วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560

จีนกำลังเคลื่อนตัวสู่สังคมไร้เงินสด

8 ตุลาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
            ประเทศจีนกำลังเคลื่อนตัวสู่สังคมไร้เงินสด (cashless society) นับวันคนจีนใช้เงินสดซื้อของน้อยลง จะจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน (application) บนโทรศัพท์มือถือ

            ขอเพียงมีโทรศัพท์มือถือก็สามารถใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สามารถเดินทางไปไหนมาไหนทั้งโดยรถโดยสารประจำทางกับรถไฟใต้ดิน ใช้จ่ายซื้อของกินของใช้ แม้กระทั่งบริจาคเงินให้วัดหรือให้นักแสดงข้างถนน
            นับวันคนจีนจะถือเงินสดน้อยลง ในเวลาเพียง 4 ปี ตัวเลขใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้น 20 เท่า หรือเท่ากับ 2.9 ล้านล้านหยวน ผู้อาศัยในกรุงปักกิ่งคนหนึ่งทำการทดสอบกับตัวเอง ติดธนบัตร 100 หยวนในกระเป๋า ผ่านไป 1 เดือนปรากฏว่าเงินยังอยู่ครบเท่าเดิม
นับวันจีนจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ธนบัตรกับวิธีชำระเงินแบบเดิม (เช่น บัตรเครดิต) จะยังคงเหลือใช้อยู่บ้าง

จีนกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว :
            สหรัฐฯ ใช้อินเทอร์เน็ตมาแล้ว 42 ปี ระบบพัฒนาก้าวไกลมาก ชาวอเมริกันคุ้นชิน ส่วนจีนใช้อินเทอร์เน็ตมาแล้ว 28 ปี ไม่อาจสู้สหรัฐฯ เรื่องความก้าวหน้าของระบบ แต่สังคมจีนกำลังนิยมและเรียนรู้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีผู้ใช้ถึง 710 ล้านคน เท่ากับผู้ใช้ของอินเดียกับสหรัฐฯ 2 ประเทศรวมกัน
ปี 2016 จีนมีประชากร 1,380 ล้านคน เท่ากับว่ายังมีคนจีนอีกนับร้อยล้านที่จะเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในอนาคต ในขณะที่สหรัฐฯ อิ่มตัวแล้ว

            จำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น คุณค่าของการใช้ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) เป็นแรงกระตุ้นให้บริษัทจำนวนมากมายทุ่มเทพัฒนาเทคโนโลยีกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การส่งเสริม เปิดกว้างแก่บริษัทต่างๆ ตามนโยบายรัฐบาล ก่อให้เกิดการแข่งขัน เกิดนวัตกรรมไม่สิ้นสุด

            ปัจจุบันจีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก นักวิชาการหลายคนคิดว่าอีกไม่นานจะแซงสหรัฐฯ เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเป็นอีกปัจจัยส่งเสริมเศรษฐกิจจีน
การใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ QR codes การสแกนใบหน้า คือส่วนหนึ่งของอนาคต
            ควบคู่กันนี้คือการวางระบบควบคุม ซึ่งจะเข้มข้นขึ้น มีมาตรฐานสูงขึ้น จนเทียบเท่าสากลในที่สุด มาตรฐานเหล่านี้เป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจดิจิทัล
ในอนาคตระบบการชำระเงินผ่านดิจิทัลจะมีเสถียรภาพสูง มีมาตรฐานเดียวกัน

ใครไปถึงก่อนได้ใช้ประโยชน์ก่อน :
            ควบคู่กับการเติบโตภายในประเทศ การแข่งขันจากต่างประเทศเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จีนกำลังอยู่ในสภาพการณ์เช่นนี้เหมือนกัน
            บริษัทสหรัฐฯ กำลังคิดหาทางทำกิจการอี-เพย์เม้นท์ (e-Payment) ในจีน PayPal ของสหรัฐฯ หวังให้ชาติต่างๆ (ที่ไม่ใช่จีน) ใช้ระบบของตนเมื่อต้องการซื้อสินค้าในอี-มาเก็ตของจีน
            เหตุเนื่องจากในปี 2016 บริษัท PayPal ค้นพบว่าสมาชิกอเมริกันกับอังกฤษของตนถึง 1 ใน 3 ซื้อสินค้าในเว็บไซต์จีน PayPal จึงทำสัญญากับบริษัท Baidu ของจีน เพื่อให้สมาชิกสามารถซื้อสินค้าเว็บไซต์จีนผ่านระบบ PayPal แต่ยังไม่เป็นที่นิยมนัก

            ในประเทศที่นิยมใช้จ่ายผ่านระบบอี-เพย์เม้นท์ การพูดถึงสังคมไร้เงินสดไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ประเทศจีนกำลังเป็นตัวอย่างของสังคมไร้เงินสด เห็นถึงการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล นี่คือทิศทางของเศรษฐกิจโลก ใครไปถึงก่อนได้ใช้ประโยชน์ก่อน ไม่ต่างจากการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ที่ใครใช้เป็นก่อนได้ประโยชน์ก่อน
            คำถามจึงไม่อยู่ที่ควรใช้หรือไม่ แต่อยู่ที่ได้ศึกษาแล้วหรือยัง เตรียมตัวเตรียมใจที่จะใช้และใช้มากขึ้นหรือไม่
-----------------------





บรรณานุกรม:
1. China’s Internet economy younger, more vibrant than US. (2017, September 14). Global Time. Retrieved from http://www.globaltimes.cn/content/1066309.shtml
2. PayPal seeking a place beside Alipay and WeChat in China’s booming online payment market. (2017, September 7). South China Moring Post. Retrieved from http://www.scmp.com/tech/china-tech/article/2110055/paypal-seeking-place-beside-alipay-and-wechat-chinas-booming-online
3. People's Daily Comments: QR code, face scan…and more easier payment methods to expect. (2017, September 14). People’s Daily. Retrieved from http://en.people.cn/n3/2017/0914/c90000-9268719.html
-----------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น