ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปัญหาคอร์รัปชันและจุดเปลี่ยนของสหภาพยุโรป

สหภาพยุโรปเป็นแรงผลักดันให้ชาติสมาชิกต้องเร่งแก้ปัญหาของตน ให้อยู่ภายใต้มาตรฐานร่วมกับชาติสมาชิกอื่นๆ และที่แน่ๆ คือปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่ปัญหาภายในของแต่ละประเทศอีกต่อไป ชาติสมาชิกที่มีปัญหารุนแรงแต่ไม่ยอมแก้ไขจะถูกเพ่งเล็ง กดดันให้แก้ปัญหา
            เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ สหภาพยุโรปได้ออกรายงานต่อต้านคอร์รัปชันฉบับแรกของตน ในชื่อ ‘E.U. Anti-Corruption Report’ รายงานดังกล่าวชี้ว่าชาติสมาชิกสหภาพยุโรปหลายประเทศประสบปัญหาคอร์รัปชันไม่แตกต่างจากประเทศในภูมิภาคอื่นๆ คอร์รัปชันในหมู่ชาติสมาชิกอาจมีลักษณะแตกต่างในแต่ละที่แต่ละแห่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดล้วนกระทบต่อธรรมาภิบาล กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือทำให้พลเมืองไม่ศรัทธาต่อสถาบันการเมือง กระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย
            ที่ผ่านมาชาติสมาชิกได้พยายามต่อต้านคอร์รัปชันตามกรอบกฎหมาย แนวทางของตน แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจด้วยหลายสาเหตุ เช่น ขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ระบบที่ขาดประสิทธิภาพ สถาบันต่อต้านคอร์รัปชันไม่มีขีดความสามารถเพียงพอ ขาดเจตจำนงทางการเมืองเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน สหภาพยุโรปหวั่นเกรงอย่างยิ่งว่าตนจะถดถอยลงเรื่อยๆ หากชาติสมาชิกไม่แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง หวังว่าการอยู่ร่วมเป็นสหภาพจะมีผลช่วยบรรเทาปัญหาให้ลดน้อยลง
สหภาพยุโรปมีการคอร์รัปชันในระดับสูง :
            มีผู้ประเมินว่าการคอร์รัปชันทำให้อียูต้องสูญเงินกว่า 120,000 ล้านยูโรต่อปี หรือเท่ากับปีละ 5.4 ล้านล้านบาท ปริมาณเงินดังกล่าวน้อยกว่างบประมาณประจำปีของอียูเพียงนิดเดียว
            ความเสียหายเชิงตัวเลขเป็นเรื่องหนึ่ง อีกเรื่องคือมุมมองหรือทัศนคติของประชาชนที่มีต่อปัญหาคอร์รัปชัน พบว่าชาวยุโรปร้อยละ 76 คิดว่าประเทศของตนมีการคอร์รัปชันอย่างกว้างขวาง ในระดับประเทศพบว่าชาวกรีซร้อยละ 99 เชื่อว่าประเทศตนมีการคอร์รัปชันมาก ชาวอิตาลีร้อยละ 97 ชาวลิธัวเนีย สเปนและสาธารณรัฐเช็กร้อยละ 96 คิดว่าประเทศของตนมีการคอร์รัปชันสูง
            ชาวยุโรปร้อยละ 73 คิดว่าการติดสินบน การใช้เส้นสายเป็นช่องทางที่จะได้รับบริการภาครัฐอย่างสะดวกรวดเร็ว ในระดับประเทศ ชาวกรีซร้อยละ 93 ไซปรัสร้อยละ 92 สโลวาเกียและโครเอเชียร้อยละ 89 คิดเช่นนั้น
            ชาวยุโรปร้อยละ 67 คิดว่าการเงินของพรรคการเมืองไม่โปร่งใสเพียงพอ ในระดับประเทศ ชาวสเปนร้อยละ 87 ชาวกรีซร้อยละ 86 สาธารณรัฐเช็กร้อยละ 81 คิดเช่นนั้น

