ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดต้านคอร์รัปชันโครงการรับจำนำข้าว (2)

ความโปร่งใส ผู้พิฆาตข่าวลือ ความไม่ไว้ใจ
17 กรกฎาคม 2556
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์:
โครงการรับจำนำข้าวยังตกเป็นข่าวเด่นต่อเนื่อง ล่าสุดคือการพูดถึงประเด็นคุณภาพข้าวไทยว่าปลอดภัยแก่การบริโภคหรือไม่ หลังจากที่ไม่กี่วันก่อน นายดำรง จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ยืนยันว่าข้าวไทยไม่มีสารพิษเจือปน หรือปนเปื้อนอย่างที่มีกระแสข่าวลือ ในทุกล็อตสินค้าส่งออกจะมีการเก็บตัวอย่างเพื่อพิสูจน์ เพื่ออ้างอิงหากสินค้าที่ส่งออกไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมาข้าวไทยที่ส่งออกไม่เคยได้รับการแจ้งเตือนว่าข้าวไทยไร้คุณภาพอันเนื่องมาจากสาเหตุที่มีสารพิษตกค้างแม้แต่ครั้งเดียว หากเรื่องดังกล่าวปล่อยไปถึงต่างประเทศ อาจกระทบต่อการส่งออกข้าวไทย
ด้าน นพ.บุญชัย สมบุญสุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า จากการนำข้าวมาตรวจรวม 160 ตัวอย่าง ล่าสุดตรวจสอบแล้วเสร็จจำนวน 107 ตัวอย่างไม่พบสารเคมี หรือสารที่เป็นอันตราย ดังนั้น ข้าวถุงจึงถือว่าปลอดภัย ส่วนตัวอย่างข้าวที่เก็บมาอีก 50 ตัวอย่างอยู่ระหว่างตรวจสอบ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะทราบผล ทั้งนี้ จากกระแสข่าวดังกล่าว อย.ต้องเข้มงวดมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราจะเก็บตัวอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และในระยะ 3 เดือนจะเก็บบ่อยๆ

ข้อมูลล่าสุด:
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการตรวจสอบข้าวถุงของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ที่พบว่ามีสารรมควันตกค้างมากว่ารัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นในการตรวจสอบข้าวของทางสมาคม แต่ขอความกรุณา เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้พูดคุยกันอยู่แล้วจึงอยากให้ประสานงานกัน เพราะไม่อยากให้ต่างคนต่างออกไปทำให้เกิดความกังวลต่อประชาชน

วิเคราะห์
            1. เหนือสิ่งอื่นใดหลักการข้อแรกที่ต้องยึดถือคือรัฐมีหน้าที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ประเด็นคุณภาพข้าวไทยคือเรื่องรูปธรรมที่รัฐต้องดูแล ต้องไม่ลืมว่าคนไทยทั้งประเทศ 65 ล้านคนกินข้าว เรื่องคุณภาพข้าวจึงเกี่ยวข้องกับสุขภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยทั้งประเทศ
            2. ปัญหาสำคัญที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เผชิญอยู่ขณะนี้คือ ประชาชนบางส่วนบางคนสงสัย ไม่ไว้ใจข้อมูลที่ทางการนำเสนอ

