ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แรงงานต่างด้าวเพื่อเป็นพยาบาล ดูแลคนชราในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นล้ำหน้าเรื่องการใช้หุ่นยนต์กับระบบอัตโนมัติเพื่อลดแรงงาน แต่ตำแหน่งพยาบาล ผู้ดูแลคนชราไม่อาจทดแทนด้วยสิ่งเหล่านั้น จึงหวังใช้แรงงานต่างด้าวและกลายเป็นปัญหาซับซ้อน

            หนึ่งในปัญหาสังคมสูงวัยของประเทศพัฒนาแล้วคือเหตุขาดแคลนแรงงาน ต้องการแรงงานต่างชาติ แม้จะเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 แล้วก็ตาม
            ในอดีตสังคมญี่ปุ่นไม่ยอมรับแรงงานต่างด้าว แต่ในระยะหลังด้วยความจำเป็น ความคิดต่อต้านจึงเปลี่ยนไป หลายคนสนับสนุนแรงงานต่างด้าว

ความต้องการแรงงานต่างด้าว :
            สถาบันวิจัยประชากรและความมั่นทางสังคมแห่งชาติ (National Institute of Population and Social Security Research) ประเมินว่าเมื่อเข้าปี 2115 ประเทศจะมีประชากร 126.8 ล้านคน ในจำนวนนี้กว่าครึ่งมีอายุกว่า 50 ปี และมีอัตราการเกิดต่ำ
            ข้อมูลอีกชิ้นระบุว่าวัยแรงงานคือช่วง 15-64 ปี ในปี 2013 มีวัยแรงงาน 65.77 ล้านคน จะลดลงเหลือ 37.95 ล้านคนในปี 2060 (หายไปเกือบครึ่ง พร้อมๆ คนสูงวัยที่เพิ่มขึ้น)
รับชมคลิปสั้น 2 นาที:

            ปัจจุบันแรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่มาจากจีน อินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ตัวเลขเดือนมิถุนายน 2017 สูงถึง 250,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 77 เมื่อเทียบกับปี 2011
            ถึงกระนั้นก็ตามตำแหน่งพยาบาลกับผู้ดูแลผู้สูงวัยกำลังขาดแคลนอย่างหนัก มีผู้สมัครน้อยกว่าตำแหน่งงาน 3 -4 เท่าตัว สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะคนญี่ปุ่นเห็นว่างานหนักไม่คุ้มค่าแรง คาดว่าในปี 2025 จะขาดแคลนถึง 380,000 ตำแหน่ง
            ในทศวรรษ 2050 แรงงานภาคการรักษาพยาบาล (แพทย์กับพยาบาล) จะสูงถึงร้อยละ 25 ของแรงงานทั้งหมด หุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติไม่สามารถทดแทนแรงงานเหล่านี้

            จะเห็นว่าแม้ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ก้าวหน้าเรื่องเทคโนโลยีการผลิต ใช้หุ่นยนต์หรือระบบอัตโนมัติจำนวนมากเพื่อลดแรงงานมนุษย์ แต่ความก้าวหน้าเหล่านี้ยังไม่อาจทดแทนแรงงานส่วนที่ขาดไป เหตุเพราะตำแหน่งงานที่ขาดไม่สามารถทดแทนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่นั่นเอง
งานพยาบาล ดูแลผู้สูงวัยเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้สึกอันละเอียดอ่อน ปฏิบัติต่อคนไข้ด้วยใจและมีวิธีการซับซ้อน
แรงงานญี่ปุ่นลดลงต่อเนื่อง ในขณะที่คนสูงวัยเพิ่มขึ้น

            ไม่เพียงงานดูแลผู้สูงวัยเท่านั้น Yukio Noguchi จาก Waseda University’s Institute for Business and Finance ชี้ว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ขาดแคลนแรงงาน หวังใช้แรงงานต่างด้าวเช่นกัน รัฐบาลพยายามส่งเสริมใช้แรงงานในประเทศ แต่หลายคนสนใจงานอื่นๆ มากกว่า
            การประเมินว่าเศรษฐกิจดิจิทัล การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 จะส่งผลต่อการจ้างงานอย่างไร จึงต้องประเมินจากปัจจัยผู้สูงวัย งานบางตำแหน่งที่ยังต้องใช้แรงงานมนุษย์เป็นหลักด้วย

