สถานการณ์โรคระบาดไต้หวันดีขึ้นรวดเร็ว (ล่าสุดรายงานติดเชื้อเหลือ 20-30 คนต่อวัน) ไม่ใช่เพราะนักการเมืองหรือวัคซีน ความมีวินัยและเป็นเอกภาพของคนทั้งชาติต่างหากที่ยับยั้งการแพร่ระบาด
กลางเดือนพฤษภาคมโควิด-19 ระบาดหนักที่ไต้หวันอีกครั้ง ผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มอย่างรวดเร็ว บางวันสูงสามร้อยกว่าราย เป็นระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าครั้งก่อน
เมื่อทุกคนวิ่งเข้าหาวัคซีน :
ไต้หวันเคยผ่านการระบาดมาแล้วน่าชมเชยว่าควบคุมโรคระบาดได้ดี
เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนไต้หวันไม่รีบเร่งฉีดวัคซีนแต่บัดนี้เกิดกระแสทุกคนต้องการฉีดวัคซีน
เรื่องวัคซีนกลายเป็นประเด็นขัดแย้งในประเทศอย่างรุนแรง
ปลายเดือนพฤษภาคม ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน
(Tsai Ing-wen) โทษจีนแทรกแซงไม่ให้ไต้หวันซื้อวัคซีนของบริษัท
Pfizer โดยตรงจากเยอรมนี แม้จีนเสนอให้ซื้อผ่านบริษัทยาจีน (Shanghai
Fosun Pharmaceutical Group) แต่ไต้หวันไม่ยอมใช้วิธีนี้ คิดว่าไม่โปร่งใสอาจมีแอบฝง
ด้านพรรคฝ่ายค้านเห็นว่ารัฐบาลควรติดต่อกับจีน มองว่าโควิด-19
เป็นศัตรูร่วม การซื้อผ่านบริษัทจีน (ตามข้อเสนอรัฐบาลจีน) การซื้อสินค้าผ่านคนกลางเป็นเรื่องปกติ
โทษว่ารัฐบาลไช่กำลังทำให้คนตายมากขึ้น
ประเด็นนี้ก่อกระแสขัดแย้งภายในประเทศ
ผลโพลปลายเดือนพฤษภาคมของ National Chengchi University’s Election Study
Center พบว่าประชาชน 68%
ไม่พอใจการแก้ปัญหาโรคระบาดของรัฐบาล
ความจริงคือบริษัทผู้ผลิตวัคซีนจะเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลของแต่ละประเทศ
กรณีไต้หวันเป็นปัญหาเพราะนานาชาติไม่ยอมรับสถานภาพรัฐบาลไต้หวันดังเช่นประเทศทั่วไป
แม้กระทั่งรัฐบาลสหรัฐยังต้องช่วยไต้หวันอย่างระมัดระวังไม่ให้ขัดกับนโยบายที่มีอยู่
เรื่องนี้โทษบริษัทวัคซีนไม่ได้และโทษรัฐบาลไช่ไม่ได้เช่นกัน แต่ตรงนี้แหละที่รัฐบาลไช่ชี้ว่าจีนขัดขวางการซื้อวัคซีน
เอาวัคซีนมาเล่นการเมือง ด้านจีนยืนยันว่าไม่ได้ปกปิดอะไร ย้ำว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน
การเมือง “ช่วย” หรือ “ปั่น” :
เมื่อคนกำลังแตกตื่น วัคซีนมีน้อย พรรคชาตินิยม (Kuomintang) ฝ่ายค้านรณรงค์ให้ประชาชนลุกขึ้นประท้วงรัฐบาล ชูคำขวัญ “Taiwan
Needs Vaccines” ชี้ว่ารัฐบาลบริหารผิดพลาดเรื่องวัคซีน
ต้นเหตุวิกฤตประเทศ Alicia Wang (王育敏) กล่าวหารัฐบาลไช่บริหารจัดการแบบเผด็จการ
(“dictatorship”) ไม่ฟังเสียงความเห็นต่าง
ถ้าคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลเรื่องนี้จะโทษรัฐบาลไช่ไม่ได้เสียทีเดียว
เพราะวัคซีนขาดแคลนทั่วโลก มีข่าวว่าบางยี่ห้อสั่งจองเต็มไปถึงปีหน้าแล้ว (2023)
ไต้หวันมีเงินแต่เงินอย่างเดียวไม่สามารถบันดาลได้ทุกสิ่ง มีหลายประเทศที่รวยกว่าและมีอิทธิพลมากกว่าไต้หวัน
ในยามที่คนไต้หวันต้องการแต่หาฉีดไม่ได้
ประเด็นวัคซีนจึงตอบโต้ไปมาต่อเนื่อง
ในอีกฝากหนึ่ง
ตั้งแต่โควิด-19 ที่ไต้หวันระบาดหนัก ทางการจีนไม่รอช้ายื่นไมตรีพร้อมส่งมอบวัคซีน
MADE IN CHINA แก่ไต้หวันหลายล้านโดส เสนอให้คนไต้หวันเดินทางมาฉีดวัคซีนที่จีน