            การสำรวจในภาคธุรกิจเอกชน พบว่า 3 ใน 10 บริษัท (หรือร้อยละ 32) เห็นว่าการคอร์รัปชันทำให้บริษัทของตนไม่ได้รับสัญญาว่าจ้าง/สั่งซื้อ กลุ่มบริษัทที่ประสบปัญหามากที่สุดคือบริษัทก่อสร้างกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรม
            4 ใน 10 บริษัทชี้ว่าวิธีการทุจริตที่มากที่สุดคือ การออกแบบสัญญาที่เอื้อต่อบางบริษัทอย่างเจาะจง (ร้อยละ 57) มีผลประโยชน์ทับซ้อน (ร้อยละ 54) การฮั้วประมูล (ร้อยละ 52) ขาดเกณฑ์ประเมินที่ชัดเจน (ร้อยละ 51) และอื่นๆ อีกหลากหลายอย่างที่ไม่โปร่งใส
            บริษัทกว่าครึ่งเห็นว่าร้อยละ 56 ของการจัดซื้อจัดจ้างระดับประเทศไม่โปร่งใส ส่วนระดับภูมิภาคกับท้องถิ่นไม่โปร่งใสถึงร้อยละ 60
            โดยรวมแล้วสหภาพยุโรป แหล่งรวมของชาติตะวันตกหลายประเทศจึงมีปัญหาการคอรรัปชันมากกว่าหลายคนเข้าใจ การพูดถึงตัวอย่างประเทศยุโรปที่มีการคอร์รัปชันต่ำเป็นจริงในบางประเทศเท่านั้น ในขณะที่บางประเทศมีปัญหาหนักไม่แพ้ประเทศด้อยพัฒนา

ปัญหาหลากหลายที่พบ :
            ‘E.U. Anti-Corruption Report’ แสดงให้เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันของสหภาพยุโรปโดยรวมแล้ว ไม่ได้แตกต่างจากรูปแบบที่พบเห็นได้ทั่วโลก บางครั้งเป็นเรื่องที่พบเห็นทั่วไป เช่น ขาดการควบคุมติดตาม ขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
            การจัดซื้อจัดจ้างภาคราชการเป็นกรณีปัญหาที่อียูให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีผลต่อเศรษฐกิจของชาติสมาชิกโดยตรง ราว 1 ใน 5 ของจีดีพีอียูมาจากการใช้งบประมาณรัฐบาล ที่น่าตกใจคือพบว่าการจัดซื้อจัดจ้างเป็นแหล่งคอร์รัปชันของหลายประเทศ งบประมาณรั่วไหลมาก พบว่าราคาที่หน่วยงานราชการซื้อ อาจเป็นราคาที่สูงเกินจริงถึงร้อยละ 20-25 ของราคาที่ควรจะเป็น และในบางกรณีอาจสูงเกินจริงถึงร้อยละ 50

            การคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่นเป็นอีกประเด็นที่พูดถึงมาก พบว่าการคอร์รัปชันในหลายประเทศมักเกิดกับข้าราชการระดับภูมิภาคกับระดับท้องถิ่น เนื่องจากขาดการตรวจสอบถ่วงดุล ขาดการควบคุมภายใน การตรวจสอบจากส่วนกลางไปไม่ถึง บางครั้งเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ต่อต้านคอร์รัปชันมีอำนาจน้อยกว่าเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคที่ต้องกำกับดูแล
            การคอร์รัปชันระดับท้องถิ่นมักเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ในหลายกรณีพบว่าท้องถิ่นเหล่านี้ปฏิบัติตามกลไกควบคุมต่อต้านคอร์รัปชันเพียงเล็กน้อย ไม่ใส่ใจ ขาดการประสานงานเชื่อมโยง จำต้องแก้ไขเพื่อให้กลไกทำงานได้จริง

            หน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันมักเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากฝ่ายการเมืองทั้งทางตรงทางอ้อม เช่นเดียวกับศาลที่ต้องเผชิญแรงกดดัน พบว่าบางครั้งศาลจะหลีกเลี่ยงเกี่ยวข้องกับคดีของนักการเมืองระดับสูง คดีที่การตรวจสอบซับซ้อน บางประเทศที่มีศาลสำหรับคดีคอร์รัปชันโดยเฉพาะ ศาลเหล่านี้มักถูกสังคมเพ่งเล็งว่ากระทำหน้าที่โดยสุจริตหรือไม่ ต้องไม่มีปัญหาว่าศาลใช้เวลานานเกินไปจนคดีหมดอายุความ ซึ่งบางครั้งเกิดจากความจงใจ