นโยบายของรัฐบาลอาเบะ :
            รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดโอกาสให้แรงงานต่างชาติฝึกอบรมโครงการฝึกอาชีพตำแหน่งพยาบาลและผู้ดูแลผู้สูงวัย ที่เรียกว่า Japan’s Technical Intern Training Program แต่เดิมโครงการนี้มุ่งหาแรงงานเพื่อป้อนภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและอื่นๆ ปัจจุบันเปิดให้กับตำแหน่งพยาบาลกับผู้ดูแลคนชราด้วย
            หน่วยงานราชการอธิบายว่าโครงการมุ่งสอนให้แรงงานต่างชาติได้รับการฝึกอบรมตามแบบแผนของญี่ปุ่น

            อย่างไรก็ตามรัฐบาลอาเบะยังไม่เปิดทางให้แก่แรงงานต่างด้าวเต็มที่ ปัจจุบันสนับสนุนเฉพาะตำแหน่งงานด้านการเงิน ไอที เหตุเพราะยังมีผู้กังวลว่าคนต่างด้าวเป็นต้นเหตุอาชญากรรม ก่อการร้าย ความขัดแย้งทางเชื้อชาติ ช่องว่างรายได้ ดังเช่นประเทศพัฒนาอื่นๆ ประสบในขณะนี้
            ไม่ว่าเหตุผลข้างต้นมีน้ำหนักมากเพียงไร รัฐบาลยึดข้ออ้างเหล่านี้
            ในขณะที่ตลาดมีความต้องการต่อเนื่องเป็นแรงกดดันรัฐบาล รัฐบาลผ่อนคลายด้วยการรับแรงงานต่างด้าวหลายแสนคนในฐานะนักศึกษา (student) ผู้ฝึกงาน (trainee)

ผลจากนโยบายดังกล่าว บริษัทเอกชน องค์กรหลายแห่งเปิดรับการนักศึกษาฝึกหัดแก่บริษัทเอกชนที่ต้องการแรงงานต่างด้าว มีการอบรมสอนภาษาให้ด้วย
บางกรณีเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ รัฐบาลญี่ปุ่นทำข้อตกลง “economic partnership agreements” (EPA programs) กับอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์และเวียดนาม เพื่อรับนักศึกษาฝึกหัด เฉพาะ 3 ประเทศนี้ได้รับการดูแลที่เป็นระบบมากกว่า หากได้สอบผ่านได้ประกาศนียบัตรจะสามารถทำงานในญี่ปุ่นตลอดชีพ
Yukio Noguchi แย้งว่าต่อให้เปิดรับแรงงานต่างด้าวก็ใช่ว่าพวกเขาอยากจะมา ดังนั้นหากไม่เปิดกว้างตั้งแต่ตอนนี้ การขาดแคลนแรงงานจะรุนแรงมากในอนาคต เหตุที่กล่าวเช่นนี้เพราะมีปัญหาจากนโยบายของรัฐบาล

ปัญหาที่ยากจะแก้ไข :
            ในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานสายเกษตร อุตสาหกรรม พยาบาลหรือผู้ดูแลฝึกหัด เมื่อเข้ารับการอบรมจริงกลายเป็นว่าเป็นการทำงานมากกว่าฝึกงาน ในกรณีพยาบาลฝึกหัดกับผู้แลคนชราจะเป็นลูกมือของแรงงานญี่ปุ่นอีกทอด คงไม่เกินไปถ้าจะสรุปว่าเป้าหมายแท้ต่อนักศึกษาฝึกหัดเหล่านี้คือต้องการใช้แรงงานพวกเขากับงานที่คนญี่ปุ่นไม่อยากทำ
            ประเด็นที่วิพากษ์กันมากคือการกดขี่แรงงานต่างด้าว เนื่องจากแรงงานฝึกหัดไม่สามารถเปลี่ยนงานหรือนายจ้าง ต้องทนอยู่แม้ไม่ชอบ นายจ้างอาศัยข้อได้เปรียบเรื่องนี้กดขี่แรงงาน ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่าปี 2016 มีนายจ้างทั้งหมด 5,672 ราย ร้อยละ 70.6 ทำผิดกฎหมายแรงงานหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะชั่วโมงทำงานเกินกำหนด มาตรฐานความปลอดภัยในที่ทำงานต่ำ และกดค่าแรง
            นายจ้างบางรายตั้งใจจ้างแรงงานที่มีความรู้น้อย เพราะพวกเขามักแยกไม่ออกว่าอะไรคือถูกหรือผิดกฎหมาย ถูกกดขี่หรือไม่
หลายคนที่ทนไม่ไหวทิ้งงานกลับบ้านเกิด


