้เมื่ออายุ 10 ขวบ คนหนุ่มสาวมักพกหรือวางโทรศัพท์ใกล้ตัวทั้งกลางวันกลางคืน
คาเรน สมิท (Karen Smith) ผู้อำนวยการ CDPH เกรงว่าคลื่นโทรศัพท์อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตการพัฒนาของสมองในวัยเด็กกับวัยรุ่น
โจเอล มอสโควิซ (Joel Moskowitz) จาก UC Berkeley อธิบายว่าบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือต้องการให้ผู้ใช้วางโทรศัพท์ห่างจากร่างกาย การวางใกล้ตัวเท่ากับละเมิดมาตรการความปลอดภัย
และชี้ว่าหน่วยงานรัฐทั้งหลายมักตามงานวิจัยไม่ค่อยทัน งานวิจัยใหม่ๆ หลายชิ้นให้ข้อสรุปว่ารังสีที่ออกจากโทรศัพท์มือถือเสี่ยงก่ออันตรายต่อสุขภาพ

ควรปฏิบัติตัวอย่างไร :
            คำแนะนำจาก CDPH
            1. ลดการใช้ให้มากที่สุด และวางโทรศัพท์ให้ไกลจากตัวมากที่สุด
            ดีที่สุดคือไม่ใช้ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรให้โทรศัพท์อยู่ห่างตัว เช่น เมื่อจะโทรหรือรับสายพยายามใช้หูฟัง ยิ่งเป็นพวกไร้สายยิ่งดี (Wireless/Bluetooth) ใช้วิธีส่งข้อความแทนการพูดคุย ถ้าใช้เครื่องดาวโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ควรวางเครื่องให้ไกลตัว
            ไม่เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ เหน็บไว้กับชุดชั้นในหรือเข็มขัด ควรเก็บในเป้หรือกระเป๋าหิ้วจะดีกว่า เหตุเพราะเวลาเก็บในที่เหล่านั้น เครื่องจะส่งคลื่นวิทยุแรงกว่าปกติเพราะต้องการรักษาสัญญาณติดต่อ
            2. หลีกเลี่ยงไม่ใช้สถานการณ์ที่เครื่องต้องปล่อยคลื่นแรงกว่าปกติ
            สถานการณ์เหล่านี้เช่น ไปอยู่ในจุดที่สัญญาณอ่อนหรืออับสัญญาณ ถ้าสัญญาณมีเพียงหนึ่งหรือ 2 ขีดคือจุดที่สัญญาณอ่อน เวลาที่รถวิ่งเร็ว การใช้ฟังเพลงดูวีดีโอออนไลน์ หรือดาวโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ก็เช่นกัน สถานการณ์เหล่านี้โทรศัพท์จะปล่อยคลื่นแรงกว่าปกติเพื่อคงสัญญาณให้ต่อเนื่อง
            ถ้าเป็นไปได้ควรดาวโหลดเพลงหรือภาพยนตร์เก็บไว้ในเครื่องก่อน จากนั้นดูโดยตั้งค่าเครื่องให้เป็นairplane mode
            3. วางโทรศัพท์ให้ไกลจากเตียงนอน
อย่านอนโดยวางโทรศัพท์ไว้ข้างๆ ควรวางให้ห่างอย่างน้อย 2-3 ฟุต
            4. ถอดหูฟังหากไม่มีการโทรหรือรับสาย
แม้ว่าหูฟังจะปล่อยคลื่นรังสีน้อยกว่า แต่ยังปล่อยคลื่นอยู่ดี จึงแนะนำให้ถอดออกหากไม่ใช้งาน
            5.หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าสามารถกันคลื่น
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทำให้เราสัมผัสคลื่นแรงกว่าเก่า เพราะเครื่องพยายามรักษาสัญญาณไม่ให้หลุดนั่นเอง

            CDPH ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมองในวัยเด็กกับวัยรุ่น อีกทั้งเป็นวัยที่มักใช้สมาร์ทโฟนทั้งวันทั้งคืน จึงแนะนำผู้ปกครองให้จำกัดการใช้ของลูก
            คำแนะนำข้างต้นตรงกับคำแนะนำจากกรมสาธารณสุขคอนเนตทิคัต (Connecticut Department of Public Health) ที่ออกตั้งแต่พฤษภาคม 2015 (เข้าใจว่าเป็นไปตามกฎหมายอเมริกาที่แต่ละรัฐจะออกคำเตือนเหล่านี้ หากไม่มีคำเตือนจากส่วนกลาง)

สรุป :
            ทางที่ดีและง่ายที่สุดคือลดการใช้สมาร์ทโฟน ใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น หากจะดูหนังฟังเพลงควรใช้คอมพิวเตอร์ ในกรณีเด็กกับเยาวชนควรจำกัดเวลา และมีหลายข้อที่ทำได้ทันทีเช่นวางโทรศัพท์ให้ไกลตัว ไม่วางข้างเตียง
            รู้เช่นนี้แล้ว ข้อใดทำได้ควรรีบปฏิบัติตามทันที แม้ในทางวิชาการยังถกเถียงกันอยู่ก็ตาม การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า
--------------------------