ข้อมูลเมื่อสิ้นเดือนพฤษภาคม คนไต้หวันราว 62,000 คนฉีดวัคซีนจีน ส่วนใหญ่เป็นพวกทำงานที่จีน
เรื่องนี้จะมองว่าเป็นกลยุทธ์ทางการทูตก็ได้
เป็นวิธีทำให้คนไต้หวันเห็นว่าผูกมิตรกับจีนมีประโยชน์ จีนไม่เคืองแค้นพร้อมให้ความช่วยเหลือ
ถ้าไต้หวันไม่คิดมากจะรับความช่วยเหลือย่อมได้ เพราะรัฐบาลจีนบริจาค
Sinopharm กับ Sinovac ช่วยหลายสิบประเทศทั่วโลก
ถ้าเพิ่มไต้หวันอีกสักชื่อไม่น่าจะแปลก
บางคนตั้งข้อสงสัยว่าวัคซีนจีนที่ส่งให้ไต้หวันอาจมีสิ่งปลอมปน
ไม่ปลอดภัย มุมมองที่ตรงข้ามคือรัฐบาลจีน ผู้ผลิตวัคซีนเหล่านั้นต่างหากที่กังวลความปลอดภัยของวัคซีนมากกว่าผู้ใช้
เพราะหากผิดพลาดจริงย่อมมีผู้กล่าวโทษรัฐบาลจีนต่างๆ นานา
ชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิตอาจป่นปี้ในพริบตา ใครจะกล้าใช้วัคซีนยี่ห้อนี้อีก
ความจริงคือวัคซีนเหมือนสินค้าบริโภคต่างๆ
ที่จะต้องมีเกณฑ์มาตรฐาน มีการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งออกจำหน่าย
เหนือกว่านั้นคือยาหรือวัคซีนตรวจสอบเข้มงวดกว่าอาหารมาก
เพราะหากผิดพลาดอาจหมายถึงชีวิตคน
ไม่เพียงเท่านั้นประเทศผู้นำเข้าจะต้องตรวจสอบอีกรอบว่าผ่านมาตรฐานของตนเองหรือไม่
(นึกถึงสินค้าที่ผ่านมาตรฐานประเทศตนแต่ประเทศปลายทางบอกไม่ผ่านมาตรฐานของเขา มีสารพิษปนเปื้อนมากเกิน)
ไต้หวันไม่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ
ที่จะตรวจสอบวัคซีนทุกล็อตว่าปลอดภัยผ่านมาตรฐานหรือไม่ ข้อสงสัยเกรงว่าจีนจะใส่สิ่งแปลกปลอมจึงเป็นเรื่องเหลวไหล
เมื่อนโยบายของรัฐบาลใช่ไม่ต้องการเป็นมิตรกับจีน
การโทษจีนย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก เช่นเดียวกับพรรคก๊กมินตั๋งที่เป็นมิตรกับจีนมากกว่า
จ้องหาเรื่องรัฐบาลจากเหตุโรคระบาด คำถามคือจุดยืนเช่นนี้ให้ประโยชน์หรือโทษมากกว่า
ควรวางบางเรื่องไว้ก่อนและร่วมมือกับจีนเรื่องวัคซีนหรือไม่
ในแง่ระหว่างประเทศ
เมื่อญี่ปุ่นบริจาควัคซีนแก่ไต้หวัน รัฐบาลจีนออกโรงโจมตีญี่ปุ่นว่าบั่นทอนนโยบายจีนเดียว
รัฐบาลไต้หวันจึงโต้กลับประณามจีนว่ากีดกันไม่ให้ตนได้วัคซีน ผลจากการต่อสู้ทางการเมืองภายในของไต้หวันลามไปถึงความสัมพันธ์กับจีน
คนไต้หวันมีทั้งพวกมองจีนแง่บวกกับลบ
ในระยะหลังคนมองลบมากขึ้นจากกระแสจีนจะส่งทหารรุกราน เรื่องวัคซีนกลายเป็นอีกประเด็นที่ช่วยโหมไฟเกลียดชังจีนรุนแรงกว่าเดิม
คนไต้หวันมีอิสระที่จะเลือกต่อต้านจีน
คำถามคือเกลียดชังจีนด้วยเหตุผลอันสมควรหรือไม่ จากเหตุผลที่ต่างชาติสร้างขึ้นมา
จากที่นักการเมืองในประเทศปั่นขึ้นมาเองหรือไม่
คนไต้หวันกำลังถูกรัฐบาลต่างชาติชักใย
ถูกนักการเมืองปั่นหัวหรือไม่
เป็นเรื่องดีที่สังคมไต้หวันตื่นตัวแต่เนิ่นๆ
แต่หากพิจารณาด้วยเหตุผล การติดเชื้อวันละสามสี่ร้อยรายเมื่อเทียบกับประชากร 23.5
ล้านไม่ถือว่าสาหัส ฝ่ายค้านยกประเด็นนี้เล่นงานรัฐบาล ทำให้เป็นประเด็นร้อนแรง น่าคิดว่าทำให้สังคมตื่นตระหนกจนเกินควรหรือไม่
การป้องกันโรคระบาดเป็นเรื่องดี
การฉีดวัคซีนเป็นเรื่องจำเป็น แต่การปั่นให้รุนแรงเกินเหตุ
ทำให้สังคมตื่นตระหนกเกินเหตุย่อมไม่สมควร น่าคิดว่าความขัดแย้งที่ถูกโหมกระพือโดยฝ่ายการเมือง
ขยายความชิงชังระหว่างกัน ผลกระทบจากการเมืองระหว่างประเทศ