            ปัญหาความแตกต่างทางสังคมเป็นอีกประเด็น ชาวญี่ปุ่นบางคนปฏิเสธที่จะสัมพันธ์ใกล้ชิด วางระยะห่างจากแรงงานต่างด้าว เรียกร้องให้พวกเขาต้องเก่งภาษาญี่ปุ่น ยอมรับแรงกดดัน
            ปัญหาต่อพยาบาลฝึกหัดหลายกรณีเป็นปัญหาเรื่องชั่วโมงทำงานยาวนาน ผนวกกับการห่างไกลบ้าน ห่างไกลครอบครัว สภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ดี ทั้งหมดเป็นเหตุให้หลายคนเมื่อทำงานได้ระยะหนึ่งก็ขอลาออก
เหตุที่เกิดปัญหาเหล่านี้เพราะรัฐบาลหละหลวม ขาดการดูแลตรวจสอบบริษัทกับองค์กรเปิดรับฝึกงาน หรือ อาจมองว่ารัฐบาลทำเป็นปิดตาข้างหนึ่ง ไม่ยอมรับรู้ปัญหา พยายามกันปัญหาออกจากตัว หรืออาจเห็นว่าที่เป็นอยู่เหมาะสมแล้ว

การต่อรองไม่สิ้นสุด :
            ไม่อาจปฏิเสธว่างานพยาบาล ดูแลผู้สูงวัยเป็นงานที่ผู้หญิงทำได้ดีกว่าชาย อีกทั้งผู้ชายส่วนใหญ่ปฏิเสธงานทำนองนี้
ในกรณีญี่ปุ่น ถ้ายึดหลักอุปสงค์อุปทาน ย่อมได้ข้อสรุปว่าตำแหน่งพยาบาลจะมีรายได้ดี มีแรงจูงใจให้เข้าสู่อาชีพนี้
            แต่รายได้ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้พวกเธออยู่ในงานตลอดไป หลายคนลาออกจากที่ทำงานเดิมเพื่อไปอีกที่ๆ งานเบากว่า มีเวลาให้กับตัวเองและครอบครัวมากขึ้น
            ในกรณีนักศึกษาฝึกงาน แม้ตำแหน่งที่เรียกคือนักศึกษาหรือผู้ฝึกงานแต่ในทางปฏิบัติไม่ได้เรียนรู้อะไรมาก เป้าหมายคือเป็นผู้รับคำสั่ง เป็นผู้ช่วยอีกทอด และจะต้องทำงานเหล่านั้นซ้ำๆ ไม่ได้ความรู้อะไรมากมาย
จากแรงกดดันต่างๆ ทำให้เกิดคำถามว่าแรงงานต่างด้าวจะอดทนต่อสภาพการจ้างงานได้หรือไม่

            ในอีกมุมหนึ่ง หากอยู่ในประเทศตัวเองแต่ไม่มีงานไม่มีเงิน ความจำเป็นของปากท้องย่อมกระตุ้นให้ยอมรับเงื่อนไขเลวร้ายต่างๆ ที่ผ่านมาบางคนยอมเสียเงินให้กับนายหน้าเพื่อได้ทำงานในญี่ปุ่น โดนกดขี่ข่มเหงสารพัด เสี่ยงที่จะถูกล่วงละเมิดทางเพศ

            ในขณะเดียวกันแรงงานต่างด้าวต้องยอมรับมาตรฐานของญี่ปุ่นที่อาจสูงกว่าประเทศตนเอง วัฒนธรรมที่แตกต่าง รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร การทำงานย่อมต้องเคารพกฎระเบียบของผู้ว่าจ้าง
การวางมาตรฐานให้สูงเป็นจุดเริ่มที่ดีและเป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ช่วยคัดกรองแรงงาน จุดอ่อนคือ ไม่เพียงพอต่อความต้องการ เกิดคำถามว่ากระทบต่อเศรษฐกิจสังคมมากแค่ไหน คุ้มกับการวางมาตรฐานที่สูงขนาดนั้นหรือไม่
หรือว่าคนญี่ปุ่นที่รับแรงงานต่างด้าวต้องปรับลดมาตรฐานเพื่อให้แรงงานรับได้ มิฉะนั้นก็ต้องดูแลตัวเอง ขาดแคลนแรงงานต่อไป