บรรณานุกรม :
1. ผู้เชี่ยวชาญชี้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์ไม่อันตราย แต่ความร้อนที่เกิดขึ้นอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพ. (2015, กันยายน 15). ไทยพับลิก้า. Retrieved from https://thaipublica.org/2015/09/electromagnetic-wave/
2. สถาบันศึกษาความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2015, กันยายน 15). คลื่นแม่เหล็กเสามือถือไม่อันตราย กสทช.-สมาคมการแพทย์ไทย ยกข้อมูลชี้แจง-แค่วิตกไปเอง. Retrieved from goo.gl/HezzzE
3. California Department of Public Health. (2017, December 13). CDPH Issues Guidelines on How to Reduce Exposure to Radio Frequency Energy from Cell Phones. Retrieved from https://www.cdph.ca.gov/Programs/OPA/Pages/NR17-086.aspx
4. California Department of Public Health. (2017, December). How to Reduce Exposure to Radiofrequency Energy from Cell Phones. Retrieved from https://www.cdph.ca.gov/Programs/CCDPHP/DEODC/EHIB/CDPH%20Document%20Library/Cell-Phone-Guidance.pdf
5. Don’t keep cell phones next to your body, California Health Department warns. (2017, December 13). techcrunch.com. Retrieved from https://techcrunch.com/2017/12/15/dont-keep-cell-phones-next-to-your-body-california-health-department-warns/
-----------------------------

วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วิธีรักษาสมาธิขณะต้องรับผิดชอบงานหลายอย่างพร้อมกัน

22 พฤศจิกายน 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
            น้อยคนที่ในเวลาเดียวกันจะรับผิดชอบงานชิ้นเดียว โครงการเดียว หลายคนต้องรับมือทีมงานหลายทีมพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดความเครียด ประสิทธิภาพลดลง การเปลี่ยนความสนใจกลับไปกลับมา (จากโครงการหนึ่งสู่อีกโครงการ) ทำให้เหนื่อยล้าเร็วกว่าที่ควร การปรับตัวเปลี่ยนบทบาทฐานะขณะติดต่อกับแต่ละทีม วิธีการพูด วัฒนธรรม ระดับความสัมพันธ์ล้วนส่งผลต่อความเครียดความเหนื่อยล้า


ไฮดี การ์ดเนอร์ (Heidi Gardner) กับมาร์ค มอร์เทนเซน (Mark Mortensen) แนะนำว่า
ประการแรก จัดเรียงลำดับความสำคัญ สร้างตารางงาน
            เริ่มจากเห็นภาพรวมก่อนว่างานที่ต้องรับผิดชอบมีอะไรบ้าง อะไรสำคัญมากน้อย รู้ว่าต้องทำอะไร วางแผนการทำแต่ละงาน มีตารางลำดับงานว่ามีอะไรกี่งาน กำหนดแล้วเสร็จเมื่อไหร่

ชมคลิป 2 นาที

ประการที่ 2 ทำทีละงาน ไม่สลับไปมา
            บางคนคิดว่าตัวเองสามารถทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กัน แต่วิธีนี้ไม่เหมาะกับงานสำคัญ งานที่ต้องทุ่มสมาธิ ข้อแนะนำคือในแต่ละวันให้เลือกทำงานที่สำคัญและต้องทุ่มเทสมาธิมากที่สุดก่อน ทำทีละงาน และกำหนดว่าวันนี้จะต้องทำงานใดให้แล้วเสร็จ รู้ว่าอย่างไรจึงเรียกว่า “เสร็จงาน” ไม่ทำน้อยหรือมากกว่านี้

ประการที่ 3 ป้องกันการเข้าแทรก
            ต้องวางระบบป้องกันการเข้าแทรกขณะทำงานสำคัญใช้สมาธิสูง จะเห็นว่าผู้บริหารจะมีเลขาหน้าห้องคอยรับโทรศัพท์ ต้อนรับแขก เป็นการคัดกรองสิ่งที่ไม่สำคัญออกไป การเปลี่ยนเครื่องมือสื่อสารเป็นระบบสั่น เปิดรับเฉพาะเครื่องสำคัญเท่านั้น การใช้ระบบตอบอัตโนมัติเป็นทางเลือกที่ควรใช้

ประการที่ 4 พัฒนาตัวเอง
            บางคนยุ่งอยู่กับงานประจำจนละเลยฝึกฝนพัฒนาตัวเองเพิ่มเติม กลายเป็นขวานทื่อ ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมใหม่ ความรู้ล่าสุด
            จึงต้องมีเป้าหมายว่าจะพัฒนาตนเองอย่างไร แบ่งเวลาส่วนหนึ่งให้กับสิ่งนี้ และให้เวลาส่วนหนึ่งเพื่อพัฒนาทีมงานตนเองอย่างเป็นระบบ

ประการที่ 5 รักษาเวลา
            ทำตามตารางเวลาอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินตามแผน ยิ่งเป็นผู้บริหารยิ่งต้องรักษาเวลา ไม่ปล่อยให้ทีมงานเสียเวลารอ ซึ่งจะเป็นการสอนและเตือนลูกทีมทุกคนว่าต้องตั้งใจทำตามแผน

            ในโลกนี้มีงานดีๆ ที่ทำได้มากมาย แต่หากทำไม่ได้ทั้งหมด ก็จำต้องเลือกบางอย่างที่คิดว่าดีที่สุด เป็นประโยชน์หรือควรทำมากที่สุด การมีสมาธิช่วยให้งานสำคัญที่สุดแล้วเสร็จ มีประสิทธิภาพสูงสุด
-----------------------

บรรณานุกรม :
Gardner, Heidi K., Mortensen, Mark. (2017, November 7). How to Stay Focused If You’re Assigned to Multiple Projects. Harvard Business Review. Retrieved from https://hbr.org/2017/11/how-to-stay-focused-if-youre-assigned-to-multiple-projects-at-once

วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

อี-คอมเมิร์ซที่เชื่อมโยงทั้งอาเซียน

14 พฤศจิกายน 2017
(ปรับปรุง 17 พฤศจิกายน 2017)
ชาญชัย คุ้มปัญญา
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ในที่ประชุมเอเปก ลีเซียนลุง (Lee Hsien Loong) นายกฯ สิงคโปร์แสดงวิสัยทัศน์ว่าประชาคมอาเซียนควรสร้างเครือข่ายอี-คอมเมิร์ซ (e-commerce frameworks) ขีดความสามารถทางไซเบอร์ และเครือข่ายเมืองอัจฉริยะ (smart cities) ที่เชื่อมโยงทั่วอาเซียน