ปัญหาอันเนื่องจากกฎหมาย แนวทางที่ต่างกัน :
            เนื่องจากชาติสมาชิกอียูยังมีอธิปไตยของตนเอง จึงเป็นธรรมดาที่แต่ละประเทศจะมีกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันที่แตกต่าง ตามบริบท ตามพัฒนาทางการเมือง ทางกฎหมายของตน ความแตกต่างนี้บางครั้งเป็นข้อดี บางครั้งเป็นข้อเสีย
            ประเด็นพรรคการเมืองรับเงินสนับสนุนอย่างผิดกฎหมาย การซื้อเสียงด้วยวิธีการต่างๆ เป็นกรณีตัวอย่าง บางประเทศพยายามแก้ไขด้วยการตรากฎหมายป้องกันปัญหาการบริจาคเงินแก่พรรคการเมือง แต่ปัจจุบันยังมีบางประเทศที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามสามารถบริจาคเงินมากเท่าที่ต้องการโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ บางประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายดังกล่าว ฝ่ายการเมืองแก้ไขด้วยการที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่แสดงความโปร่งใสทางการเงินโดยสมัครใจ บางครั้งพรรคการเมืองคว่ำบาตรนักการเมืองในสังกัดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน โดยรวมแล้ว แต่ละประเทศมีกฎหมาย มีกลไกการควบคุมต่อต้านคอร์รัปชันที่แตกต่าง ขาดแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
            กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันทุจริตอันเนื่องจากผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นอีกกรณีตัวอย่าง บางประเทศบังคับใช้ต่อคนจำนวนมาก ครอบคลุมทั้งพวกนักการเมือง ข้าราชการ แม้กระทั่หงหน่วยงานเฉพาะทาง บางประเทศการสอบสวนกระทำผ่านระบบศาล แต่บางประเทศกระทำผ่านคณะกรรมาธิการรัฐสภาที่มีขีดความสามารถจำกัด
            ยังมีนโยบายป้องกันอีกหลายเรื่องที่แต่ละประเทศต่างมีแนวทางของตนเอง กลายเป็นว่ามีหลายมาตรฐาน แต่ถ้ามองในแง่ดีคือเป็นโอกาสให้แต่ละประเทศได้เลือกใช้แนวทางป้องกันปราบปรามที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเอง

อียูกดดัน ชาติสมาชิกต้องปรับตัว :
            ดังที่กล่าวแล้วว่าสมาชิกอียู 28 ประเทศมีความโปร่งใส มีปัญหาคอร์รัปชันมากน้อยแตกต่างกันไป และเนื่องจากการคอร์รัปชันมีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอียูโดยรวม กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ อียูจึงตั้งเป้าช่วยเหลือชาติสมาชิกทุกประเทศให้มีความโปร่งใส ลดการคอร์รัปชัน โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับประเทศที่มีปัญหาทุจริตในระดับสูง
            จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเรื่องนี้เกิดขึ้นจากวิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากสหรัฐ ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชาติสมาชิกสหภาพยุโรป ระบบเศรษฐกิจกับภาคธนาคารปั่นป่วน เสถียรภาพของรัฐบาลหลายประเทศสั่นคลอน ผู้คนหลายล้านตกงาน วิกฤตเศรษฐกิจ 2008 จึงส่งผลกระทบต่ออียูโดยตรง แต่เป็นโอกาสให้อียูได้ทบทวนระบบเศรษฐกิจของตน มองเห็นจุดบกพร่อง เป็นโอกาสที่จะได้ปรับปรุงระบบเศรษฐกิจเพื่อเผชิญความท้าทายในอนาคต
            และเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลตระหนักเรื่องความโปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อการใช้จ่ายภาครัฐมากกว่าแต่ก่อน คนยุโรปคาดหวังว่าอียูจะช่วยรัฐสมาชิกขจัดปัญหาเหล่านี้
            เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเงิน 2008 และวางรากฐานเศรษฐกิจเสียใหม่ ในปี 2010 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ ‘Europe 2020’ อันเป็นแผน10 ปีเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป ให้เศรษฐกิจเติบโตก้าวหน้ามีประสิทธิภาพ ยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ ทุกคนเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ ประชาชนมีงานทำ รักษาสิ่งแวดล้อม แต่การจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาจะเป็นไปไม่ได้หากขาดรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล สังคมที่มีการคอร์รัปชันเพียงเล็กน้อย และจำต้องอาศัยความร่วมมือจากชาติสมาชิกทั้งหมด ต้องเป็นการเข้าสู่เส้นชัยร่วมกัน เพราะวิกฤตเศรษฐกิจของสมาชิกบางประเทศกระทบเป็นลูกโซ่ต่อชาติสมาชิกอื่นๆ