ในระดับปัจเจก มีทั้งคนสนับสนุนกับต่อต้าน บางคนเห็นว่าแรงงานต่างด้าวไม่ดีอย่างที่คิด สร้างปัญหา น่าโมโห แต่หากไร้คนเหล่านี้จะยิ่งเป็นปัญหากว่าหรือไม่ เป็นคำถามที่นายจ้างต้องตอบตัวเอง

ลูกจ้างต่างด้าวรู้ว่านายจ้างญี่ปุ่นต้องการตนมากแค่ไหน พร้อมๆ กับที่นายจ้างรู้ว่าลูกจ้างต้องการงานมากเพียงไร ถ้ามองในระดับโลก โลกมีแรงงานด้อยฝีมือเหลือเฟือ การขาดแคลนแรงงานเกิดในกลุ่มประเทศพัฒนาเป็นหลัก โดยรวมแล้วแรงงานยังล้นโลก แต่แรงงานมหาศาลดังกล่าวใช่ว่ามีคุณสมบัติเหมาะสม ที่ควรตระหนักคือคุณสมบัติที่ว่าไม่ใช่เรื่องการศึกษาสูงเสมอไป แต่เป็นแรงงานที่มีคุณสมบัติตามที่นายจ้างต้องการ
ในกรณีญี่ปุ่น ระบบการคัดกรองพยาบาล ผู้ดูแลคนสูงวัยจะดำเนินต่อไป พร้อมกับการปรับตัวของสังคมญี่ปุ่น เลือดเชื้อชาตินิยมน่าจะลดน้อยลง
7 มกราคม 2018
ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 22 ฉบับที่ 7729 วันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม พ.ศ.2561)
------------------------
ประชาสัมพันธ์ :
จองโรงแรมที่พักกับ Booking.com
728*90
พูดคุยติดตามข่าวสารสำคัญ ผ่าน Line ID: @7chanchai
บรรณานุกรม :
1. Abuses still abound in labor-strapped Japan’s foreign ‘trainee’ worker system. (2018, January, 2). The Japan Times. Retrieved from https://www.japantimes.co.jp/news/2018/01/02/national/abuses-still-abound-labor-strapped-japans-foreign-trainee-worker-system/#.WktwLFWWbZ4
2. Japan’s need for foreign labor to get dire as 2050 nears. (2017, December, 31). The Japan Times. Retrieved from https://www.japantimes.co.jp/news/2017/12/31/national/japans-need-foreign-labor-get-dire-2050-nears/#.WkmvqlWWbZ4
3. Japan’s struggling nursing care sector pins hopes on revised foreign trainee program. (2017, December 21). The Japan Times. Retrieved from https://www.japantimes.co.jp/news/2017/12/21/national/japans-struggling-nursing-care-sector-pins-hopes-revised-foreign-trainee-program/#.Wjxlt1WWbZ4
4. Yuko, Hirano. (2017, February 13). Foreign Care Workers in Japan: A Policy Without a Vision. Nippon Communications Foundation. Retrieved from https://www.nippon.com/en/currents/d00288/
-----------------------------

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ออกกำลังกาย เพื่ออายุยืนยาวและเป็นสุข

สถานการณ์การออกกำลังกายโลกไม่ดีขึ้น เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง องค์การอนามัยจึงออกโรงเตือนอีกครั้ง บางบริษัท สถานศึกษาบางแห่งมีกิจกรรมออกกำลังกายทุกวัน เป็นตัวอย่างที่ดี

ทุกวันนี้ผู้ใหญ่กว่า 1,400 ล้านคนทั่วโลกเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังร้ายแรงเพราะใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย ออกกำลังน้อย เมื่อป่วยแล้วจะส่งผลต่อสุขภาพจิต คุณภาพชีวิตแย่ลง ไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นการออกกำลังกายแบบไม่ใช้แรงมาก เช่น เดินเร็ว (brisk walking) ว่ายน้ำ และออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 75 นาทีถ้าเป็นแบบใช้แรงมาก เช่น วิ่ง กีฬาที่เล่นเป็นทีม งานวิจัยที่สำรวจ 168 ประเทศพบว่า แม้หลายปีที่ผ่านมาหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรส่งเสริมสุขภาพต่างๆ พยายามชี้ชวนให้คนออกกำลังกาย แต่สถานการณ์โดยรวมไม่ดีขึ้น คนส่วนใหญ่ยังใช้แรงหรือมีกิจกรรมทางกายในระดับเท่าสมัยปี 2001 ประชากรราว 1,400 ล้านคน (27.5 เปอร์เซ็นต์ อายุ 18 ปีขึ้นไป) หรือราว 1 ใน 4 ของโลกจึงอยู่ในภาวะออกกำลังกายน้อยเกินไป องค์การอนามัยโลกมีเป้าหมายลดจำนวนผู้ออกกำลังกายน้อยได้ให้ร้อยละ 1…

