ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ออกกำลังกาย เพื่ออายุยืนยาวและเป็นสุข

สถานการณ์การออกกำลังกายโลกไม่ดีขึ้น เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง องค์การอนามัยจึงออกโรงเตือนอีกครั้ง บางบริษัท สถานศึกษาบางแห่งมีกิจกรรมออกกำลังกายทุกวัน เป็นตัวอย่างที่ดี

            ทุกวันนี้ผู้ใหญ่กว่า 1,400 ล้านคนทั่วโลกเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังร้ายแรงเพราะใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย ออกกำลังน้อย เมื่อป่วยแล้วจะส่งผลต่อสุขภาพจิต คุณภาพชีวิตแย่ลง ไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ
            องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นการออกกำลังกายแบบไม่ใช้แรงมาก เช่น เดินเร็ว (brisk walking) ว่ายน้ำ และออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 75 นาทีถ้าเป็นแบบใช้แรงมาก เช่น วิ่ง กีฬาที่เล่นเป็นทีม
            งานวิจัยที่สำรวจ 168 ประเทศพบว่า แม้หลายปีที่ผ่านมาหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรส่งเสริมสุขภาพต่างๆ พยายามชี้ชวนให้คนออกกำลังกาย แต่สถานการณ์โดยรวมไม่ดีขึ้น คนส่วนใหญ่ยังใช้แรงหรือมีกิจกรรมทางกายในระดับเท่าสมัยปี 2001 ประชากรราว 1,400 ล้านคน (27.5 เปอร์เซ็นต์ อายุ 18 ปีขึ้นไป) หรือราว 1 ใน 4 ของโลกจึงอยู่ในภาวะออกกำลังกายน้อยเกินไป
            องค์การอนามัยโลกมีเป้าหมายลดจำนวนผู้ออกกำลังกายน้อยได้ให้ร้อยละ 10 ภายในปี 2025 รายงานล่าสุดบ่งชี้ว่าไม่เป็นไปตามแผน เป็นเหตุให้องค์การอนามัยโลกต้องออกโรงเตือนอีกครั้ง
            ข้อแนะนำคือ องค์กรและรัฐบาลประเทศต่างๆ ต้องเพิ่มนโยบาย เพิ่มมาตรการกระตุ้นให้คนออกกำลังกายมากกว่านี้
ฆาตกรเงียบ :
            การใช้ชีวิตที่สะดวกสบายออกแรงน้อยเปรียบเสมือนฆาตกรเงียบ เสี่ยงทำให้เป็นโรคสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันสูง เป็นโรคเบาหวาน มะเร็งเต้านมและลำไส้
กลุ่มเสี่ยงมักเป็นพวกผู้มีฐานะดีและขาดออกกำลังกาย ใช้ชีวิตที่มักอยู่ในอาคาร นั่งทำงานในออฟฟิศ กินอาหารที่มีแคลอรี่สูง เดินทางโดยรถ ส่วนใหญ่เป็นคนเมือง
ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าประชากรกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงเป็นปัญหามากที่สุด ส่วนกลุ่มประเทศที่มีแนวโน้มคนขาดออกกำลังกาย ใช้แรงน้อยลงมากที่สุดคือแถบประเทศเอเชียตะวันออกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานการณ์ของจีนที่หลายคนมีวิถีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้นกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นมีผลต่อสถิติ
            ผู้หญิงมักใช้แรงน้อยกว่าชาย (โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) หญิงกลุ่มเสี่ยงคือพวกอยู่แต่ในบ้าน จัดการดูแลเรื่องภายในบ้านโดยมีเครื่องทุ่นแรงจำนวนมาก เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องล้านจาน เครื่องทำความสะอาดพื้น แม้จะบอกว่าดูแลงานบ้านมากมาย การทำงานบ้านถือได้ว่าเป็นการออกกำลังกาย แต่กิจกรรมที่ทำใช้แรงน้อยเกินไป
            4 ประเทศที่ประชากรเสี่ยงมากที่สุดคือ คูเวต อเมริกันซามัว (American Samoa – เกาะแห่งหนึ่งในแปซิฟิก) ซาอุดิอาระเบียและอิรัก ประชากรกว่าครึ่งขาดการออกกำลังกาย (เฉพาะคูเวตสูงถึงร้อยละ 67)
            ประเทศที่คนออกกำลังน้อยลงและน่าเป็นห่วงคือ เยอรมนี นิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกา
คนไทยร้อยละ 24.6 อยู่ในกลุ่มเสี่ยง แยกเป็นเพศหญิงร้อยละ 21.8 ชาย 27.2
            การเพิ่มกิจกรรมทางร่างกายทำได้หลายวิธี แนะนำให้เลือกวิธีที่เหมาะสม ตั้งแต่การเดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เล่นกีฬา แอโรบิค โยคะ แม้กระทั่งทำสวน

ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคลหรือครอบครัวเท่านั้น :
            เราอาจแบ่งการใช้ชีวิตในแต่ละวันเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงเวลาอยู่บ้าน เดินทาง และเวลาทำงาน (หรือเรียน) ในหลายประเทศทั้ง 3 ช่วงต่างมีเครื่องมืออุปกรณ์ทำให้ชีวิตสะดวกสบาย ออกแรงน้อย สมัยก่อนต้องหาบน้ำมาใช้ในบ้าน ต้องตัดฟืน ปัจจุบันกลายเป็นเปิดก๊อกน้ำเสียบปลั๊กไฟ ในอดีตต้องเดินไปทำงานหลายกิโล กลายเป็นโดยสารรถสาธารณะ ใช้รถส่วนตัว เมื่อถึงที่ทำงานหรือห้องเรียน หลายคนทำงานโดยท่านั่งหลายชั่วโมง
            เหล่านี้คนจึงออกแรงน้อยกว่าอดีต แม้บริโภคอาหารเท่าเดิมย่อมทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม เสี่ยงเป็นโรคมากขึ้น
การเจ็บป่วยที่เอ่ยถึงไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลหรือครอบครัวเท่านั้น ควรมองว่าเป็นประเด็นระดับประเทศและโลก เป็นวาระแห่งชาติส่งเสริมให้คนมีสุขภาพดีอายุยืนยาวด้วยการออกกำลังกาย ทุกคนดูแลสุขภาพตนเอง รัฐบาลหรือชุมชนควรมีมาตรการส่งเสริมให้คนดูแลรักษาสุขภาพในทุกเพศทุกวัย ไม่เฉพาะผู้สูงวัยเท่านั้น
ข้อแนะนำจากองค์การอนามัยโลกคือ ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวันๆ ละ 30 นาที ทำให้ได้สัปดาห์ละ 5 วัน เวลาครึ่งชั่วโมงจึงไม่ยาวแต่ต้องทำสม่ำเสมอ การส่งเสริมให้คนออกกำลังกายจึงต้องทำให้พวกเขามีนิสัยออกกำลังกายเป็นประจำ บางบริษัท สถานศึกษาบางแห่งมีกิจกรรมออกกำลังกายทุกเช้าหรือเย็น เป็นตัวอย่างที่ดี ในครอบครัวควรมีการพูดเรื่องดูแลสุขภาพ และร่วมกันออกกำลังกายทั้งครอบครัว
            ประชากรที่มีคุณภาพต้องมีสุขภาพดีด้วย ยกตัวอย่าง ประเทศไม่ต้องการนักเรียนนักศึกษาที่เรียนดีแต่สุขภาพแย่ เริ่มเจ็บป่วยเรื้อรังก่อนวัยอันควร เป็นภาระแก่สังคมประเทศชาติในยามที่พวกเขาควรเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว ควรมีมาตรการส่งเสริม เช่น มีคะแนนสำหรับสุขภาพดี สนับสนุนให้คนพยายามรักษาสุขภาพ บริษัทน้อยใหญ่หรือรัฐวิสาหกิจต่างๆ ควรมีกิจกรรมให้พนักงานลูกจ้างได้ออกกำลังกายทุกวัน
            มีข้อมูลว่าปี 2010 ชาวอเมริกัน 26 ล้านคนป่วยเป็นโรคเบาหวาน และอีก 79 ล้านคนเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานอย่างมาก ปี 2007 สังคมต้องเสียเงินราว 218,000 ล้านดอลลาร์ (7 ล้านล้านบาท - งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 ของไทยอยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท) สำหรับผู้ป่วยและการป้องกันโรคเบาหวาน เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยกลายเป็นคนตาบอด ป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้าย และอีกราว 65,000 คนที่ต้องตัดขาทิ้งทุกปี ที่สุดแล้วผู้ป่วยโรคเบาหวาน 2 ใน 3 จะจบชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ
            บางคนคิดว่าหากเจ็บป่วยแล้วสามารถรักษาฟรี ความจริงคือไม่มีอะไรฟรี ค่ารักษาพยาบาลที่รัฐใช้มาจากเงินภาษี หากต้องสร้างโรงพยาบาลเพิ่ม มีตึกมีเตียงผู้ป่วยเพิ่ม มีแพทย์พยาบาล ยารักษาโรคต่างๆ ล้วนต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น จะดีกว่าหรือไม่หากนำเงินเหล่านี้ไปใช้ในทางอื่นที่เป็นประโยชน์
            ดังข้อมูลข้างต้น ถ้าสังคมอเมริกันดูแลสุขภาพมากกว่านี้ เพียงแค่สามารถลดค่าใช้จ่ายได้สักร้อยละ 10 เท่ากับประหยัดได้ถึง 700,000 ล้านบาทต่อปี นี่เฉพาะโรคเบาหวานเท่านั้น