            ถ้าจะมองในแง่ดี สหภาพยุโรปเป็นแรงผลักดันให้ชาติสมาชิกต้องเร่งแก้ปัญหาของตน ให้อยู่ภายใต้มาตรฐานร่วมกับชาติสมาชิกอื่นๆ และที่แน่ๆ คือปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่ปัญหาภายในของแต่ละประเทศอีกต่อไป ชาติสมาชิกที่มีปัญหารุนแรงแต่ไม่ยอมแก้ไขจะถูกเพ่งเล็ง กดดันให้แก้ปัญหา
            ถ้าจะวิเคราะห์แบบลึกๆ ‘E.U. Anti-Corruption Report’ คือการเปิดเผยปัญหาคอร์รัปชันของชาติสมาชิกและให้เห็นภาพรวม ชี้ให้เห็นว่าชาติสมาชิกที่ระบบเศรษฐกิจอ่อนแอ การเมืองไม่มั่นคง มักมีการทุจริตคอร์รัปชันระดับสูงเป็นองค์ประกอบ ดังนั้น การจะแก้ไขปัญหา จะต้องแก้ไขทั้ง 3 ด้านหลักไปพร้อมๆ กัน นี่เป็นมาตรฐานของสหภาพยุโรป เชื่อว่าในอนาคตสหภาพยุโรปจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดประเด็นให้ชาติสมาชิกได้ถกเถียงกันมากขึ้น รายงานชิ้นนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันก็เป็นได้
9 กุมภาพันธ์ 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6305 วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557)
---------------------
ประชาสัมพันธ์ :
จองโรงแรมที่พักกับ Booking.com
728*90 บทความที่เกี่ยวข้อง
1. คดีทุจริตกล่าวหามาเรียโน ราโคย นายกรัฐมนตรีสเปน
นายมารีโน ราโคย นายกรัฐมนตรีสเปนกับแกนนำพรรคหลายคนกำลังถูกกล่าวหาว่ารับเงินใต้โต๊ะจากบริษัทเอกชนเพื่อแลกกับการได้โครงการก่อสร้างของรัฐ อนุมัติโครงการก่อสร้างต่างๆ ไม่ว่านายกรัฐมนตรีราโคยกับพวกจะถูกตัดสินใจว่าถูกหรือผิด ข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธคือสเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคอร์รัปชันสูง และกลายเป็นต้นเหตุหนึ่งของวิกฤตเศรษฐกิจที่จนถึงวันนี้ยังแก้ไม่ได้

บรรณานุกรม:
1. EUROPE 2020: A strategy for smart, sustainable and inclusive growth. (2010). European Commission. Retrieved from http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=COM:2010:2020:FIN:EN:PDF
2. E.U. Anti-Corruption Report. (2014). European Commission. Retrieved from http://ec.europa.eu/dgs/home-affairs/e-library/documents/policies/organized-crime-and-human-trafficking/corruption/docs/acr_2014_en.pdf
------------------------------

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

“เลือกที่จะสู้”

จงลืมอดีต มองอนาคต ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง การเก็บเกี่ยวกำลังรออยู่ข้างหน้า อนาคตมีไว้สำหรับผู้ “เลือกที่จะสู้” เท่านั้น คนไม่ได้เกิดมาเท่าเทียม แต่ทุกคนสามารถ “เลือกที่จะสู้” หรือ “ยอมแพ้” คนที่ไม่สู้ไม่ต่างจากซากศพที่เดินได้ “วันนี้” กับ “พรุ่งนี้” ไม่มีความหมายสำหรับเขา ------------ คนที่สู้ “ทุกวันมีความหมาย” “ทุกวันเป็นวันแห่งพลัง วันแห่งความหวัง” เขารอยคอยวันพรุ่งนี้ วันที่จะได้เก็บเกี่ยว -------------- ใครบ้างที่ไม่เคยผิดพลาด ไม่เคยล้มเหลว คนที่สู้ “จะไม่อยู่เฉย จะมุ่งไปข้างหน้า มุ่งไปข้างหน้า มุ่งไปข้างหน้าเท่านั้น” “เขาจะพัฒนา” และทำได้ดีขึ้นๆ ความล้มเหลวคือ “ขั้นบันได” สู่ความสำเร็จของเขา -------------- ถ้าเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ ก็มีสิทธิชนะ ถ้าเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ ความมีชีวิตชีวาจะเบ่งบานต่อไป สู้ เพื่อเอาชนะตนเอง สู้ เพื่อคนที่รัก สู้ เพื่อวิสัยทัศน์ ท่านเกิดมาเพื่อวิสัยทัศน์ใด ------------ จงลืมอดีต มองอนาคต ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง การเก็บเกี่ยวกำลังรออยู่ข้างหน้า อนาคตมีไว้สำหรับผู้ “เลือกที่จะสู้” เท่านั้น
11 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา --------------- ภาพ : เลือกที่จะสู้ เคร…

เด็กติดเกมติดเน็ต ควรแก้ที่เด็กหรือผู้ใหญ่

สังคมกังวลเมื่อเด็กติดเกมติดเน็ตมากขึ้นทุกที พ่อแม่หลายคนห่วงลูกที่ผลการเรียนแย่ลง กรณีร้ายแรงคือกลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน ควบคุมตัวเองไม่ได้ คำถามคือใครที่ทำให้เด็กติดเกมติดเน็ต

รายงานกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นล่าสุดระบุว่านักเรียนมัธยมต้นกับมัธยมปลายทุก 1 ใน 7 คนกำลังเผชิญปัญหาจากการติดอินเทอร์เน็ต (Internet addiction)สถิตินี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กเหล่านี้ไม่สนใจเรียนหนังสือ ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เป็นข้อมูลสำรวจเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2017 พบว่าเด็กนักเรียนญี่ปุ่นราว 930,000 คนติดเกมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ในขณะที่เมื่อ 5 ปีก่อนมีเพียง 400,000 รายเท่านั้น  โรคติดอินเทอร์เน็ต : โรคติดอินเทอร์เน็ตหรือ Internet Addiction Disorder (IAD) เป็นการ “เสพติด” (an addiction) คือยิ่งเล่นยิ่งอยากเล่นต่อ สูญเสียการควบคุมตัวเอง ระบบประสาทและสมองผิดปกติ การติดเน็ตรวมทุกกิจกรรมที่ทำผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น การท่องเว็บ ดูหนังโป๊ คุยในห้องแชท ส่งข้อความไปมา เล่นเกมในเน็ต ฯลฯ อาจเป็นการใช้เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ โรคติดอินเทอร์เน็ต ไม่เพียงทำลายสุขภาพผู้เล่นอินเทอร์เน็ต ทำให้ระบบประสาท…

อีโบลาระบาดจริงอีกครั้งที่คองโก

รัฐบาลคองโกประกาศภัยเชื้ออีโบลาระบาด พบผู้เสียชีวิตใกล้ 40 รายแล้ว ข่าวดีคือองค์การอนามัยโลกให้ความช่วยเหลือใกล้ชิด มีวัคซีนป้องกันโรค แต่เขตระบาดอยู่ในพื้นที่สงครามยากต่อการควบคุม

กระทรวงสาธารณสุขประเทศคองโกแถลงเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมว่ามีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus) เพิ่มอีก 2 ราย รวมแล้วการระบาดรอบใหม่พบผู้เสียชีวิตแล้ว 36 ราย
ล่าสุด ข้อมูลเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 105 รายแล้ว แม้จะมีระบบควบคุมกักกันโรค ให้วัคซีนวันละ 400-600 ราย ที่แย่ที่สุดคือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดเชื้อด้วย

องค์การอนามัยโลกแถลงว่าสายพันธุ์ที่ระบาดเป็นสายพันธุ์รุนแรงที่สุด อัตราเสียชีวิตสูงสุด ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ดีที่เป็นสายพันธุ์เดิมที่มีวัคซีนป้องกัน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ระบาดอยู่ในแถบภาคเหนือเขตไม่สงบ มีการปะทะกันด้วยอาวุธสงครามของกองกำลังต่างๆ เป็นอีกสาเหตุที่การควบคุมโรคยากลำบากขึ้นมาก อะไรคือโรคอีโบลา : โรคอีโบลา (Ebola virus disease หรือ EVD) คือโรคติดเชื้อไวรัสเฉียบพลันชนิดหนึ่ง ยังไม่มียารักษา ผู้ป่วยมีอัตราเสียชีวิตสูง ผู้ติดเชื้อจะเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายหวัดหลายอย่าง …