            3. ต้องแยกแยะระหว่าง ‘ข้อเท็จจริง’ กับ ‘ข้อสงสัย’
            ข้อเท็จจริง: ข้าวไทยส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา กินได้โดยปลอดภัย
            นายกฯ กล่าวได้ถูกต้องว่า “เรายินดีให้ตรวจสอบ เอาข้าวมาซิคะ แล้วมาเปิดตรวจสอบพร้อมกันได้เลยต่อหน้าสาธารณชน ถ้าตรวจสอบแล้วเจอ ก็ต้องไล่ไปดูที่กระบวนการว่าข้าวนั้นๆ อยู่พื้นที่ตรงไหน แต่ไม่ใช่ว่าถ้าตรวจสอบแล้วเจอความผิดปกติ จะหมายความว่าข้าวทั้งประเทศไทยใช้ไม่ได้
            ข้อสงสัยคือ: ‘ถุงไหนที่ไม่มีปัญหา’
            4. เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ถ้ารัฐบาล หน่วยงานกระตือรือร้น แสดงความโปร่งใส ดังที่นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าวว่า "หน่วยงานของรัฐอย่าง อย. หรือ กรมวิทย์ฯ ควรมีการเปิดเผยชื่อตัวอย่างที่นำมาทดสอบเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค"
            การที่รัฐบาลไม่ชี้แจง หรือชี้แจงแบบสรุปๆ ไม่ให้รายละเอียดที่มาเพียงพอ กลายเป็น ‘ช่องโหว่’ ให้เกิดข้อสงสัยต่างๆ นานา กลายเป็นว่าบ่อยครั้งที่รัฐบาลต้องมาแก้ปัญหาทีหลัง หลังข่าวลือกระจายออกไปแล้ว เป็นเรื่อง ‘หัวหายล้อมคอก’ ซ้ำซาก
            ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้วข้าวไทยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย อาจมีบางยี่ห้อ ข้าวบางล็อตที่มีปัญหา แต่ ‘ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง’

            5. แก้ปัญหาดีกว่าการพูดซ้ำว่า ‘ไม่มีปัญหา’
            ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามพูด พยายามชี้ให้คนไทยเห็นว่าข้าวไทยไม่มีปัญหา แต่นอกจากวิธีนี้ยังมีวิธีอื่นๆ อีกมากที่ควรดำเนินการร่วม เช่นพาสื่อมวลชน เอ็นจีโอ ตัวแทนกลุ่มต่างๆ เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิต ฟังการชี้แจงวิธีตรวจสอบคุณภาพของอย. เรื่องเหล่านี้ทำได้ไม่ยาก ไม่ใช้งบประมาณมากมาย บริษัทเอกชนหลายแห่งน่าจะยินดีและพร้อมให้เยี่ยมชมอยู่แล้ว เพราะโรงงานต่างๆ มีเกณฑ์มาตรฐานสามารถตรวจสอบได้ทั้งสิ้น ในทางตรงข้ามที่ใดไม่ยอมให้ตรวจสอบย่อมส่อว่าอาจมีปัญหา

            6. ทำการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
            เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคชี้ประเด็นสำคัญเรื่องนี้ว่า "เสนอให้มีการตรวจสอบดูแลเรื่องของอาหารปลอดภัยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่ช่วงเวลาที่เกิดปัญหาเป็นกระแสสังคมเท่านั้น"
            ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะข้าวแต่ละถุงแม้เป็นยี่ห้อเดียวกัน ชนิดเดียวกัน แต่ที่มาแตกต่างกัน ยิ่งหากเป็นการผลิตที่ระยะเวลาห่างกันมาก โอกาสที่ข้าวจะมาจากคนละแหล่งจะยิ่งมีมาก มาจากนาคนละแปลง เจ้าของคนละคน ปลูกคนละรอบ การดูแลข้าวที่แตกต่างกัน
            นั่นหมายความว่า ข้าวที่ผ่านการตรวจสอบวันนี้ อาจไม่ผ่านการตรวจสอบในวันหน้า เช่นเดียวกับที่บางยี่ห้อที่มีปัญหาวันนี้ วันหน้าอาจปลอดภัยไร้ปัญหาก็เป็นได้
            ดังนั้น สำคัญที่ต้องมีการตรวจสอบวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ มีหลักเกณฑ์สากลอยู่แล้ว เหมือนกับสินค้าบริโภคหลายชนิดที่เราซื้อกินทุกวัน จะบอกวันที่ผลิต lot no. ยืนยันผ่านมาตรฐานการคุณภาพ

