ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รู้จัก JFin Coin แบบเข้าใจง่าย

อัพเดทข้อมูล 7 กุมภาพันธ์
จะซื้อ JFinCoin ได้อย่างไร เข้าไปที่เว็บไซต์ https://www.jfincoin.io แล้วทำตามขั้นตอน โดยละเอียดตาม ลิงค์ที่นี่
ขั้นตอนโดยสรุป ได้แก่
ลงทะเบียนบัญชีใน TDAX (ต้องใช้ email เดียวกับที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อรักษาสิทธิ์ของท่าน)
ยืนยันตัวตนบัญชีใน TDAX (โดยทั่วไปใช้เวลา 1 วันในการทำรายการ)
ยืนยันสมุดบัญชีธนาคารที่บันทึกใน TDAX (โดยทั่วไปใช้ เวลา 1 วันในการทำรายการ)
ฝากเงินเข้าบัญชี TDAX ของท่าน
ซื้อ JFinCoin ในช่วงวัน Presale ผ่านเว็บไซต์ TDAX
เมื่อทำการซื้อเสร็จสิ้น จำนวน JFinCoin จะปรากฏในยอดบัญชีของท่าน ตามวันที่ตกลงไว้

เข้าซื้อ JFinCoin ในวัน Presale ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.00 น. จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 23.59 นี้เท่านั้น (ตามเวลาประเทศไทย)
หมายเหตุ: เราไม่รับคำสั่งซื้อนอกระบบ หรือ ผ่านโบรกเกอร์ หรือคำสั่งซื้อที่มาจากเว็บไซต์อื่น ๆ นอกเหนือจาก TDAX
--------------------------

มีคำถามมากมายว่า JFin Coin คืออะไร บทความนี้จะอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ ดังนี้
JFin Coin (เจฟินคอยน์) คือ สกุลเงินดิจิทัลที่สร้างมาเพื่อระดมทุนจากประชาชน นำไปลงทุนในระบบ ที่คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมแก่บริษัทในเครือเจมาร์ท (Jaymart) โดยเฉพาะการปล่อยกู้รายย่อย
พื้นฐานความเข้าใจคือบริษัทเจมาร์ทเป็นบริษัทค้าปลีกที่มีลูกค้าทั่วประเทศ เข้าถึงทุกกลุ่มทั้งระดับเมืองและชุมชน (บริษัทซิงเกอร์คือหนึ่งในบริษัทลูกของเจมาร์ท)
สินค้าของเจมาร์ทส่วนหนึ่งขายด้วยระบบเงินผ่อน ทุกวันนี้มีบริษัทลูกทำหน้าที่ปล่อยกู้และตามเก็บเงิน
ชมคลิปสั้น 4 นาที
การเข้ามาของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ทำให้บริษัทเห็นโอกาสและอนาคตของระบบดังกล่าว เป็นระบบที่โปร่งใส ปลอดภัย ลดต้นทุน เกิดความคิดว่าน่าจะพัฒนาใช้ระบบบล็อกเชนเพื่อการค้าปลีก การปล่อยกู้แก่รายย่อย
เป็นที่มาของการออก JFin Coin ขายแก่ประชาชนทั่วไป บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนสร้างระบบที่ชื่อว่า Decentralized Digital Lending Platform (DDLP) เป็นระบบที่ศึกษาพฤติกรรมการกู้ยืมเงิน ลดความเสี่ยงในการปล่อยกู้แก่รายย่อยอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุน
            ทั้งหมดนี้สนับสนุนความถนัดและแนวธุรกิจของเครือข่ายบริษัท คาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการปล่อยกู้ ได้ค่าธรรมเนียมต่างๆ มากขึ้น
            จะเห็นว่า JFin Coin ณ วันนี้ ไม่ใช่และไม่เหมือน Bitcoin ตัว Bitcoin ใช้ซื้อขายสินค้าบริการคล้ายเงินทั่วไป ส่วน JFin Coin ใช้เพื่อการระดมทุน ในอนาคตจึงจะเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการโอนค่าธรรมเนียมเมื่อระบบทำงาน และคงมีอย่างอื่นตามมา
            บริษัทเจมาร์ทชี้ว่า JFin Coin มีความน่าเชื่อถือเพราะมีบริษัทแม่รองรับ บริษัทแม่หรือเจมาร์ทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทุกอย่างที่ทำจึงต้องรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ มีการกำกับดูแล ต้องอธิบายที่มาที่ไปอย่างโปร่งใส และตั้งใจที่จะให้ JFin Coin ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่างๆ

