ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดต้านคอร์รัปชัน โครงการรับจำนำข้าว (1)

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นองค์กรภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนคือเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชันในประเทศ ปัจจุบันมีนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม นายวิชัย อัศรัสกร เลขาธิการ ฯ และดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการฯ
            ที่ผ่านมาเคยมีบทบาทในหลายเรื่อง โดยเฉพาะประเด็นโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท
            คำแถลงการณ์วันนี้ เป็นการแสดงจุดยืนครั้งสำคัญต่อโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล

ข้อมูลล่าสุด:
            วันนี้ ( 26 มิ.ย.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ประกาศจุดยืนว่า องค์กรฯไม่คัดค้านโครงการที่จะเอื้อประโยชน์ และสร้างความมั่นคงให้ชาวนาไทยอย่างยั่งยืนภายใต้ระบบการค้าเสรี แต่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาวนาและประเทศชาติ องค์กรฯ ขอเรียกร้องและเสนอแนวทางแก่รัฐบาลดังนี้
            1. เร่งรัดให้มีการสอบสวนพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันในทุกขั้นตอนของโครงการ เพื่อนำตัวคนผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องมาลงโทษโดยเร็วที่สุด
            2. ในส่วนของข้าวที่ได้รับจำนำไว้ก่อนหน้านี้ รัฐบาลต้องเปิดเผยตัวเลขราคา ปริมาณข้าว และประเภทข้าวที่จำหน่ายไปแล้ว และที่มีอยู่ในสต๊อก เพื่อสร้างความโปร่งใส เพราะข้าวที่จำนำทั้งหมดเป็นสมบัติของชาติ ดังนั้นจึงเป็นสิทธิ์ของประชาชนทุกคนที่จะรับรู้ข้อมูลเหล่านี้
            3. เปลี่ยนวิธีการเพื่อลดโอกาสการทุจริตคอร์รัปชัน ด้วยการรับจำนำข้าวเปลือกและประมูลขายเป็นข้าวเปลือกออกไปเป็นล็อตเล็กๆทันทีโดยไม่เก็บสต๊อก เพื่อกำจัดขั้นตอนการทุจริต เช่น การลักลอบสวมสิทธิ์ข้าวจากต่างประเทศ การเวียนเทียนจำหน่ายข้าวจาก สต๊อกของรัฐบาล สับเปลี่ยนข้าวคุณภาพสูงด้วยข้าวคุณภาพต่ำหรือเสื่อมคุณภาพ เอื้อพวกพ้องด้วยการแอบขายข้าวในราคาต่ำเพื่อจำหน่ายต่อ เป็นต้น
            4. ดำเนินการจัดตั้ง "ศูนย์ช่วยเหลือชาวนา" ทั่วประเทศ เพื่อให้มีศูนย์กลางรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ที่ได้รับความเสียหายอย่างทั่วถึง และมีการดำเนินการช่วยเหลือในภาคปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอนและรวดเร็ว
            องค์กรฯ และภาคีที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลในการลด-สกัดโอกาสการทุจริตคดโกงของโครงการนี้ ส่งเสริมให้มีการช่วยชาวนาอย่างทั่วถึง เต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมกันนี้องค์กรฯ ยังได้มีจดหมายถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ทำการตรวจสต็อกข้าว และตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีการระบายข้าวทั่วประเทศอย่างเข้มงวด โดยหากตรวจพบการทุจริตคอร์รัปชันในขั้นตอนใดๆ ก็ตาม จะต้องหาคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะความเสียหายในครั้งนี้มีผลกระทบมหาศาลต่อประเทศชาติและคุณภาพชีวิตของชาวนา

