สหรัฐประเทศที่พัฒนาแล้วแต่คนอายุสั้น ฆ่าตัวตายมาก

สหรัฐอเมริกาขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้ว มีฐานะทางเศรษฐกิจดี แต่อัตรามรณะไม่ลดลงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน หลายคนสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยาก คิดสั้นและฆ่าตัวตาย
            นักวิจัยสหรัฐให้ความสำคัญกับความเป็นไปของคนอเมริกันว่าอะไรส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพวกเขา มีงานวิจัยมากมาย บ้างสอดคล้องกัน บ้างขัดแย้งกัน บ้างได้คำตอบบางเรื่อง บ้างเกิดคำถามใหม่ๆ ตามมา
งานวิจัย The Geography of Desperation in America: Labor Force Participation, Mobility Trends, Place, and Well-being ของ Carol Graham กับ Sergio Pinto จาก Brookings Institution ที่ตีพิมพ์เมื่อตุลาคมพยายามค้นหาคำตอบเรื่องคนตายก่อนวัยเพราะสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยาก (despair)
สถิติที่น่าตกใจคือในช่วงปี 2006-2015 คนอเมริกันฆ่าตัวตายถึง 1 ล้านคน (เฉลี่ยปีละ 1 แสนราย) เพราะสิ้นหวัง ติดยาหรือเสียชีวิตเพราะแอลกอฮอล์ ประเด็นนี้ถูกผูกโยงกับการพัฒนาประเทศ เป็นเรื่องน่าประหลาดใจว่าแม้ดัชนีตลาดหุ้นจะพุ่งทะยานดีที่สุดในรอบ 10 ปี อัตราว่างงานต่ำมาก สหรัฐอเมริกาขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้ว มีฐานะทางเศรษฐกิจดี แต่อัตรามรณะไม่ลดลงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย สวีเดน
สหรัฐกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วเพียงประเทศเดียวที่ชีวิตคนไม่ยืนยาวขึ้น ทั้งๆ ที่มีความเจริญมากมาย หลายคนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพราะสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยากซึ่งป้องกันได้
            ที่น่าสนใจคือ คนผิวสี (ผิวดำ) กับพวกฮิสปานิก (Hispanics) ที่มักเริ่มต้นชีวิตด้วยสภาพแวดล้อมไม่สู้ดีแต่คุณภาพชีวิตของพวกกำลังดีขึ้นตามลำดับ มักไม่เสียชีวิตเพราะหมดอาลัยตายอยาก ฆ่าตัวตายน้อยกว่าพวกผิวขาว สูบบุหรี่น้อยกว่า ออกกำลังกายมากกว่า โดยเฉพาะพวกที่คิดว่าอนาคตยังมีความหวัง
            กลุ่มที่มีปัญหาหมดอาลัยตายอยากมากที่สุดคือกรรมกรชายผิวขาววัยกลางคน เป็นแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม เคยมีหน้าที่การงานมั่นคงแต่ปัจจุบันไม่มีงานทำ การตกงานกลายเป็นต้นเหตุปัญหาชีวิต
การตกงานสัมพันธ์กับสภาพเศรษฐกิจ การปิดโรงงาน ย้ายฐานการผลิต เพราะสู้ต้นทุนการผลิตในต่างประเทศไม่ได้
ในแง่ปัญหาภาพรวม ตัวเลขเศรษฐกิจประเทศดีแต่สังคมเหลื่อมล้ำมาก ประชาชนไม่เชื่อถือรัฐบาล การเมืองแบ่งขั้วรุนแรง ความแตกแยกทางการเมือง ปัญหาหาทางการเมืองมีผลต่อความสุขของประชาชนอย่างชัดเจน บางคนเครียดจัดเพราะสภาพการเมืองที่เป็นอยู่
เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าประเทศกำลังมีปัญหาใหญ่
คนเมืองมักมีฐานะเศรษฐกิจ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าคนชนบท แต่ความเหลื่อมล้ำจะสูงมากในกลุ่มคนผิวขาว คนเมืองใหญ่กับเมืองติดชายทะเลจะมีความรู้สึกว่าตนมีความหวังมากกว่าคนชนบท แต่จะมีความเครียดวิตกกังวลมากด้วย ทั้งนี้เพราะมีความคาดหวังสูงกว่า ในทางกลับกันคนชนบทมองอนาคตในทางลบแต่ไม่ค่อยวิตกกังวล
            ผู้มองโลกแง่ดีและไม่ค่อยกังวลมักจะมีอายุยืนยาวกว่า คิดสั้นฆ่าตัวตายน้อยกว่า คนแอฟริกันอเมริกันใช้ชีวิตอย่างมีความหวังมากกว่าคนผิวขาวอเมริกันถึง 3 เท่า แม้ว่าคนแอฟริกันอเมริกันมีฐานะยากจนกว่า ดังนั้นลำพังฐานะเศรษฐกิจไม่สัมพันธ์กับการคิดว่าตนดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า พวกเขาอาจใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบแต่มีความหวังใจในอนาคต ผิดกับพวกผิวขาวที่อาจมีฐานะเศรษฐกิจดีกว่าแต่ไร้ซึ่งความหวัง
(สังคมอเมริกันแอฟริกันเป็นครอบครัวใหญ่ ความสัมพันธ์เครือญาติเหนียวแน่น ต่างกับพวกครอบครัวเดี่ยวที่อยู่ร่วมกันเฉพาะพ่อแม่ลูก)
สังคมแบบครอบครัวเดี่ยว การแยกตัวเองออกจากสังคมหลังตกงานเป็นอีกสาเหตุที่กระตุ้นให้หมดอาลัยตายอยากมากขึ้น
            ดังนั้น ต้นเหตุความสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยากจึงมาจากปัญหาเศรษฐกิจร่วมกับปัญหาสังคมและอื่นๆ
ความหมดอาลัยตายอยากกับยาเสพติดและโอปิออยด์ :
ยาโอปิออยด์ (Opioid) เป็นกลุ่มของสารเคมีที่มีโครงสร้างและคุณสมบัติคล้ายคลึงกับมอร์ฟีน (Morphine) เป็นยาบรรเทาความเจ็บปวด แต่การใช้ผิดวิธี ใช้อย่างพร่ำเพรื่อ ใช้เกินขนาด เป็นสาเหตุโดยตรงทำให้คนอเมริกันเสียชีวิตราวปีละ 22,000 คน
คนที่หมดอาลัยตายอยากมักเข้าหายาเสพติด ติดยาโอปิออยด์ด้วยหลายสาเหตุ รวมทั้งกลายเป็นพวกขี้เหล้า เป็นที่มาว่านักวิจัยเชื่อมโยงเรื่องเหล่านี้เข้าด้วยกัน
แนวทางแก้ไขที่ทำได้ทันทีคือลดการใช้ยาโอปิออยด์ ส่งเสริมหน่วยงานป้องกันคนฆ่าตัวตายที่ตอนนี้ได้รับงบประมาณจำกัด