ฯลฯ เหล่านี้สร้างความเสียหายต่อคนไต้หวันมากเพียงไร มากกว่าโควิด-19 หรือไม่
การเมือง วัคซีน วินัย เอกภาพ :
ในขณะที่พวกนักการเมืองฉกฉวยประโยชน์จากโรคระบาด ต้องการรักษาฐานคะแนนเสียงตัวเองและทำลายคะแนนอีกฝ่าย
แต่ที่สถานการณ์โรคระบาดไต้หวันดีขึ้นรวดเร็ว (ล่าสุดรายงานติดเชื้อ 20-30
คนต่อวัน) ไม่ใช่เพราะนักการเมืองหรือวัคซีน ความมีวินัยและเอกภาพของคนไต้หวันต่างหากที่ยับยั้งการแพร่ระบาด
กรณีความมีวินัย การร่วมมือร่วมใจของชาวไต้หวันชวนนึกถึงสมัยเมืองอู่ฮั่นระบาดหนัก
ณ ตอนนั้นยังไม่มีวัคซีน คนจีนเมืองอู่ฮั่นร่วมมือร่วมใจปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเต็มที่
การป้องกันตัวเองคือการป้องกันคนอื่น การป้องกันคนอื่นคือการป้องกันตัวเอง ตระหนักว่าแม้ตนไม่กลัวติดเชื้อแต่การติดเชื้อของตนอาจทำให้อีกหลายคนติดเชื้อ
ตัวเองอาจไม่เสียชีวิตแต่พ่อแม่ปู่ย่าอาจป่วยหนัก
การมีวินัย
เอกภาพของคนในชาติเป็นเหตุผลช่วยให้จีนกับไต้หวันพ้นวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 เศรษฐกิจฟื้นตัวรวดเร็วและกำลังได้เปรียบหลายประเทศทั่วโลกที่เศรษฐกิจสังคมยังเดินหน้าไม่เต็มที่
เป็นอีกครั้งที่ไต้หวันกับจีนสามารถเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสไม่ว่าจะแง่เศรษฐกิจหรือการสร้างสังคมที่มีวินัยเป็นเอกภาพ
เรื่องเหล่านี้สำคัญไม่ใช่หรือ
ใครๆ
ก็รู้ว่าชาติที่พลเมืองมีวินัยเป็นเอกภาพคือพลังสร้างชาติให้เจริญรุ่งเรืองมีอนาคต
ต้านศัตรูที่คอยเข้ามายุยงปลุกปั่นให้แตกแยก ชี้ชวนประชาชนให้เป็นพวกขี้โรค
ไม่เอาการเอางาน
---------------------------
1. China invites Taiwanese to come to get vaccinated against
COVID-19. (2021, June 11). Taiwan News. Retrieved from https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4220670
2. COVID-19: Chiang calls for resumption of cross-strait
dialogue. (2021, June 10). Taipei Times. Retrieved from https://www.taipeitimes.com/News/taiwan/archives/2021/06/10/2003758927
3. COVID-19: Government intolerant of
diverse opinions: KMT. (2021, June 9). Taipei Times. Retrieved from https://www.taipeitimes.com/News/taiwan/archives/2021/06/09/2003758862
4. COVID-19: KMT tells public to take action, call for
vaccines. (2021, June 1). Taipei
Times. Retrieved from https://www.taipeitimes.com/News/taiwan/archives/2021/06/01/2003758405
5. How Taiwan’s struggle for COVID
vaccines is inflaming tensions with China. (2021, June 15). Taipei times. Retrieved from https://www.taipeitimes.com/News/feat/archives/2021/06/15/2003759185
6. Taiwan reports 333 local COVID cases. (2021, May 17). Taiwan News.
Retrieved from https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4204938
7. Taiwan sees 'political warfare' in
dispute with China over vaccines. (2021, May
27). Taiwan News. Retrieved from https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4211520
--------------------------
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น