สังคมที่คำนึงสุขภาพรอบด้านครบทุกมิติ :
            รายงานขององค์การอนามัยโลกฉบับนี้มุ่งประเด็นออกกำลังกาย เพื่อให้ประชากรโลกมีสุขภาพดี ถ้ามองอย่างรอบด้านครบมิติจำต้องคำนึงเหตุและปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพอื่นๆ ด้วย เช่น สังคมต้องลดละเลิกบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมอาหารที่บำรุงสุขภาพ ไม่ส่งเสริมการขายอาหารที่บั่นทอนสุขภาพ เช่น องค์การอนามัยโลกเสนอจำกัดการบริโภคน้ำตาล สังคมก็ควรดำเนินตามนั้น เพียงแค่รู้แต่ไม่ทำตามย่อมไร้ผล และอาจถูกตีความว่าละเลยต่อบทบาทหน้าที่
            ร่างกายคนเราเมื่อถึงเวลาหนึ่งจะเริ่มเสื่อมถอยเหมือนรถยนต์ที่มีอายุใช้งาน แต่เราสามารถขยายช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีด้วยการถนอมร่างกายเหมือนใช้รถอย่างทะนุถนอม หนึ่งในวิธีนั้นคือด้วยการออกกำลังกายอย่างเพียงพอและเหมาะสม
            สุขภาพกายที่ดีหมายถึงสามารถใช้ชีวิตอย่างคนปกติ อย่างที่เราคาดหวัง สามารถทำสิ่งดีต่างๆ ที่ต้องการ เป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวเองและคนรอบกาย ในทางตรงข้ามเมื่อเจ็บป่วยย่อมไม่อาจใช้ชีวิตอย่างคนปกติ ความสามารถทางกายทางสมองลดลง เป็นภาระต่อครอบครัว สังคมประเทศชาติ
            การรักษาสุขภาพ การออกกำลังกายไม่ควรถือว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลเท่านั้น ควรเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของความเป็นครอบครัว ทุกคนในครอบครัวต้องส่งเสริมให้สมาชิกมีสุขภาพแข็งแรง สังคมต้องมีแนวคิดการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้านครบทุกมิติ เพราะสุขภาพดีมาจากหลายเหตุปัจจัย การออกกำลังกายเป็นเพียงหนึ่งปัจจัยเท่านั้น
การสร้างคนสร้างชาติต้องยึดหลักองค์รวม ไม่อาจคิดแบบแยกส่วน ต่างฝ่ายต่างคิด ต่างฝ่ายต่างทำ ทำอย่างไรจึงจะทำให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนจะทำ ตั้งแต่ระดับส่วนตัว ครอบครัว จนถึงระดับประเทศและโลก
9 กันยายน 2018
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 22 ฉบับที่ 7974 วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ.2561)
------------------------
บรรณานุกรม :
1. 1.4 billion risk disease from lack of exercise: WHO. (2018, September 5). AFP. Retrieved from https://www.afp.com/en/news/205/14-billion-risk-disease-lack-exercise-who-doc-18u9uo1
2 DiPiro, Joseph T., Talbert, Robert L., Yee, Gary C., Matzke Gary R., Wells, Barbara G., & L. Michael Posey. (2014). Pharmacotherapy: A Pathophysiologic Approach (9th Ed.). USA: McGraw-Hill Companies.
3. Guthold, Regina., Stevens,Gretchen A., Riley,Leanne M., & Bull, Fiona C. (2018, September 4). Worldwide trends in insufficient physical activity from 2001 to 2016: a pooled analysis of 358 population-based surveys with 1•9 million participants. The Lancet. Retrieved from https://www.thelancet.com/journals/langlo/article/PIIS2214-109X(18)30357-7/fulltext
4. Rourke, John T., & Boyer. Mark A. (2002). World Politics: International Politics on the world stage,(brief 4th Ed.). USA: McGraw-Hill/Dushkin.
5. WHO warning over global lack of exercise. (2018, September 5). BBC. Retrieved from https://www.bbc.com/news/health-45408017
-----------------------------

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทุจริตคอร์รัปชัน ภัยร้ายของประชาคมโลก