การระดมทุนเริ่มจากการประกาศขาย ICO หรือการขายเหรียญ (Token) แก่บุคคลทั่วไปในราคาเริ่มต้น เหรียญละ 6.60 บาท จำนวน 100 ล้านเหรียญ จากจำนวนทั้งสิ้น 300 ล้านเหรียญ
ในจำนวน 300 ล้านเหรียญ 70 ล้านเหรียญจะล็อคให้เจมาร์ท 40 ล้านเหรียญสำหรับทีมงาน ทีมที่ปรึกษาและพาร์ทเนอร์ ที่เหลือ 90 ล้านเหรียญสำหรับการประกาศขายรอบต่อไป
            JFin Coin กำหนดเปิดขาย Presale ช่วง 14-28 กุมภาพันธ์ ผู้ซื้อในช่วงนี้ได้ส่วนลดร้อยละ 5 ส่วนคนที่ลงทะเบียนจองซื้อล่วงหน้าจะได้ส่วนลดร้อยละ 10 ช่วง Presale นี้เปิดขายเฉพาะในประเทศไทย

            จากนั้นวันที่ 1-31 มีนาคมจะเป็นการขาย ICO แก่ผู้สนใจทั่วโลก ก่อนเข้าเทรดจริงในตลาด TDAX ตั้งแต่ 1 เมษายนเป็นต้นไป การเทรดในระยะ 6 เดือนแรกจะอยู่ในกลุ่ม 100 ล้านเหรียญที่ขายให้บุคคลทั่วไป เนื่องจากส่วนอื่นๆ จะเทรดหลังจากนี้อีกหลายเดือน โดย 20 ล้านเหรียญของเจมาร์ทจะเริ่มเทรด 1 ตุลาคมปีนี้ (2018) อีก 70 ล้านเหรียญจะเริ่มเทรด 1 ตุลาคมปีหน้า (2019) เช่นเดียวกับ 40 ล้านเหรียญที่ขายให้ทีมงานจะเริ่มเทรด 1 ตุลาคมปีหน้าเช่นกัน
บริษัทชี้แจงว่าราคาของ JFin Coin น่าจะขึ้นกับพื้นฐานและผลประกอบการของบริษัท
ที่สุดแล้ว ต้องตระหนักว่าการลงทุนมีความเสี่ยง โดยเฉพาะสกุลเงินดิจิทัลที่มีความผันผวนสูง
1 กุมภาพันธ์ 2018
ชาญชัย คุ้มปัญญา
----------------------------
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม :
1. แถลงข่าวแผนการระดมทุนของ JVC เสริมศักยภาพธุรกิจในกลุ่มเจมาร์ท และเจาะลึกข้อมูลรายละเอียดของ JFin Coin ใน https://www.facebook.com/JFinCoin/
2. สมุดปกขาว ใน https://jfincoin.jventures.co.th/jfincoin-whitepaper.pdf

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

“เลือกที่จะสู้”

จงลืมอดีต มองอนาคต ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง การเก็บเกี่ยวกำลังรออยู่ข้างหน้า อนาคตมีไว้สำหรับผู้ “เลือกที่จะสู้” เท่านั้น คนไม่ได้เกิดมาเท่าเทียม แต่ทุกคนสามารถ “เลือกที่จะสู้” หรือ “ยอมแพ้” คนที่ไม่สู้ไม่ต่างจากซากศพที่เดินได้ “วันนี้” กับ “พรุ่งนี้” ไม่มีความหมายสำหรับเขา ------------ คนที่สู้ “ทุกวันมีความหมาย” “ทุกวันเป็นวันแห่งพลัง วันแห่งความหวัง” เขารอยคอยวันพรุ่งนี้ วันที่จะได้เก็บเกี่ยว -------------- ใครบ้างที่ไม่เคยผิดพลาด ไม่เคยล้มเหลว คนที่สู้ “จะไม่อยู่เฉย จะมุ่งไปข้างหน้า มุ่งไปข้างหน้า มุ่งไปข้างหน้าเท่านั้น” “เขาจะพัฒนา” และทำได้ดีขึ้นๆ ความล้มเหลวคือ “ขั้นบันได” สู่ความสำเร็จของเขา -------------- ถ้าเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ ก็มีสิทธิชนะ ถ้าเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ ความมีชีวิตชีวาจะเบ่งบานต่อไป สู้ เพื่อเอาชนะตนเอง สู้ เพื่อคนที่รัก สู้ เพื่อวิสัยทัศน์ ท่านเกิดมาเพื่อวิสัยทัศน์ใด ------------ จงลืมอดีต มองอนาคต ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง การเก็บเกี่ยวกำลังรออยู่ข้างหน้า อนาคตมีไว้สำหรับผู้ “เลือกที่จะสู้” เท่านั้น
11 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา --------------- ภาพ : เลือกที่จะสู้ เคร…