วิเคราะห์:
            1. แถลงการณ์ "จำนำข้าว หยุดโกง เอาคนผิดมาลงโทษ ช่วยชาวนาให้มากขึ้น" เป็นการประกาศเจตนารมณ์ขององค์กรฯ ว่าต่อแต่นี้เป็นต้นไปจะติดตามเรื่องโครงการจำนำข้าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมจะแสดงบทบาทตามวัตถุประสงค์องค์กร
            2. ประเด็นที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือการต่อต้านคอร์รัปชัน เชื่อว่าโครงการฯ มีช่องโหว่ มีการทุจริตเกิดขึ้นหลายเรื่อง ในขณะที่รัฐบาลประกาศเร่งรัดป้องกัน แก้ไขปัญหาแต่ยังไม่มีผลชัดเจนเป็นรูปธรรมเมื่อเทียบกับกระแสข่าวทุจริตที่เกิดขึ้น
            3. ประเด็นเรื่องข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ เป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญไม่แพ้ข่าวทุจริต เนื่องจากรัฐบาลดำเนินโครงการฯ มาสองปีแล้ว แต่ไม่อาจให้ข้อสรุปตัวเลขต่างๆ ที่ชัดเจนแก่สังคม ในขณะที่แวดวงคนทำงานทั่วไปย่อมรู้ว่าหากรัฐบาลวางระบบฐานข้อมูลไว้ดี ย่อมสามารถสรุปข้อมูลต่างๆ แบบเรียลไทม์ได้ ข้ออ้างที่ฝ่ายรัฐบาลบอกว่าโครงการฯ ดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่สามารถให้ตัวเลขที่ชัดเจนจึงไม่ถูกต้อง
            4. องค์กรฯ พยายามชี้ว่าที่ผ่านมาโครงการฯ มีการทุจริตหลายรูปแบบ เช่น สวมสิทธิ์ข้าวจากต่างประเทศ การเวียนเทียนจำหน่ายข้าวจาก สับเปลี่ยนข้าวคุณภาพสูงด้วยข้าวคุณภาพต่ำ จึงใช้จุดนี้เพื่อเสนอวิธีการใหม่โดยไม่เก็บสต๊อก
            5. ส่วนการตั้ง "ศูนย์ช่วยเหลือชาวนา" ทั่วประเทศ นอกจากจะเป็นการช่วยชาวนายังเป็นช่องทางที่จะได้รับข้อมูลโดยตรงจากชาวนา เพื่อประมวลภาพข้อเท็จจริงจากชาวนาทั่วประเทศโดยตรง
            6. จุดสำคัญที่สุดของแถลงการณ์คือ การที่องค์กรฯ ประกาศว่าพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลในการลด-สกัดโอกาสการทุจริตคดโกงของโครงการฯ ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด เพราะนับจากวันนี้เป็นต้นไปองค์กรฯ จะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ เพราะรู้ว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นมากมาย
            7. การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยมีมาก การป้องกันปราบปรามไม่อาจกระทำให้สำเร็จทั่วถึงได้โดยง่ายเช่นกัน แต่จำต้องมีกรณีตัวอย่างที่สามารถแสดงให้สังคมไทยเห็นว่ารัฐบาล องค์กรภาคประชาชน และคนไทยทุกคนเอาจริงเอาจริงเรื่องนี้
26 มิถุนายน 2556
ชาญชัย คุ้มปัญญา
---------------------

บรรณานุกรม:
1.องค์กรต้านคอร์รัปชัน ชี้ รบ.ลุยจำนำข้าวต้องปราบโกง ยันปชช.ต้องรู้ตัวเลขในสต๊อก, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 26 มิถุนายน 2556 16:50 น., http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000077660

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

“เลือกที่จะสู้”

จงลืมอดีต มองอนาคต ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง การเก็บเกี่ยวกำลังรออยู่ข้างหน้า อนาคตมีไว้สำหรับผู้ “เลือกที่จะสู้” เท่านั้น คนไม่ได้เกิดมาเท่าเทียม แต่ทุกคนสามารถ “เลือกที่จะสู้” หรือ “ยอมแพ้” คนที่ไม่สู้ไม่ต่างจากซากศพที่เดินได้ “วันนี้” กับ “พรุ่งนี้” ไม่มีความหมายสำหรับเขา ------------ คนที่สู้ “ทุกวันมีความหมาย” “ทุกวันเป็นวันแห่งพลัง วันแห่งความหวัง” เขารอยคอยวันพรุ่งนี้ วันที่จะได้เก็บเกี่ยว -------------- ใครบ้างที่ไม่เคยผิดพลาด ไม่เคยล้มเหลว คนที่สู้ “จะไม่อยู่เฉย จะมุ่งไปข้างหน้า มุ่งไปข้างหน้า มุ่งไปข้างหน้าเท่านั้น” “เขาจะพัฒนา” และทำได้ดีขึ้นๆ ความล้มเหลวคือ “ขั้นบันได” สู่ความสำเร็จของเขา -------------- ถ้าเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ ก็มีสิทธิชนะ ถ้าเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ ความมีชีวิตชีวาจะเบ่งบานต่อไป สู้ เพื่อเอาชนะตนเอง สู้ เพื่อคนที่รัก สู้ เพื่อวิสัยทัศน์ ท่านเกิดมาเพื่อวิสัยทัศน์ใด ------------ จงลืมอดีต มองอนาคต ตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง การเก็บเกี่ยวกำลังรออยู่ข้างหน้า อนาคตมีไว้สำหรับผู้ “เลือกที่จะสู้” เท่านั้น
11 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา --------------- ภาพ : เลือกที่จะสู้ เคร…

