ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กินหวานทำให้เศร้าและเครียด

การกินหวาน (อาหาร เครื่องดื่มที่มีรสหวาน) สัมพันธ์กับอาการซึมเศร้า
            นักวิจัยจาก UCL Institute of Epidemiology & Health ชี้ว่าการกินหวาน (อาหาร เครื่องดื่มที่มีรสหวาน) สัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าในคนหลายกลุ่ม จึงทำการศึกษาต่อยอด พบว่าผู้ชายที่ชอบกินหวานมีโอกาสเกิดอาการซึมเศร้าหรือเครียดกังวลเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 23 หลังจากกินหวานอย่างน้อย 5 ปี
ด้วยเหตุนี้จึงแนะนำว่าสุขภาพจิตน่าจะดีขึ้นหากกินน้ำตาลให้น้อยลง
            ชายที่เสี่ยงคือผู้ที่กินน้ำตาลมากกว่าวันละ 67 กรัม คนเหล่านี้มีโอกาสเกิดอาการทางจิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับชายที่กินน้ำตาลน้อยกว่า 39.5 กรัมต่อวัน
            น้ำตาล 1 ช้อนชาหนัก 4 กรัม ดังนั้น น้ำตาล 67 กรัมเท่ากับเกือบ 17 ช้อนชา

            อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางคนไม่เห็นด้วย เพราะ “น้ำตาล” ไม่ต่างจากคาร์โบไฮเดรตในอาหารอื่นๆ (ทำไมกินแป้งมากไม่มีผลต่อภาวะทางจิต) และสงสัยว่าทำไมจึงมีผลกับชายเท่านั้น ไม่มีผลกับหญิง
            สำหรับคนไทย เป็นที่รู้กันว่าคนไทยหลายคนนิยมกินอาหารรสหวาน บางคนมีพฤติกรรมกินของหวานเป็นประจำ บางคนชอบเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด มีงานวิจัยพบว่าคนไทยบริโภคน้ำตาล "สูงมาก" คือมากกว่า 20 ช้อนชาต่อวัน ทั้ง ๆ ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้รับประทานเพียง 6 ช้อนชาต่อวันเท่านั้น
            ไม่ว่าจะมีผลต่อทางจิตใจหรือไม่ ที่ยอมรับกันมากคือ การกินหวานไม่ดีต่อฟัน และอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม หากกินน้ำตาลมากเกินความจำเป็น น้ำตาลส่วนเกินจะถูกเก็บไว้ที่กล้ามเนื้อและเปลี่ยนเป็นไขมัน ไขมันส่วนเกินจะสะสมตามกล้ามเนื้อและพุง ดังนั้นการกินหวานจึงเป็นสาเหตุของโรคอ้วนลงพุง และเบาหวาน
            เป็นการดีที่จะเตือนตัวเองทุกครั้งเมื่อจะกินหรือดื่มอะไรหวานๆ
8 สิงหาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
-------------------
บรรณานุกรม:
1. สสส. (2558, มีนาคม 2). เปลี่ยนชีวิตติดน้ำตาล หวานให้พอดีที่ 4 กรัม. Retrieved from http://www.thaihealth.or.th/Content/27610-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5%20%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%204%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1.html
2. British Soft Drinks Association. (2017, July 27). British Dietetic Association dismiss claims that sugar consumption is linked to depression. Retrieved from http://www.britishsoftdrinks.com/Press-releases-/british-dietetic-association-dismiss-claims-that-sugar-consumption-is-linked-to-depression-
3. Knüppel, Anika., Shipley, Martin J. Llewellyn, Clare H., & Brunner, Eric J. (2017, July 27). Sugar intake from sweet food and beverages, common mental disorder and depression: prospective findings from the Whitehall II study. Nature. Retrieved from https://www.nature.com/articles/s41598-017-05649-7
4. Sugar Potentially Linked To Mental Health Issues In New Study. (2017, July 28). The Huffpost. Retrieved from http://www.huffingtonpost.ca/2017/07/28/sugar-mental-health_a_23054024/#provider_moreover
-----------------------------

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทุจริตคอร์รัปชัน ภัยร้ายของประชาคมโลก