แก้รากปัญหาซึ่งเกี่ยวข้องกับการมีงานทำ ปัญหาครอบครัว ปัญหาชุมนุม เพิ่มการดูแลรักษาพยาบาลจากภาครัฐที่ยังน้อยเกินไป เหล่านี้เป็นประเด็นเดิมๆ ที่นับวันจะเลวร้ายลง มีแนวโน้มว่าคนรุ่นใหม่จะเผชิญปัญหามากขึ้น
ความสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยากสามารถฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติ เช่น ให้ผู้ป่วยทำงานอาสาสมัคร เข้าหาศิลปะ ใช้เวลากับต้นไม้ใบหญ้า มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ
            มีความจริงที่น่าสนใจว่าในหมู่สังคมแบบอเมริกันแอฟริกัน การไปโบสถ์ มีส่วนช่วยให้คนอายุยืน ช่วยให้คนใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย เห็นว่าชีวิตตนมีคุณค่า ลดปัญหาหมดอาลัยตายอยาก คนที่มีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งหากรู้จักเข้าหาโบสถ์จะเผชิญหน้าปัญหาได้ดี ตรงข้ามกับพวกที่เจอปัญหาแล้วแยกตัวอยู่คนเดียวซึ่งมีแต่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
            งานวิจัยของ Brookings Institution ชิ้นนี้แนะว่าการแก้ปัญหาไม่อาจลุล่วงได้ด้วยการแก้เพียงด้านใดหน้าหนึ่ง ต้องอาศัยทุกด้านทุกมิติประกอบกันจึงจะสำเร็จ
ภาพที่ขัดกัน :
งานวิจัยชิ้นล่าสุดของ Carol Graham กับ Sergio Pinto พยายามศึกษาเจาะลึกต่อยอดจากงานวิจัยอื่นๆ ข้อสรุปที่ชัดเจนมีข้อเดียวคือ ชายวัยกลางคนอเมริกันผิวขาวผู้ว่างงานเป็นกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย เนื่องจากหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เป็นการตายก่อนวัยที่ป้องกันได้
            น่าชื่นชมที่ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามดำเนินนโยบายเพิ่มการจ้างงานในประเทศ เช่น ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าหลายประเทศอย่างต่อเนื่อง กดดันนักธุรกิจนักลงทุนอเมริกันให้กลับมาลงทุนในประเทศ อัตราว่างงานประจำเดือนกันยายนลดลงเหลือ 3.5 เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบเกือบ 50 ปี การจ้างงานใหม่เกิดขึ้นทุกเดือนแม้มีข่าวร้ายทางเศรษฐกิจอยู่ด้วย แต่ต้องติดตามว่าเป็นนโยบายที่เกิดผลดีจริงในระยะยาวหรือไม่
เมื่อศึกษางานวิจัยจำนวนมากจะพบว่าสหรัฐอเมริกาเต็มด้วยภาพที่ขัดแย้งกัน เช่น พยายามแสดงตัวเป็นผู้นำโลกเสรีประชาธิปไตย ส่งเสริมให้ประเทศอื่นๆ เป็นประชาธิปไตย แต่ปัญหาประชาธิปไตยในประเทศตัวเองกำลังบั่นทอนชีวิตความเป็นอยู่ของคนอเมริกันอย่างชัดเจน ตัวเลขดัชนีเศรษฐกิจหลายตัวบอกว่าเศรษฐกิจกำลังไปได้ดี แต่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสูงและกำลังเพิ่มมากขึ้นจนทุกคนไม่อาจปฏิเสธว่าเป็นปัญหา มีระบบสาธารณสุขดีกว่าหลายประเทศ เป็นประเทศที่คิดค้นยาใหม่มากมายแต่อายุขัยประชากรไม่เพิ่มขึ้น คนเป็นโรคมากขึ้น ได้ชื่อว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้วแต่คนจำนวนมากมีชีวิตบนความวิตกจริต ติดยา บางคนถึงขั้นหมดอาลัยตายอยากและลงเอยด้วยการฆ่าตัวตาย
เหล่านี้เป็นเรื่องน่าคิดว่าสหรัฐกำลังพัฒนาประเทศอย่างถูกทิศถูกทางหรือไม่
บทความนี้นำเสนองานวิจัยที่พูดถึงสหรัฐ หากมองในภาพกว้างคงมีอีกหลายประเทศที่มีปัญหาคนสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยาก ประเทศที่มีผู้ติดยาเสพติดจำนวนมากน่าจะเป็นตัวบ่งชี้ และไม่ว่าสุดท้ายจะนำสู่การฆ่าตัวตายหรือไม่ ผลกระทบต่อการเมืองเศรษฐกิจสังคมมีแน่นอน
27 ตุลาคม 2019
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8386 วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2562)
------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
โรคซึมเศร้าจำต้องได้รับการรักษาทางแพทย์ การป้องกันไว้ก่อนดีกว่ารอป่วยค่อยรักษา ทุกคนควรให้ความสำคัญกับการซึมเศร้าที่นับวันจะเป็นกันมากขึ้น สะท้อนสังคมที่กำลังป่วยทางจิตและต้องรีบเร่งแก้ไข
บรรณานุกรม :
(Certain American men are dying 'deaths of despair'. (2019, October 22). Yahoo. Retrieved from https://finance.yahoo.com/news/deaths-of-despair-why-this-group-of-americans-has-higher-mortality-rates-130633528.html)
(Graham, Carol. (2019, October 15). Understanding the role of despair in America’s opioid crisis. Retrieved from https://www.brookings.edu/policy2020/votervital/how-can-policy-address-the-opioid-crisis-and-despair-in-america/)
(Graham, Carol., Pinto, Sergio. (2019, October). The Geography of Desperation in America: Labor Force Participation, Mobility Trends, Place, and Well-being. Retrieved from https://www.brookings.edu/wp-content/uploads/2019/10/Session-6-Happiness-Paper-The-Geography-of-Desperation-in-America.pdf)
(US unemployment rate hits a 50-year low even as hiring slows. (2019, October 4). AP. Retrieved from https://www.apnews.com/ada1698cbb54448b90f52d6a827019f2)