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เพิ่งออกรายงานผลสำรวจการชี้วัดเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นทั่วโลกฉบับปี 2013 (Global Corruption Barometer 2013) ชี้ว่า ‘คอร์รัปชันในปัจจุบันแฝงตัวอยู่ร่วมกับระบอบประชาธิปไตย อยู่ในกระบวนการยุติธรรมหลายประเทศ ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในพรรคการเมือง สถาบันตุลาการ ตำรวจ และอีกหลายสถาบัน’
สถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันทั่วโลก             ผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งประกอบด้วยประชาชนกลุ่มต่างๆ ทั่วโลกร้อยละ 53 เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับสองปีก่อน ร้อยละ 29 เห็นว่าเท่าเดิม ส่วนร้อยละ 18 เห็นว่าลดลง (อนึ่ง การสำรวจนี้กระทำกับคนทั่วโลก สถานการณ์บางประเทศอาจดีขึ้น บางประเทศอาจแย่ลง และขึ้นกับความเห็นส่วนบุคคล) ประเทศที่สถานการณ์แย่ลงมากคือ แอลจีเรีย เลบานอน โปรตุเกส ตูนิเซีย วานูอาตู (Vanuatu) และซิมบับเว ประเทศที่เห็นว่าดีขึ้นคือ เบลเยียม กัมพูชา จอร์เจีย รวันดา เซอร์เบีย และไต้หวัน ประเทศเหล่านี้ผู้ตอบแบบสอบถามกว่าสองในสามเห็นว่าแย่ลงหรือดีขึ้น             ในด้านความร้ายแรงของปัญหา ผู้คนทั่วโลกเห็นว่าคอร์รัปชันเป็นปัญหาร้ายแรง …

สถานการณ์โลกดิจิทัล (ฉบับวันที่ 1 ถึง 17 มกราคม 2018)

1. เวเนซุเอลาประกาศสร้างสกุลเงินดิจิทัลของประเทศ รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศจะสร้างเงินดิจิทัลของตนเอง สกัดการกีดกันเงินดอลลาร์จากสหรัฐฯ ประธานาธิบดี Nicolas Maduro กล่าวว่าเงินสกุลดังกล่าวชื่อ “Petro” รัฐบาลจะใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ทองคำ เพชรที่มีอยู่เป็นทุนสำรองสกุลดังกล่าว (Venezuela to make digital currency amid financing crisis. (2017, December 4). Inquirer/AFP. Retrieved from http://business.inquirer.net/241930/venezuela-make-digital-currency-amid-financing-crisis) ประกาศว่าเป็นการเริ่มสกุลเงินรูปแบบใหม่ของโลก             วิเคราะห์ : เป็นความพยายามของรัฐบาลที่กำลังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรง ไม่ว่าจะที่สุดแล้วจะทำได้จริงหรือไม่ เป็นแนวคิดใหม่ที่ท้าทายระบบการเงินโลก หรืออาจมองวว่าเป็นวิธีขายหุ้นประเทศรูปแบบหนึ่ง เสนอขายกระจายแก่โลก             ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรน่าติดตาม 2. ความผันผวนของ Ripple (XRP) เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มกราคม ในการซื้อขายเพียง 2 วัน ค่าเงินดิจิทัล Ripple (XRP) ลดลงร้อยละ 26 อยู่ที่ 2.83 หลังปฏิเสธข่าวเพิ่มจำนวนเหรียญ Ripple เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดรองจาก…

สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์กับพลังงานแสงอาทิตย์

โลกอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนระบบพลังงาน :             ในอดีตโลกบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นพลังงานหลัก เคยเป็นยุคทองของโอเปก (Organization of Petroleum Exporting Countries: OPEC) ต่อมาการใช้ก๊าซธรรมชาติสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อระบบพลังงานอยู่ระยะหนึ่ง แต่ระบบพลังงานโลกไม่หยุดอยู่เท่านี้ พลังงานทางเลือกหลายตัวกำลังก้าวขึ้นมา นำโลกสู่ยุคการปรับเปลี่ยนระบบพลังงานอีกครั้ง             ปัจจัยตัดสินสำคัญคือ การลงทุนเพื่อค้นหาและขุดเจาะน้ำมันจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ จะทรงตัวหรือจะถดถอย นักวิชาการคิดว่าหากกำลังการผลิตลดลง ต้นทุนการกลั่นจะสูงขึ้น ราคาน้ำมันถีบตัวสูงขึ้น ยิ่งแข่งขันกับพลังงานอื่นๆ ไม่ได้             การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น แพร่หลายมากขึ้น เป็นอีกประเด็นที่ต้องเอ่ยถึง เพราะส่งผลต่อตลาดพลังงานอื่นๆ ครั้งหนึ่งถ่านหินคือเจ้าแห่งพลังงาน ต่อมาเป็นน้ำมัน จากนี้ไปไฟฟ้าคือเจ้าแห่งพลังงาน
พลังงานไฟฟ้ามีจุดเด่นคือสามารถผลิตจากพลังงานอื่นๆ แทบทุกชนิด เท่ากับเป็นพลังงานที่ใช้ไม่มีวันหมด (ต่างจากน้ำมันเชื้อเพลิง ถ่านหิน ยูเรเนียมที่มีวันหมด) การใช้แพร่หลายมากขึ้นทั้งระดับครัวเรือนกับอุตสาหกรรม และที่กำลังจะ…