อีโบลาระบาดจริงอีกครั้งที่คองโก

รัฐบาลคองโกประกาศภัยเชื้ออีโบลาระบาด พบผู้เสียชีวิตใกล้ 40 รายแล้ว ข่าวดีคือองค์การอนามัยโลกให้ความช่วยเหลือใกล้ชิด มีวัคซีนป้องกันโรค แต่เขตระบาดอยู่ในพื้นที่สงครามยากต่อการควบคุม

กระทรวงสาธารณสุขประเทศคองโกแถลงเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมว่ามีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus) เพิ่มอีก 2 ราย รวมแล้วการระบาดรอบใหม่พบผู้เสียชีวิตแล้ว 36 ราย
ล่าสุด ข้อมูลเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 105 รายแล้ว แม้จะมีระบบควบคุมกักกันโรค ให้วัคซีนวันละ 400-600 ราย ที่แย่ที่สุดคือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดเชื้อด้วย

องค์การอนามัยโลกแถลงว่าสายพันธุ์ที่ระบาดเป็นสายพันธุ์รุนแรงที่สุด อัตราเสียชีวิตสูงสุด ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ดีที่เป็นสายพันธุ์เดิมที่มีวัคซีนป้องกัน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ระบาดอยู่ในแถบภาคเหนือเขตไม่สงบ มีการปะทะกันด้วยอาวุธสงครามของกองกำลังต่างๆ เป็นอีกสาเหตุที่การควบคุมโรคยากลำบากขึ้นมาก อะไรคือโรคอีโบลา : โรคอีโบลา (Ebola virus disease หรือ EVD) คือโรคติดเชื้อไวรัสเฉียบพลันชนิดหนึ่ง ยังไม่มียารักษา ผู้ป่วยมีอัตราเสียชีวิตสูง ผู้ติดเชื้อจะเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายหวัดหลายอย่าง …

เด็กติดเกมติดเน็ต ควรแก้ที่เด็กหรือผู้ใหญ่

สังคมกังวลเมื่อเด็กติดเกมติดเน็ตมากขึ้นทุกที พ่อแม่หลายคนห่วงลูกที่ผลการเรียนแย่ลง กรณีร้ายแรงคือกลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน ควบคุมตัวเองไม่ได้ คำถามคือใครที่ทำให้เด็กติดเกมติดเน็ต

รายงานกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นล่าสุดระบุว่านักเรียนมัธยมต้นกับมัธยมปลายทุก 1 ใน 7 คนกำลังเผชิญปัญหาจากการติดอินเทอร์เน็ต (Internet addiction)สถิตินี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กเหล่านี้ไม่สนใจเรียนหนังสือ ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เป็นข้อมูลสำรวจเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2017 พบว่าเด็กนักเรียนญี่ปุ่นราว 930,000 คนติดเกมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ในขณะที่เมื่อ 5 ปีก่อนมีเพียง 400,000 รายเท่านั้น  โรคติดอินเทอร์เน็ต : โรคติดอินเทอร์เน็ตหรือ Internet Addiction Disorder (IAD) เป็นการ “เสพติด” (an addiction) คือยิ่งเล่นยิ่งอยากเล่นต่อ สูญเสียการควบคุมตัวเอง ระบบประสาทและสมองผิดปกติ การติดเน็ตรวมทุกกิจกรรมที่ทำผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น การท่องเว็บ ดูหนังโป๊ คุยในห้องแชท ส่งข้อความไปมา เล่นเกมในเน็ต ฯลฯ อาจเป็นการใช้เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ โรคติดอินเทอร์เน็ต ไม่เพียงทำลายสุขภาพผู้เล่นอินเทอร์เน็ต ทำให้ระบบประสาท…