เด็กติดเกมติดเน็ต ควรแก้ที่เด็กหรือผู้ใหญ่

สังคมกังวลเมื่อเด็กติดเกมติดเน็ตมากขึ้นทุกที พ่อแม่หลายคนห่วงลูกที่ผลการเรียนแย่ลง กรณีร้ายแรงคือกลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน ควบคุมตัวเองไม่ได้ คำถามคือใครที่ทำให้เด็กติดเกมติดเน็ต

รายงานกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นล่าสุดระบุว่านักเรียนมัธยมต้นกับมัธยมปลายทุก 1 ใน 7 คนกำลังเผชิญปัญหาจากการติดอินเทอร์เน็ต (Internet addiction)สถิตินี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กเหล่านี้ไม่สนใจเรียนหนังสือ ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เป็นข้อมูลสำรวจเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2017 พบว่าเด็กนักเรียนญี่ปุ่นราว 930,000 คนติดเกมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ในขณะที่เมื่อ 5 ปีก่อนมีเพียง 400,000 รายเท่านั้น  โรคติดอินเทอร์เน็ต : โรคติดอินเทอร์เน็ตหรือ Internet Addiction Disorder (IAD) เป็นการ “เสพติด” (an addiction) คือยิ่งเล่นยิ่งอยากเล่นต่อ สูญเสียการควบคุมตัวเอง ระบบประสาทและสมองผิดปกติ การติดเน็ตรวมทุกกิจกรรมที่ทำผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น การท่องเว็บ ดูหนังโป๊ คุยในห้องแชท ส่งข้อความไปมา เล่นเกมในเน็ต ฯลฯ อาจเป็นการใช้เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ โรคติดอินเทอร์เน็ต ไม่เพียงทำลายสุขภาพผู้เล่นอินเทอร์เน็ต ทำให้ระบบประสาท…

passive income เพิ่มรายได้ เพิ่มเวลาให้กับชีวิต

พาสซีฟอินคัม (passive income) สร้างรายได้ต่อเนื่องทุกวันทุกเดือน สะสมเพิ่มวันละนิด เก็บกินตลอดชีวิต ถึงลูกถึงหลาน มีเวลาสำหรับเรื่องอื่นๆ นอกเหนือทำงานหาเลี้ยงชีพ
หวังร่ำรวยต้องมีรายรับมากกว่ารายจ่าย รู้จักนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ลงทุนขยายความมั่งคั่ง จนถึงจุดหนึ่งมีทรัพย์สินมากพอจนไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้เพียงพอ เช่นนี้เรียกว่า มีเสรีภาพทางการเงิน ผู้มีเสรีภาพทางการเงิน มักมี “พาสซีฟอินคัม” (passive income) คือ มีรายได้แม้ไม่ต้องทำงาน เช่น ได้รับบำเหน็จบำนาญ หรือมีรายได้ที่งอกเงยจากทรัพย์สิน ธุรกิจบางประเภท การจะได้เสรีภาพทางการเงินเป็นเรื่องเป็นไปได้ เพียงต้องอาศัยเวลา ความพยายาม และตั้งใจจริง การสร้างรายได้แบ่งเป็น 2-3 ประเภทใหญ่ๆ ที่คนส่วนใหญ่ทำคือ การลงมือลงแรงทำ หรือที่เรียกว่า active income ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือนายจ้างต่างอยู่ในประเภทนี้ หลายคนเคยสร้างรายได้ด้วยวิธีนี้ บางคนทำงานมาแล้ว 30-40ปี และยังทำอยู่ วันใดหากหยุดงานรายได้จะหยุดไปด้วย passive income คือการใช้ทรัพย์สินสร้างรายได้เพิ่ม เช่น เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ การเป็นหุ้นส่วนกิจการบางประเภทที่ทำงานอัตโนมัติ บางคนพูดว่าถ้ามี pa…