นายกฯ ลีกล่าวว่าประเทศในเอเชียตะวันออก (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น) พร้อมที่จะรับเทคโนโลยีเหล่านี้แล้ว โดยเฉพาะอี-คอมเมิร์ซกับเมืองอัจฉริยะ
อาเซียนสามารถพัฒนาสิ่งเหล่านี้ได้เช่นกัน หากร่วมมือกันอย่างจริงจัง ขนาดเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนจะเพิ่มขึ้น 500 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 200,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2025

ชมคลิปสั้น 2 นาที https://youtu.be/0SyudXk67gQ

แผนแม่บทของสิงคโปร์ :
            กันยายน 1998 รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศแผนแม่บทอี-คอมเมิร์ซของตน เป้าหมายคือผลักดันให้เป็นส่วนหนึ่งของภาคธุรกิจกับประชาชน ดึงดูดการค้าอี-คอมเมิร์ซจากต่างประเทศ
            แผนดังกล่าวชื่อว่า Electronic Commerce Plan ให้ประเทศเป็นฮับอี-คอมเมิร์ซระหว่างประเทศ (international e-commerce hub) ด้วยความคิดว่าเป็นโอกาสใหม่ของประเทศ ภาคธุรกิจสามารถเจาะเข้าตลาดใหม่ๆ ช่วยลดต้นทุน ลดเวลา
            ในการนี้รัฐบาลจะพัฒนาเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบอินเทอร์เน็ต ผลักดันให้บริษัทเอกชนมียุทธศาสตร์ด้านอี-คอมเมิร์ซ ให้ประชาชนทุกคนใช้ประโยชน์จากบริการดังกล่าว ให้เป็นวิถีการใช้ชีวิตใหม่อย่างหนึ่ง ให้มหาวิทยาลัย สถานศึกษาต่างๆ สอนเรื่องเหล่านี้ ปรับปรุงกฎหมายทั้งในและระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
            ถ้านับจากแผนแม่บท 1998 บัดนี้ สิงคโปร์เดินหน้าสู่สังคมอี-คอมเมิร์ซ 19 ปีเต็มแล้ว

ประชาคมอาเซียนกำลังจะก้าวสู่อี-คอมเมิร์ซ :
ปีหน้า (2018) สิงคโปร์จะเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสุดยอดอาเซียน คาดว่าจะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มตัว เป็นไปได้ว่าในปีหน้าอาเซียนจะประกาศแผนเชื่อมโยงอี-คอมเมิร์ซของประเทศต่างๆ เข้าด้วยกัน
เป็นที่ทราบกันดีว่าประชาคมอาเซียนประกอบด้วยความร่วมมือ 3 เสาหลัก หนึ่งในนั้นคือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) ด้วยการบูรณาการเศรษฐกิจของชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ให้ลึกซึ้งและครอบคลุมกว่าเดิม ประกอบด้วยแผนต่างๆ มากมายทั้งแผนที่มีอยู่เดิมกับแผนจากความคิดริเริ่มใหม่ๆ
เพื่อมุ่งสู่การเป็นตลาดและฐานผลิตเดียว (single market and production base) เอื้ออำนวยให้ 1)สินค้าเคลื่อนย้ายโดยเสรี 2)บริการเคลื่อนย้ายโดยเสรี 3)การลงทุนโดยเสรี 4)ทุนเคลื่อนย้ายโดยเสรี และ 5)แรงงานมีฝีมือเคลื่อนย้ายโดยเสรี

แผนงานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน :
ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อพฤศจิกายน 2017 แถลงการณ์หลังการประชุมเอ่ยถึง “แผนงานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน” (ASEAN Work Programme on e-Commerce) แผนนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2015 เป็นส่วนหนึ่งของ AEC Blueprint 2025
แผนงานด้าน e-Commerce มีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
(1) โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เอื้ออำนวยต่อ e-Commerce
ดำเนินการใน 2 เรื่องหลัก ได้แก่ การสร้าง โครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์ (Broadband Infrastructure) ให้ครอบคลุมทั่วภูมิภาค และการสร้างสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบเพื่อที่เอื้ออำนวยต่อe-Commerce โดยการจัดทำกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
(2) การพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาและเทคโนโลยีให้แก่บุคลากร
โดยการเสริมสร้างทักษะด้าน e-Commerce ให้แก่เจ้าหน้าที่ขององค์กรที่มีหน้าที่กำกับดูแลด้านกฎหมาย/บังคับใช้กฎหมาย และองค์กรที่มีหน้าที่ดูแลผู้บริโภค การให้ความรู้แก่ SMEs และสาธารณชนเกี่ยวกับการน าอินเทอร์เน็ตไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม
(3) การคุ้มครองผู้บริโภค
ดำเนินการใน 5 เรื่องหลัก ได้แก่ การพิจารณาเรื่อง e-Commerce ให้เป็นส่วนหนึ่งในหลักการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค การพัฒนาจรรยาบรรณสำหรับการดำเนินธุรกิจออนไลน์ การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิของผู้บริโภคการระงับข้อพิพาททางเลือก (ADR) / การระงับข้อพิพาททางออนไลน์ (ODR) และการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ
(4) การปรับปรุงกรอบกฎหมายด้าน e-Commerce ให้มีความทันสมัย
ดำเนินการใน 2 เรื่องหลัก ได้แก่ การปรับปรุงกรอบกฎหมายด้าน e-Commerce ให้มีความทันสมัย และการสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับกฎหมาย /กฎระเบียบด้าน e-Commerce โดยการเผยแพร่ข้อมูลกฎหมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องผ่านทางเว็บไซต์
(5) ความปลอดภัยของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การพัฒนาหลักการด้าน การคุ้มครอง/ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การจัดทำมาตรฐานการยอมรับร่วม (MRAs) ในด้านการรักษาความปลอดภัยสำหรับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการยืนยันตัวตน และการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้าน การรักษาความปลอดภัยในโลกออนไลน์ (Cyber Security)
(6) ระบบการชำระเงิน
การส่งเสริมให้มีการจัดตั้งระบบการชำระเงินที่มีความปลอดภัย โดยการพัฒนากรอบกฎหมายที่ครอบคลุมหลักการรักษาความปลอดภัย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น
(7) การอำนวยความสะดวกด้านการทำธุรกรรม e-Commerce
การกำหนดนโยบายเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการทำธุรกรรม e-Commerce โดยการปรับกระบวนการด้านศุลกากรสำหรับการขนส่งสินค้าที่ซื้อขายผ่านระบบ e-Commerce ทางบกและอากาศให้มีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น เป็นต้น
(8) การจัดทำกรอบการดำเนินการด้าน e-Commerce ของอาเซียน โดยกำหนดเป้าหมายแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2562 (2019)
จะเห็นว่าอาเซียนกำลังเร่งรีบและจริงจังกับแผนอี-คอมเมิร์ซ

โลกกำลังเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ภูมิภาคอาเซียนหนีไม่พ้นทิศทางนี้ ไม่ช้าก็เร็ว ประชาคมอาเซียนจะประกาศแผนเศรษฐกิจดิจิทัลของตัวเอง
ผลลัพธ์คือภาครัฐจะดำเนินนโยบายที่สนับสนุนแผนอาเซียน ภาคเอกชนเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน สู่สังคมการซื้อขายด้วยอี-คอมเมิร์ซ เป็นสังคมไร้เงินสด และอื่นๆ
จะเห็นว่า แรงผลักดันทั้งจากภายในภายนอกประเทศกำลังแรงขึ้นทุกที
ผู้เตรียมพร้อมและใช้ก่อนเป็นผู้ได้ประโยชน์ก่อน ดังเช่น สิงคโปร์ที่รัฐบาลผลักดันอย่างจริงจังมาแล้วถึง 19 ปีเต็ม และกำลังจะผลักดันให้เป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน
----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
จีนกำลังเคลื่อนตัวสู่สังคมไร้เงินสด เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ช่วยยกระดับเศรษฐกิจ อันเป็นแนวทางเศรษฐกิจโลก ไม่ช้าก็เร็วประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะเป็นสังคมไร้เงินสด

บรรณานุกรม :
1. กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ. (2015). แผนงานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน. Retrieved from http://www.dtn.go.th/files/ASEAN/e-Commerce.pdf
2. ถาม-ตอบ รอบรู้ AEC 360°. (2555, พฤษภาคม). กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ. Retrieved from http://www.education.dusit.ac.th/ASIAN/books/asian/007.pdf
3. E-commerce frameworks, ASEAN network of smart cities on the cards: PM Lee. (2017, November 14). Channel NewsAsia. Retrieved from http://www.channelnewsasia.com/news/asiapacific/lee-hsien-loong-asean-e-commerce-frameworks-smart-cities-9404396
4. FULL TEXT: Chairman’s statement for the 31st ASEAN Summit. (2017, November). Philstar Global. Retrieved from http://www.philstar.com/headlines/2017/11/16/1759486/full-text-chairmans-statement-31st-asean-summit
5. Info-communications Media Development Authority. (2017, November 3). Singapore Launches Electronic Commerce Masterplan. Retrieved from https://www.imda.gov.sg/about/newsroom/archived/ida/media-releases/1998/20050726105559
-----------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

“ตูน บอดี้สแลม” ดี-เก่ง-กล้า

9 พฤศจิกายน 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา

            สังคมต้องการคนดี
            คนที่ “ดีแท้” ไม่ใช่พวกสร้างภาพ
            คนดีแท้ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่บกพร่องเลย
            แต่ “ตั้งใจทำดีด้วยบริสุทธิ์ใจ”



            เป็นคนดีเป็นเรื่องดี แต่ดีอย่างเดียวไม่พอ
            คนดีไม่ได้แปลว่าจะเป็นสุดยอดนักวิทยาศาสตร์ ทนายความอัจฉริยะ แม่ครัวห้าดาว
            คนดีซื่อบื้อมีถมไป แม้ดีจริงแต่ไม่ก่อประโยชน์สูงสุด
            จึงต้องเป็นคนเก่งด้วย พัฒนาให้เก่งสุดยอด

            สุดท้ายคือต้องกล้า
            กล้าที่จะทำดีและเก่งเพื่อคนอื่น
            กล้าที่จะเผชิญแรงกดดัน เพราะนี่คือสังคมที่ผู้คนหลากหลาย
            ไม่เช่นนั้นความดีความเก่งจะถูกฝังดิน
            และอยู่เช่นนั้นตลอดไป

            จงลุกขึ้นและวิ่งตามไป
            ถ้าเป็นดวงอาทิตย์ไม่ได้
            ก็จงเป็นดวงจันทร์
            ร่วมใจกับคน “ดี-เก่ง-กล้า” ดุจเป็นหนึ่งเดียว
            อย่างน้อยจะได้ร่วมฉายแสงกับคน "ดี-เก่ง-กล้า"
---------------------

เครดิตภาพ: สำนักข่าวปากต่อปาก
https://www.facebook.com/paktorpaknews/photos/pcb.1553498754731928/1553498534731950/?type=3&theater

เคล็ดลับการอยู่กับโรคเอสแอลอีอย่างมีความสุข

9 พฤศจิกายน 2017

            เข้าร่วมกิจกรรมฟรี
            วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 12-16 น. 
            ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน


            สามารถติดต่อ ชมรมต่อสู้โรคเอสแอลอี ได้ที่เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/SLE.For.Thais/
หรือโทร 095-4691462


วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ถ้ากล้าพอที่จะลงมือ จะทำดีได้อีกมาก

24 ตุลาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา

เชื่อหรือไม่ว่า ถ้ากล้ากว่านี้ ถ้ากล้าออกจาก Comfort Zone เราจะทำความดีได้อีกมาก
เป็นคนดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องกล้าด้วย กล้าที่จะออกจากขวดโหล
เกลือในขวดโหลอยู่แสนสบาย ปลอดภัย งดงาม ไม่แปดเปื้อน
แต่มีประโยชน์แค่ให้คนดูว่า อ้อ! นี่คือเกลือสีขาว

เริ่มต้นทำดี แล้วจะพัฒนา พ้นจากความเป็น “คนดีที่ซื่อบื้อ”
ยิ่งทำสิ่งใหม่ ทำสิ่งที่ยาก จะยิ่งพัฒนาเร็ว

จากมือสมัครเล่น กลายเป็นมืออาชีพ
            จากความประหม่า กลายเป็นความเคยชิน
จากที่โหล่ กลายเป็นคนแถวหน้า
จากคนที่ไม่มีใครรู้จัก กลายเป็นบุคคลสาธารณะ
จากไม่ค่อยเกิดผล กลายเป็นผลทวีคูณ

ความดี เหมือนคลื่นที่แผ่ออกไปรอบทิศทาง แผ่ออกไปเรื่อยๆ
ยิ่งทำดีบ่อยเท่าใด จะยิ่งส่งกระแสคลื่นออกไปถี่เท่านั้น
ดังนั้น จงหมั่นทำความดี
วันหนึ่งจะกลายเป็นคลื่นใหญ่ และสะท้อนกลับมาหาตัวเรา

หากสังคมมีพลังความดีมากพอ คลื่นความดีจะกลบคลื่นความชั่ว
ความดีกลายเป็นของธรรมดาสามัญ
----------------------




เครดิต ที่มาภาพ : https://pang127.wordpress.com/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99/

วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560

แก้ไข อย่าแก้ตัว

22 ตุลาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“สิ่งเดียวที่ขวางคุณสู่จุดหมาย
นั่นคือข้ออ้างห่วยๆ
ที่พูดซ้ำๆ กับตัวเอง
ว่าทำไมถึงทำไม่ได้”
Jordan Belfort จากภาพยนตร์เรื่อง Wolf of Wall Street

ต้องคิดใหม่ว่า "ทำได้"
อย่าเสียเวลาแก้ตัว จงแก้ไข
ตั้งเป้าว่าจะ “ใช้ชีวิต” เพื่อความสำเร็จ
ไม่ปล่อยให้ “ลมหายใจ” สูญเปล่า
------------
แก้ตัว ไม่ช่วยแก้ปัญหา
พูดไปเลยว่าติดขัดตรงไหน
พบอุปสรรคตรงที่ใด
ถ้าคนเดียวคิดไม่ออก ก็หาคนมาช่วยคิด
ถ้าทำคนเดียวไมได้ ก็หาทีมงานมาช่วย
-------------
เล่าปี่ยังเสาะหาขงเบ้ง
จงไปกราบไหว้ครูบาอาจารย์ โค้ช
จงทำงานเป็นทีม
-------------
คิดวางแผนให้ดีก่อน ค่อยลงมือทำ
แล้วจงทำวันนี้ ทำทันที “ทำทำทำ”
มนุษย์ไม่ได้บินสู่อวกาศในวันเดียว
คือความสำเร็จที่สะสม ต่อยอด
------------
ผิดได้ พลาดได้
แต่จง “แก้ไข อย่าแก้ตัว”





วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นอนวันละ 8 ชั่วโมง สำคัญกว่าที่คิด

18 ตุลาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา

            หลายคนมีปัญหานอนไม่พอ การนอนไม่พอไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะเสี่ยงทำให้เกิดหลายโรค
แมทธิว วอร์กเกอร์ (Matthew Walker) ผู้อำนวยการ Center for Human Sleep Science ชี้ว่าหลายคนไม่สนใจต่อการอดหลับอดนอน แม้ความรู้เรื่องการนอนยังมีน้อย มีคำถามข้อสงสัยอีกมาก มีข้อสรุปและข้อควรปฏิบัติสำคัญดังนี้

คนส่วนใหญ่อดหลับอดนอน :
            เรื่องน่าตกใจคือคนครึ่งโลกนอนเพียง 6 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า เหตุเพราะโลกปัจจุบันที่คนใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ มีปัญหาการนอนจากหลายสาเหตุ เช่น ความวิตกกังวล ความเหงา ความเศร้า เหล้ากับกาแฟ ล้วนเป็นเหตุให้นอนไม่ค่อยหลับ
            บางคนเห็นด้วยกับการนอนน้อย คิดว่าควรทำเช่นนี้เพื่อแสดงว่าเป็นคนขยัน บางคนอดนอนเพื่อใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อเที่ยวเตร่ หลายคนอายที่พูดว่าต้องการนอนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง
            การร่วมงานสังคมยามค่ำมักทำให้เข้านอนช้า ทางออกคือลดไปงานเหล่านี้ หรือกลับบ้านนอนโดยเร็ว ให้เหตุผลว่าพรุ่งนี้ท่านมีงานต้องทำแต่เช้า

ผลของการอดหลับอดนอน :
            หลักสำคัญคือ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่การนอนหลับพักผ่อนเป็นเรื่องจำเป็น มนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักร
            ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนหลายอย่างหากอดหลับอดนอน ตั้งแต่ไม่รู้สึกสดชื่น อารมณ์บูดง่าย ขอบตาดำคล้ำ เป็นสิว

            การนอนหลับอย่างเพียงพอย่อมให้ร่างกายมีเวลาปรับซ่อมส่วนที่สึกหรอ
            การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มคุ้น เป็นเหตุผลว่าคนเป็นหวัดง่ายหากอดนอน และถ้าเป็นหวัดสิ่งที่ควรทำคือพักผ่อน
            การนอนน้อยเพียงวันเดียว ทำให้เซลฆ่ามะเร็งในร่างกายลดลงร้อยละ 70 เพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม
การอดนอนนานๆ เสี่ยงทำให้เกิดโรคมะเร็ง อัลไซเมอร์ เบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ และภาวะเสี่ยงอีกหลายอย่าง แนะนำว่าควรนอนหลับให้ได้วันละอย่างน้อย 8 ชั่วโมง

            มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ให้ข้อสรุปตรงกันว่า หากนอนไม่พอจะอายุสั้น มีงานวิจัยพบว่าผู้ใหญ่อายุ 45 ขึ้นไป หากนอนต่ำกว่า 6 ชั่วโมงจะเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นถึง 200 เปอร์เซ็นต์
            และเป็นที่รู้กันทั่วไปว่าการขับรถขณะง่วงนอน (นอนไม่พอ) เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เป็นอันตรายทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น

อดนอนทำให้อ้วน :
            ความอ้วนมาจากหลายสาเหตุ เรื่องที่หลายคนอาจคิดไม่ถึงคือ การอดนอนทำให้อ้วน เพราะกระตุ้นความอยากอาหาร ร่างกายสร้างฮอร์โมนกระตุ้นความหิวมากกว่าปกติ ทำให้อยากกินอาหารรสหวาน อาหารที่มีแคลอรีสูง
            งานวิจัยหลายชิ้นให้ข้อสรุปว่าคืนใดที่นอนน้อย วันรุ่งขึ้นจะกินจุ งานวิจัยของ University of Colorado ระบุว่าอดหลับอดนอนเพียงไม่กี่วันทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 2 ปอนด์

การนอนเรื่องสำคัญและวิธีการนอน :
            มนุษย์แต่ละคนมีภารกิจ มีงานสำคัญที่ต้องทำ แต่อาจไม่ตระหนักว่ามนุษย์ใช้ 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับการนอน การนอนมีผลต่อสุขภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ความรู้สึก มีความสำคัญเท่ากับที่เราต้องการอากาศ อาหารและน้ำ
            หลักการเตรียมตัวก่อนนอน คือ ควรจัดวางสภาพแวดล้อมให้เหมาะแก่การนอน ไม่กินอิ่มเกินไป และไม่ดื่มน้ำก่อนนอนมากเกินไป ไม่ดูหนังหรือละครที่เครียด ควรปิดไฟขณะเข้านอน แสงสว่างลดทอนคุณภาพการนอน การอาบน้ำอุ่นช่วยทำให้หลับง่าย ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด

            นอนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เข้านอนตรงเวลาและตื่นตรงเวลา ทำตามนี้อย่างเคร่งครัด เหมือนการทำงานตรงเวลา การนอนตรงเวลาจะช่วยให้หลับง่าย
คนที่นอนหลับอย่างดีจะตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น สมองปลอดโปร่ง สามารถทำงานอย่างกระปรี้กระเปร่าตลอดวัน เป็นการเตรียมตัวอย่างชาญฉลาดเพื่อวันใหม่ที่สดใส เต็มประสิทธิภาพ นี่คือเป้าหมายของการนอน
---------------------------- 




บรรณานุกรม:
1. How Sleep Loss Adds to Weight Gain. (2013, August 6). The New York Times. Retrieved from https://well.blogs.nytimes.com/2013/08/06/how-sleep-loss-adds-to-weight-gain/?_r=0
2. 'Sleep should be prescribed': what those late nights out could be costing you. (2017, September 24). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/lifeandstyle/2017/sep/24/why-lack-of-sleep-health-worst-enemy-matthew-walker-why-we-sleep
3. WHY DO PEOPLE LACK SLEEP? SCIENTIST PINS BLAME ON MODERN SOCIETY AND WORKPLACE CULTURE. (2017, September 24). Inquisitr. Retrieved from https://www.inquisitr.com/4515941/why-do-people-lack-sleep-scientist-pins-blame-on-modern-society-and-workplace-culture/
4. World Health Organization. (1998). Worldwide Project on Sleep and Health : project overview. Retrieved from http://apps.who.int/iris/bitstream/10665/64100/1/WHO_MSA_MND_98.3.pdf
-----------------------------

วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560

รับบริจากคอมฯ เก่า เครื่องไฟฟ้าเก่าแก่คนพิการ

ประชาสัมพันธ์
สมาคมคนพิการทางเคลื่อนไหวสากล รับบริจาค คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วงที่เสียทุกชนิดให้กับสมาคมฯ

ผู้มีความประสงค์ ติดต่อ คุณธนกร  จรุงจันทร์ Tel. 085-120-6235
E-mail : apdi9000@gmail.com
หมายเหตุ : ผู้บริจาคท่านใดประสงค์รับหนังสือขอบคุณ กรุณาติดต่อ 02-9900331

ถ้าอยู่ต่างจังหวัด หรือ บริจาคจำนวนมาก!! ติดต่อ พันตรีศิริชัย ทรัพย์ศิริ
Tel. 063-919-3615 E-mail : apdi2500@yahoo.co.th

ที่อยู่ สมาคมคนพิการทางเคลื่อนไหวสากล
เลขที่ 802/410 หมู่ที่ 12 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130
      โทร : 0-2990-0331 หรือ 08-1735-2316

เว็บไซต์ http://www.apdi2002.com/



------------------------------


วันพุธที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560

“เลือกที่จะสู้”

11 ตุลาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
คนไม่ได้เกิดมาเท่าเทียม
แต่ทุกคนสามารถ “เลือกที่จะสู้” หรือ “ยอมแพ้”
คนที่ไม่สู้ไม่ต่างจากซากศพที่เดินได้
“วันนี้” กับ “พรุ่งนี้” ไม่มีความหมายสำหรับเขา
------------

คนที่สู้ “ทุกวันมีความหมาย”
“ทุกวันเป็นวันแห่งพลัง วันแห่งความหวัง”
เขารอยคอยวันพรุ่งนี้ วันที่จะได้เก็บเกี่ยว
--------------

ใครบ้างที่ไม่เคยผิดพลาด ไม่เคยล้มเหลว
คนที่สู้ “จะไม่อยู่เฉย จะมุ่งไปข้างหน้า มุ่งไปข้างหน้า มุ่งไปข้างหน้าเท่านั้น”
เขาจะพัฒนา และทำได้ดีขึ้นๆ
ความล้มเหลวคือ “ขั้นบันได” สู่ความสำเร็จของเขา
--------------

ถ้าเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ ก็มีสิทธิชนะ
ถ้าเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ ความมีชีวิตชีวาจะเบ่งบานต่อไป
สู้ เพื่อเอาชนะตนเอง
สู้ เพื่อคนที่รัก
สู้ เพื่อวิสัยทัศน์
ท่านเกิดมาเพื่อวิสัยทัศน์ใด
------------

จงลืมอดีต มองอนาคต ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง
การเก็บเกี่ยวกำลังรออยู่ข้างหน้า
อนาคตมีไว้สำหรับผู้ “เลือกที่จะสู้” เท่านั้น
---------------


ภาพ : เลือกที่จะสู้
ที่มา : http://vietnamnews.vn/gallery/321/speeding.html

------------------

วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560

จีนกำลังเคลื่อนตัวสู่สังคมไร้เงินสด

8 ตุลาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
            ประเทศจีนกำลังเคลื่อนตัวสู่สังคมไร้เงินสด (cashless society) นับวันคนจีนใช้เงินสดซื้อของน้อยลง จะจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน (application) บนโทรศัพท์มือถือ

            ขอเพียงมีโทรศัพท์มือถือก็สามารถใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สามารถเดินทางไปไหนมาไหนทั้งโดยรถโดยสารประจำทางกับรถไฟใต้ดิน ใช้จ่ายซื้อของกินของใช้ แม้กระทั่งบริจาคเงินให้วัดหรือให้นักแสดงข้างถนน
            นับวันคนจีนจะถือเงินสดน้อยลง ในเวลาเพียง 4 ปี ตัวเลขใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้น 20 เท่า หรือเท่ากับ 2.9 ล้านล้านหยวน ผู้อาศัยในกรุงปักกิ่งคนหนึ่งทำการทดสอบกับตัวเอง ติดธนบัตร 100 หยวนในกระเป๋า ผ่านไป 1 เดือนปรากฏว่าเงินยังอยู่ครบเท่าเดิม
นับวันจีนจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนบัตรกับวิธีชำระเงินแบบเดิม (เช่น บัตรเครดิต) จะยังคงเหลือใช้อยู่บ้าง

จีนกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว :
            สหรัฐฯ ใช้อินเทอร์เน็ตมาแล้ว 42 ปี ระบบพัฒนาก้าวไกลมาก ชาวอเมริกันคุ้นชิน ส่วนจีนใช้อินเทอร์เน็ตมาแล้ว 28 ปี ไม่อาจสู้สหรัฐฯ เรื่องความก้าวหน้าของระบบ แต่สังคมจีนกำลังนิยมและเรียนรู้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีผู้ใช้ถึง 710 ล้านคน เท่ากับผู้ใช้ของอินเดียกับสหรัฐฯ 2 ประเทศรวมกัน
ปี 2016 จีนมีประชากร 1,380 ล้านคน เท่ากับว่ายังมีคนจีนอีกนับร้อยล้านที่จะเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในอนาคต ในขณะที่สหรัฐฯ อิ่มตัวแล้ว

            จำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น คุณค่าของการใช้ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) เป็นแรงกระตุ้นให้บริษัทจำนวนมากมายทุ่มเทพัฒนาเทคโนโลยีกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การส่งเสริม เปิดกว้างแก่บริษัทต่างๆ ตามนโยบายรัฐบาล ก่อให้เกิดการแข่งขัน เกิดนวัตกรรมไม่สิ้นสุด

            ปัจจุบันจีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก นักวิชาการหลายคนคิดว่าอีกไม่นานจะแซงสหรัฐฯ เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเป็นอีกปัจจัยส่งเสริมเศรษฐกิจจีน
การใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ QR codes การสแกนใบหน้า คือส่วนหนึ่งของอนาคต
            ควบคู่กันนี้คือการวางระบบควบคุม ซึ่งจะเข้มข้นขึ้น มีมาตรฐานสูงขึ้น จนเทียบเท่าสากลในที่สุด มาตรฐานเหล่านี้เป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจดิจิทัล
ในอนาคตระบบการชำระเงินผ่านดิจิทัลจะมีเสถียรภาพสูง มีมาตรฐานเดียวกัน

ใครไปถึงก่อนได้ใช้ประโยชน์ก่อน :
            ควบคู่กับการเติบโตภายในประเทศ การแข่งขันจากต่างประเทศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จีนกำลังอยู่ในสภาพการณ์เช่นนี้เหมือนกัน
            บริษัทสหรัฐฯ กำลังคิดหาทางทำกิจการอี-เพย์เม้นท์ (e-Payment) ในจีน PayPal ของสหรัฐฯ หวังให้ชาติต่างๆ (ที่ไม่ใช่จีน) ใช้ระบบของตนเมื่อต้องการซื้อสินค้าในอี-มาเก็ตของจีน
            เหตุเนื่องจากในปี 2016 บริษัท PayPal ค้นพบว่าสมาชิกอเมริกันกับอังกฤษของตนถึง 1 ใน 3 ซื้อสินค้าในเว็บไซต์จีน PayPal จึงทำสัญญากับบริษัท Baidu ของจีน เพื่อให้สมาชิกสามารถซื้อสินค้าเว็บไซต์จีนผ่านระบบ PayPal แต่ยังไม่เป็นที่นิยมนัก

            ในประเทศที่นิยมใช้จ่ายผ่านระบบอี-เพย์เม้นท์ การพูดถึงสังคมไร้เงินสดไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ประเทศจีนกำลังเป็นตัวอย่างของสังคมไร้เงินสด เห็นถึงการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล นี่คือทิศทางของเศรษฐกิจโลก ใครไปถึงก่อนได้ใช้ประโยชน์ก่อน ไม่ต่างจากการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ที่ใครใช้เป็นก่อนได้ประโยชน์ก่อน
            คำถามจึงไม่อยู่ที่ควรใช้หรือไม่ แต่อยู่ที่ได้ศึกษาแล้วหรือยัง เตรียมตัวเตรียมใจที่จะใช้และใช้มากขึ้นหรือไม่
-----------------------




บทความที่เกี่ยวข้อง :
นายกฯ สิงคโปร์แสดงวิสัยทัศน์ว่าประชาคมอาเซียนควรสร้างเครือข่ายอี-คอมเมิร์ซที่เชื่อมโยงทั่วอาเซียน ผู้เตรียมพร้อมและใช้ก่อนเป็นผู้ได้ประโยชน์ก่อน ดังเช่นสิงคโปร์ที่รัฐบาลผลักดันอย่างจริงจังมาแล้วถึง 19 ปีเต็ม

บรรณานุกรม:
1. China’s Internet economy younger, more vibrant than US. (2017, September 14). Global Time. Retrieved from http://www.globaltimes.cn/content/1066309.shtml
2. PayPal seeking a place beside Alipay and WeChat in China’s booming online payment market. (2017, September 7). South China Moring Post. Retrieved from http://www.scmp.com/tech/china-tech/article/2110055/paypal-seeking-place-beside-alipay-and-wechat-chinas-booming-online
3. People's Daily Comments: QR code, face scan…and more easier payment methods to expect. (2017, September 14). People’s Daily. Retrieved from http://en.people.cn/n3/2017/0914/c90000-9268719.html
-----------------------------

วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560

หางาน รายได้เสริม คลิก

7 ตุลาคม 2017
(ปรับปรุง 5 ธันวาคม 2017)


ทวีค่าเงินของเราด้วยเครือข่ายผู้บริโภค
เมื่อเราไปซื้อสินค้า บ่อยครั้งที่จะไม่ได้ส่วนลด เพราะเขากำหนดราคาตายตัว หรือมักจะต่อรองได้ส่วนลดจำนวนเพียงเล็กน้อย เช่น 10%
แต่หากเราผู้เป็นผู้ซื้อผู้บริโภครวมตัวกัน ย่อมสามารถต่อรองราคาได้มากกว่าเดิม ตามหลักพื้นฐานของสหกรณ์ ที่ผู้ซื้อผู้บริโภครวมตัวเป็นเครือข่าย
บริษัทผู้ดูแลเครือข่ายจะช่วยต่อรองให้เรา อาจได้ส่วนลด 20-30% แล้วนำส่วนลดนี้มากระจายให้กับสมาชิกทุกคน ตามระบบของบริษัท
ด้วยวิธีการนี้ สมาชิกบริษัททุกคนจะได้ประโยชน์ สนับสนุนให้คนอื่นๆ เข้าร่วมเป็นสมาชิก
ยิ่งมีสมาชิกมาก เครือข่ายจะยิ่งมีพลัง สามารถต่อรองได้มาก

            บริษัทกำลังเปิดรับสมาชิกใหม่ สมัครก่อนใช้ก่อนได้ประโยชน์ก่อน     
            สมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
สนใจ ติดต่อ 083-0725036
Line ID: chanchai7CK


ถ้าเราไปซื้อข้าวมันไข่ 2-3 ห่อ คงไม่มีส่วนลด 
ถ้าไปซื้อทีเดียว 200 ห่อก็น่าจะได้แถมสัก 10 ห่อ
ถามว่าผู้ขายยินดีหรือไม่ คำตอบคือยินดีแน่นอน
ดังนั้น ทั้งผู้ซื้อกับผู้ขายต่างได้ประโยชน์ 
นี่คือพลังแห่งการเป็นเครือข่ายผู้บริโภค

บริษัทจะช่วยต่อรองและแบ่งปันส่วนลดแก่สมาชิก
สมัครก่อน ได้ส่วนลดก่อน
สมัครฟรี ไมเสียตังค์




บทความแนะนำ

อี-คอมเมิร์ซที่เชื่อมโยงทั้งอาเซียน

14 พฤศจิกายน 2017 (ปรับปรุง 17 พฤศจิกายน 2017) ชาญชัย คุ้มปัญญา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ในที่ประชุมเอเปก ลีเซียนลุง ( Lee Hsien Loon...