            7. เรื่องที่เป็นกังวลแทนรัฐบาลคือ ขณะนี้ข้าวไทยจำนวนมากอยู่ในมือของรัฐบาล และกำลังอยู่ระหว่างเสนอขายต่างประเทศ ข่าวปัญหาคุณภาพจะยิ่งกลายเป็นเหตุกดดันการส่งออก กดดันราคาข้าวไทย
            8. อย่าลืมว่าคนไทย 65 ล้านคนกินข้าว และอีกไม่รู้กี่ล้านคนกินข้าวที่ส่งออกจากประเทศไทย
            9. ประเด็นคุณภาพข้าวไทยเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ว่าหลายคนในสังคมเห็นว่าโครงการรับจำนำข้าวขาดความโปร่งใส ไม่เปิดเผยข้อมูลมากพอ ทำให้ตรวจสอบไม่ได้ ก่อให้เกิดคำถาม ข้อสงสัย ข้อระแวง กลายเป็นที่มาของข้อครหาต่างๆ นานา
---------------------

บรรณานุกรม:
1. "อธิบดีกรมวิชาการเกษตร-เลขาฯ อย."ประสานเสียง"ข้าวไทย"ไร้สารพิษ, มติชนออนไลน์, 13 กรกฎาคม 2556, http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1373698450&grpid=00&catid=00
2. ฉลาดซื้อเผย ข้าวสารถุงยี่ห้อไหน ไม่มีสารเคมี‏, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, 16 กรกฎาคม 2556, http://www.consumerthai.org/main/index.php?option=com_content&view=article&id=2892:2013-07-16-08-07-59&catid=264:2013-01-10-03-26-28&Itemid=52
3. 'ปู'วอนสื่อหยุดถามเรื่องข้าว! คมชัดลึก, 17 กรกฎาคม 2556, http://www.komchadluek.net/detail/20130717/163621/%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7!.html#.UeZBqtJWbyY
--------------------

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

“เลือกที่จะสู้”

จงลืมอดีต มองอนาคต ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง การเก็บเกี่ยวกำลังรออยู่ข้างหน้า อนาคตมีไว้สำหรับผู้ “เลือกที่จะสู้” เท่านั้น คนไม่ได้เกิดมาเท่าเทียม แต่ทุกคนสามารถ “เลือกที่จะสู้” หรือ “ยอมแพ้” คนที่ไม่สู้ไม่ต่างจากซากศพที่เดินได้ “วันนี้” กับ “พรุ่งนี้” ไม่มีความหมายสำหรับเขา ------------ คนที่สู้ “ทุกวันมีความหมาย” “ทุกวันเป็นวันแห่งพลัง วันแห่งความหวัง” เขารอยคอยวันพรุ่งนี้ วันที่จะได้เก็บเกี่ยว -------------- ใครบ้างที่ไม่เคยผิดพลาด ไม่เคยล้มเหลว คนที่สู้ “จะไม่อยู่เฉย จะมุ่งไปข้างหน้า มุ่งไปข้างหน้า มุ่งไปข้างหน้าเท่านั้น” “เขาจะพัฒนา” และทำได้ดีขึ้นๆ ความล้มเหลวคือ “ขั้นบันได” สู่ความสำเร็จของเขา -------------- ถ้าเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ ก็มีสิทธิชนะ ถ้าเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ ความมีชีวิตชีวาจะเบ่งบานต่อไป สู้ เพื่อเอาชนะตนเอง สู้ เพื่อคนที่รัก สู้ เพื่อวิสัยทัศน์ ท่านเกิดมาเพื่อวิสัยทัศน์ใด ------------ จงลืมอดีต มองอนาคต ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง การเก็บเกี่ยวกำลังรออยู่ข้างหน้า อนาคตมีไว้สำหรับผู้ “เลือกที่จะสู้” เท่านั้น
11 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา --------------- ภาพ : เลือกที่จะสู้ เคร…

เด็กติดเกมติดเน็ต ควรแก้ที่เด็กหรือผู้ใหญ่

สังคมกังวลเมื่อเด็กติดเกมติดเน็ตมากขึ้นทุกที พ่อแม่หลายคนห่วงลูกที่ผลการเรียนแย่ลง กรณีร้ายแรงคือกลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน ควบคุมตัวเองไม่ได้ คำถามคือใครที่ทำให้เด็กติดเกมติดเน็ต

รายงานกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นล่าสุดระบุว่านักเรียนมัธยมต้นกับมัธยมปลายทุก 1 ใน 7 คนกำลังเผชิญปัญหาจากการติดอินเทอร์เน็ต (Internet addiction)สถิตินี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กเหล่านี้ไม่สนใจเรียนหนังสือ ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เป็นข้อมูลสำรวจเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2017 พบว่าเด็กนักเรียนญี่ปุ่นราว 930,000 คนติดเกมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ในขณะที่เมื่อ 5 ปีก่อนมีเพียง 400,000 รายเท่านั้น  โรคติดอินเทอร์เน็ต : โรคติดอินเทอร์เน็ตหรือ Internet Addiction Disorder (IAD) เป็นการ “เสพติด” (an addiction) คือยิ่งเล่นยิ่งอยากเล่นต่อ สูญเสียการควบคุมตัวเอง ระบบประสาทและสมองผิดปกติ การติดเน็ตรวมทุกกิจกรรมที่ทำผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น การท่องเว็บ ดูหนังโป๊ คุยในห้องแชท ส่งข้อความไปมา เล่นเกมในเน็ต ฯลฯ อาจเป็นการใช้เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ โรคติดอินเทอร์เน็ต ไม่เพียงทำลายสุขภาพผู้เล่นอินเทอร์เน็ต ทำให้ระบบประสาท…

passive income เพิ่มรายได้ เพิ่มเวลาให้กับชีวิต

พาสซีฟอินคัม (passive income) สร้างรายได้ต่อเนื่องทุกวันทุกเดือน สะสมเพิ่มวันละนิด เก็บกินตลอดชีวิต ถึงลูกถึงหลาน มีเวลาสำหรับเรื่องอื่นๆ นอกเหนือทำงานหาเลี้ยงชีพ
หวังร่ำรวยต้องมีรายรับมากกว่ารายจ่าย รู้จักนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ลงทุนขยายความมั่งคั่ง จนถึงจุดหนึ่งมีทรัพย์สินมากพอจนไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้เพียงพอ เช่นนี้เรียกว่า มีเสรีภาพทางการเงิน ผู้มีเสรีภาพทางการเงิน มักมี “พาสซีฟอินคัม” (passive income) คือ มีรายได้แม้ไม่ต้องทำงาน เช่น ได้รับบำเหน็จบำนาญ หรือมีรายได้ที่งอกเงยจากทรัพย์สิน ธุรกิจบางประเภท การจะได้เสรีภาพทางการเงินเป็นเรื่องเป็นไปได้ เพียงต้องอาศัยเวลา ความพยายาม และตั้งใจจริง การสร้างรายได้แบ่งเป็น 2-3 ประเภทใหญ่ๆ ที่คนส่วนใหญ่ทำคือ การลงมือลงแรงทำ หรือที่เรียกว่า active income ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือนายจ้างต่างอยู่ในประเภทนี้ หลายคนเคยสร้างรายได้ด้วยวิธีนี้ บางคนทำงานมาแล้ว 30-40ปี และยังทำอยู่ วันใดหากหยุดงานรายได้จะหยุดไปด้วย passive income คือการใช้ทรัพย์สินสร้างรายได้เพิ่ม เช่น เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ การเป็นหุ้นส่วนกิจการบางประเภทที่ทำงานอัตโนมัติ บางคนพูดว่าถ้ามี pa…