unsplash-logoThomas Kinto

ความคิดเห็น

การมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์หลายแห่งเป็นเรื่องดี เพราะแข่งขันเรื่องคุณภาพ ประโยชน์ตกแก่ผู้บริโภค

การมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์หลายแห่งเป็นเรื่องดี เพราะแข่งขันเรื่องคุณภาพ ประโยชน์ตกแก่ผู้บริโภค
“724 insure” เป็นหนึ่งในนั้น คลิกที่รูป

คุ้มครองบ้านและทรัพย์สิน จากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม จารกรรม

คุ้มครองบ้านและทรัพย์สิน จากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม จารกรรม
สนใจคลิกที่รูป

ซื้อใช้ได้ส่วนลด ขายได้เปอร์เซ็นต์เก็บกินตลอดไป กับบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี

ซื้อใช้ได้ส่วนลด ขายได้เปอร์เซ็นต์เก็บกินตลอดไป กับบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี
สนใจคลิกที่รูป

ประกันชั้น 1 ทั้งเก่งกับกระบะเพียง 7,500 บาทต่อปีและไม่ต้องตรวจสภาพ

ประกันชั้น 1 ทั้งเก่งกับกระบะเพียง 7,500 บาทต่อปีและไม่ต้องตรวจสภาพ
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป

ประกันสุขภาพ 3 โรคสุดฮิต เริ่มต้นเพียง 150 บาท

ประกันสุขภาพ 3 โรคสุดฮิต เริ่มต้นเพียง 150 บาท
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือ ติดต่อไลน์ @7chanchai (มีเครื่องหมาย @) หรือโทร 083-072 5036

ประกันชั้น 3 เริ่ม 1,800 บาทต่อปี

ประกันชั้น 3 เริ่ม 1,800 บาทต่อปี
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป

ประกันสุขภาพที่รับพิจารณา แม้คุณมีความเสี่ยงสุขภาพ และต่ออายุได้ถึง 99 ปี

ประกันสุขภาพที่รับพิจารณา แม้คุณมีความเสี่ยงสุขภาพ และต่ออายุได้ถึง 99 ปี
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป