ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สถานการณ์โลกดิจิทัล (ฉบับวันที่ 21 มีนาคม 2018)

ความไม่ชอบมาพากลของเฟสบุ๊คเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น การค้าออนไลน์ในภูมิภาคอาเซียนจะโตได้อีกมาก เพราะอาลีบาบาทุ่มทุนสู้อเมซอน
ข่าวและการวิเคราะห์ :

1. อาลีบาบาทุ่มทุ่นอีก 2.000 ล้านดอลลาร์

Alibaba Group Holding ประกาศลงทุน Lazada Group ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มอีก 2,000 ล้านดอลลาร์ หวังเป็นแชมป์ในภูมิภาคนี้ เอาชนะ Amazon คู่แข่งสำคัญ
พร้อมกันนี้มอบหมายให้ Lucy Peng ผู้ร่วมงานอาลีบาบาอย่างยาวนานแทนที่  Max Bittner ในการบริการลาซาดา
เมื่อ 2 ปีก่อนอาลีบาบาลงทุนไปแล้ว 2,000 ล้านดอลลาร์ ตอนนี้ลงทุนอีก 2,000 การลงทุนรอบนี้ทำให้นักวิเคราะห์มั่นว่าใจ ตลาด e-commerce ในภูมภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไปได้อีกมาก
ปัจจุบัน การซื้อสินค้าผ่าน e-commerce มีเพียงร้อยละ 3 มีศักยภาพโตขึ้นอีกมาก อาลีบาบาเชื่อว่าอย่างน้อยจะโตได้อีกเท่าตัว
วิเคราะห์ : อเมซอนคือ e-commerce รายใหญ่สุดของโลก และเป็นผู้ครองตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอนนี้อาลีบาบาประกาศสู้กับอเมซอนในสมรภูมิภาคนี้ ไม่ว่าใครเป็นผู้ชนะ การค้า e-commerce จะโตขึ้นมาก
(Alibaba doubles Lazada investment to $4bn. (2018, March 20). Gulf Times. Retrieved from http://www.gulf-times.com/story/585733/Alibaba-doubles-Lazada-investment-to-4bn)

2. สหรัฐฯ เตรียมขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนครั้งใหญ่

            มีข่าวว่ารัฐบาลทรัมป์เตรียมขึ้นภาษีศุลกากรต่อสินค้าจีนถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อลงโทษจีนที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
            อย่างไรก็ตาม ตัวเลขยังเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนนี้มีผู้เสนอตัวเลขที่ 30,000 ล้าน แต่ทรัมป์เห็นว่าต่ำไป
            ด้านรัฐบาลจีนเคยพูดว่าจะไม่ยอมอยู่เฉยเช่นกัน หากถูกเล่นงานทางภาษี แม้รัฐบาลจะยังคงเน้นเศรษฐกิจแบบเปิด และการกีดกันจีนเท่ากับกีดกันบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในจีน
            วิเคราะห์ : ควรติดตามใกล้ชิด
(U.S. Plans Heavy China Tariff Hit as Soon as This Week. (2018, March 20). Bloomberg. Retrieved from https://www.bloomberg.com/news/articles/2018-03-20/u-s-is-said-to-plan-heavy-china-tariff-hit-as-soon-as-this-week)

3. CEO เฟสบุ๊คหายตัว

มีข่าวว่า Alexander Nix CEO Cambridge Analytica ถูกคุมตัวจากเหตุอื้อฉาวเกี่ยวกับเรื่องช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง
นอกจากนี้ มีกระแสข่าวว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) หายตัวไปเช่นกัน
มีข้อมูลว่า Alexander Nix พูดโอ้อวดว่าบริษัทของตนช่วยโดนัลด์ ทรัมป์หาเสียง ทำการวิจัย วิเคราะห์เลือกตั้ง และช่วยรณรงค์ผ่านช่องทางดิจิทัล (โซเชียลมีเดีย) และทีวี จนทรัมป์ชนะเลือกตั้ง
Nix พูดว่าในช่วงหาเสียงได้พบทรัมป์หลายต่อหลายครั้ง
ไม่เพียงช่วยทรัมป์เท่านั้น ยังแอบช่วยผู้สมัครหลายคนในการเลือกตั้งหลายประเทศทั่วโลก โดยอาศัยชื่อบริษัทอื่นบังหน้า
ต้นเหตุที่มาของเรื่องนี้ เริ่มจากบริษัท Cambridge Analytica ป้อนข้อมูลชี้นำเลือกตั้งแต่ผู้ใช้เฟสบุ๊ค 50 ล้านอย่างผิดกฎหมาย
Cambridge Analytica ปฏิเสธ แต่ข่าวเรื่องนี้พัวพันกับเฟสบุ๊ค จึงตกกระไดพลอยโจนด้วย เนื่องจากก่อนนี้เฟสบุ๊คโดนข้อหาเผยแพร่ข่าวเท็จ (fake news) ส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งล่าสุด
            บริษัทเฟสบุ๊คชี้แจงว่า บริษัทยึดมั่นที่จะปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการ
            ขณะนี้รัฐบาลอียูกำลังขอคำชี้แจงจากเฟสบุ๊คเช่นกัน เกรงว่าจะพลเมืองตัวเองจะถูกชักนำอย่างผิดๆ ด้วยหรือไม่ มีข่าวว่าเกี่ยวข้องกับการทำประชามติ Brexit
            เช่นเดียวกับองค์กรภาคประชาชนในสหรัฐฯ กว่า 10 แห่งเรียกร้องให้ศาลสอบสวนความจริง เห็นว่ากำลังทำผิดกฎหมาย
            แต่พฤติกรรมเช่นนี้ผิดกฎหมายชัดเจน หากมีความผิดจริงอนาคตของเฟสบุ๊คจะเป็นอย่างไร
            ขณะนี้มีผู้ออกมาแฉข้อมูลเพิ่มขึ้น เช่น บุตรเขยทรัมป์ผู้ดูแลการหาเสียงทางดิจิทัลเคยนำพบทีมงานของ Cambridge Analytica และวางแผนร่วมกัน

วิเคราะห์ : สาระสำคัญที่ Alexander Nix พูดคือ สามารถใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อผลักดันสังคมให้ไปทิศทางใดทางหนึ่ง สามารถชักนำ ชี้นำ ให้ผู้ใช้บริการเฟสบุ๊ค (มีบัญชีเฟสบุ๊ค) ไปสู่ทางใดทางหนึ่ง เช่น ชอบทรัมป์ หรือไม่ชอบทรัมป์ โดยไร้หลักฐาน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกล้างทิ้งภายในไม่กี่ชั่วโมง หลังถูกอ่านแล้ว
ถ้าพูดในกรอบทรัมป์ มีคำถามว่าถือเป็นการทุจริตเลือกตั้งหรือไม่ ....
            ซ้ำร้ายกว่านั้น ความผิดของ Cambridge Analytica กับเฟสบุ๊คอาจไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับสหรัฐฯ เท่านั้น ส่อว่าทำผิดต่อหลายประเทศ แทรกแซงการเลือกตั้ง มีผลต่อความมั่นคงภายในประเทศ
            ถ้าจะมองแง่ลบ มีอะไรที่เป็นลบๆ อีกมาก ความเลวร้ายเพิ่งจะเริ่มปรากฏเท่านั้น
            สุดท้ายไม่ว่าข้อสรุปเป็นอย่างไร หลายคนเชื่อว่าในโลกดิจิทัลข้อมูลส่วนตัวของตนไม่เป็นส่วนตัวอีกแล้ว
Brian Acton ผู้ร่วมก่อนตั้ง WhatsApp และอดีตผู้ร่วมงาน Facebook เห็นว่าถึงเวลาเลิกใช้เฟสบุ๊คแล้ว
(Cambridge Analytica CEO claims influence on U.S. election, Facebook questioned. (2018, March 20). New Strait Times. Retrieved from https://www.nst.com.my/world/2018/03/347583/cambridge-analytica-ceo-claims-influence-us-election-facebook-questioned#cxrecs_s)
(Data firm suspends CEO over Facebook scandal. (2018, March 20). The Star. Retrieved from https://www.thestar.com.my/news/world/2018/03/21/data-firm-suspends-ceo-over-facebook-scandal/)
(WhatsApp co-founder who made billions from Facebook now says to delete it. (2018, March 20). Market Watch. Retrieved from https://www.marketwatch.com/story/whatsapp-co-founder-who-made-billions-from-facebook-now-says-to-delete-it-2018-03-20)

      วิเคราะห์องค์รวม :

ความไม่ชอบมาพากลของเฟสบุ๊คเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น การค้าออนไลน์ในภูมิภาคอาเซียนจะโตได้อีกมาก เพราะอาลีบาบาทุ่มทุนสู้อเมซอน
21 มีนาคม 2018
ชาญชัย คุ้มปัญญา
----------------------
ประชาสัมพันธ์ :
เป็นมากกว่าแอปมือถือหรือเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าช่วย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้

ติดตามและร่วมพูดคุยได้ที่ Line ID: @7chanchai
หมายเหตุ : สถานการณ์โลกดิจิทัลมุ่งนำเสนอเนื้อหาที่สัมพันธ์กับโลกยุคดิจิทัล ในทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม เป็นเทรนใหม่ล่าสุดของโลก และยังคงยึดหลัก "สถานการณ์โลก" คือ นำเสนอประเด็นสำคัญๆ ที่อยู่ในความสนใจ

ความคิดเห็น