เด็กติดเกมติดเน็ต ควรแก้ที่เด็กหรือผู้ใหญ่

สังคมกังวลเมื่อเด็กติดเกมติดเน็ตมากขึ้นทุกที พ่อแม่หลายคนห่วงลูกที่ผลการเรียนแย่ลง กรณีร้ายแรงคือกลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน ควบคุมตัวเองไม่ได้ คำถามคือใครที่ทำให้เด็กติดเกมติดเน็ต

รายงานกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นล่าสุดระบุว่านักเรียนมัธยมต้นกับมัธยมปลายทุก 1 ใน 7 คนกำลังเผชิญปัญหาจากการติดอินเทอร์เน็ต (Internet addiction)สถิตินี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กเหล่านี้ไม่สนใจเรียนหนังสือ ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เป็นข้อมูลสำรวจเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2017 พบว่าเด็กนักเรียนญี่ปุ่นราว 930,000 คนติดเกมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ในขณะที่เมื่อ 5 ปีก่อนมีเพียง 400,000 รายเท่านั้น  โรคติดอินเทอร์เน็ต : โรคติดอินเทอร์เน็ตหรือ Internet Addiction Disorder (IAD) เป็นการ “เสพติด” (an addiction) คือยิ่งเล่นยิ่งอยากเล่นต่อ สูญเสียการควบคุมตัวเอง ระบบประสาทและสมองผิดปกติ การติดเน็ตรวมทุกกิจกรรมที่ทำผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น การท่องเว็บ ดูหนังโป๊ คุยในห้องแชท ส่งข้อความไปมา เล่นเกมในเน็ต ฯลฯ อาจเป็นการใช้เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ โรคติดอินเทอร์เน็ต ไม่เพียงทำลายสุขภาพผู้เล่นอินเทอร์เน็ต ทำให้ระบบประสาท…

passive income เพิ่มรายได้ เพิ่มเวลาให้กับชีวิต

พาสซีฟอินคัม (passive income) สร้างรายได้ต่อเนื่องทุกวันทุกเดือน สะสมเพิ่มวันละนิด เก็บกินตลอดชีวิต ถึงลูกถึงหลาน มีเวลาสำหรับเรื่องอื่นๆ นอกเหนือทำงานหาเลี้ยงชีพ
หวังร่ำรวยต้องมีรายรับมากกว่ารายจ่าย รู้จักนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ลงทุนขยายความมั่งคั่ง จนถึงจุดหนึ่งมีทรัพย์สินมากพอจนไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้เพียงพอ เช่นนี้เรียกว่า มีเสรีภาพทางการเงิน ผู้มีเสรีภาพทางการเงิน มักมี “พาสซีฟอินคัม” (passive income) คือ มีรายได้แม้ไม่ต้องทำงาน เช่น ได้รับบำเหน็จบำนาญ หรือมีรายได้ที่งอกเงยจากทรัพย์สิน ธุรกิจบางประเภท การจะได้เสรีภาพทางการเงินเป็นเรื่องเป็นไปได้ เพียงต้องอาศัยเวลา ความพยายาม และตั้งใจจริง การสร้างรายได้แบ่งเป็น 2-3 ประเภทใหญ่ๆ ที่คนส่วนใหญ่ทำคือ การลงมือลงแรงทำ หรือที่เรียกว่า active income ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือนายจ้างต่างอยู่ในประเภทนี้ หลายคนเคยสร้างรายได้ด้วยวิธีนี้ บางคนทำงานมาแล้ว 30-40ปี และยังทำอยู่ วันใดหากหยุดงานรายได้จะหยุดไปด้วย passive income คือการใช้ทรัพย์สินสร้างรายได้เพิ่ม เช่น เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ การเป็นหุ้นส่วนกิจการบางประเภทที่ทำงานอัตโนมัติ บางคนพูดว่าถ้ามี pa…