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เพิ่งออกรายงานผลสำรวจการชี้วัดเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นทั่วโลกฉบับปี 2013 (Global Corruption Barometer 2013) ชี้ว่า ‘คอร์รัปชันในปัจจุบันแฝงตัวอยู่ร่วมกับระบอบประชาธิปไตย อยู่ในกระบวนการยุติธรรมหลายประเทศ ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในพรรคการเมือง สถาบันตุลาการ ตำรวจ และอีกหลายสถาบัน’
สถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันทั่วโลก             ผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งประกอบด้วยประชาชนกลุ่มต่างๆ ทั่วโลกร้อยละ 53 เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับสองปีก่อน ร้อยละ 29 เห็นว่าเท่าเดิม ส่วนร้อยละ 18 เห็นว่าลดลง (อนึ่ง การสำรวจนี้กระทำกับคนทั่วโลก สถานการณ์บางประเทศอาจดีขึ้น บางประเทศอาจแย่ลง และขึ้นกับความเห็นส่วนบุคคล) ประเทศที่สถานการณ์แย่ลงมากคือ แอลจีเรีย เลบานอน โปรตุเกส ตูนิเซีย วานูอาตู (Vanuatu) และซิมบับเว ประเทศที่เห็นว่าดีขึ้นคือ เบลเยียม กัมพูชา จอร์เจีย รวันดา เซอร์เบีย และไต้หวัน ประเทศเหล่านี้ผู้ตอบแบบสอบถามกว่าสองในสามเห็นว่าแย่ลงหรือดีขึ้น             ในด้านความร้ายแรงของปัญหา ผู้คนทั่วโลกเห็นว่าคอร์รัปชันเป็นปัญหาร้ายแรง …

สถานการณ์โลกดิจิทัล (ฉบับวันที่ 1 ถึง 17 มกราคม 2018)

1. เวเนซุเอลาประกาศสร้างสกุลเงินดิจิทัลของประเทศ รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศจะสร้างเงินดิจิทัลของตนเอง สกัดการกีดกันเงินดอลลาร์จากสหรัฐฯ ประธานาธิบดี Nicolas Maduro กล่าวว่าเงินสกุลดังกล่าวชื่อ “Petro” รัฐบาลจะใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ทองคำ เพชรที่มีอยู่เป็นทุนสำรองสกุลดังกล่าว (Venezuela to make digital currency amid financing crisis. (2017, December 4). Inquirer/AFP. Retrieved from http://business.inquirer.net/241930/venezuela-make-digital-currency-amid-financing-crisis) ประกาศว่าเป็นการเริ่มสกุลเงินรูปแบบใหม่ของโลก             วิเคราะห์ : เป็นความพยายามของรัฐบาลที่กำลังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรง ไม่ว่าจะที่สุดแล้วจะทำได้จริงหรือไม่ เป็นแนวคิดใหม่ที่ท้าทายระบบการเงินโลก หรืออาจมองวว่าเป็นวิธีขายหุ้นประเทศรูปแบบหนึ่ง เสนอขายกระจายแก่โลก             ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรน่าติดตาม 2. ความผันผวนของ Ripple (XRP) เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มกราคม ในการซื้อขายเพียง 2 วัน ค่าเงินดิจิทัล Ripple (XRP) ลดลงร้อยละ 26 อยู่ที่ 2.83 หลังปฏิเสธข่าวเพิ่มจำนวนเหรียญ Ripple เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดรองจาก…

สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์กับพลังงานแสงอาทิตย์

โลกอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนระบบพลังงาน :             ในอดีตโลกบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นพลังงานหลัก เคยเป็นยุคทองของโอเปก (Organization of Petroleum Exporting Countries: OPEC) ต่อมาการใช้ก๊าซธรรมชาติสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อระบบพลังงานอยู่ระยะหนึ่ง แต่ระบบพลังงานโลกไม่หยุดอยู่เท่านี้ พลังงานทางเลือกหลายตัวกำลังก้าวขึ้นมา นำโลกสู่ยุคการปรับเปลี่ยนระบบพลังงานอีกครั้ง             ปัจจัยตัดสินสำคัญคือ การลงทุนเพื่อค้นหาและขุดเจาะน้ำมันจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ จะทรงตัวหรือจะถดถอย นักวิชาการคิดว่าหากกำลังการผลิตลดลง ต้นทุนการกลั่นจะสูงขึ้น ราคาน้ำมันถีบตัวสูงขึ้น ยิ่งแข่งขันกับพลังงานอื่นๆ ไม่ได้             การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น แพร่หลายมากขึ้น เป็นอีกประเด็นที่ต้องเอ่ยถึง เพราะส่งผลต่อตลาดพลังงานอื่นๆ ครั้งหนึ่งถ่านหินคือเจ้าแห่งพลังงาน ต่อมาเป็นน้ำมัน จากนี้ไปไฟฟ้าคือเจ้าแห่งพลังงาน
พลังงานไฟฟ้ามีจุดเด่นคือสามารถผลิตจากพลังงานอื่นๆ แทบทุกชนิด เท่ากับเป็นพลังงานที่ใช้ไม่มีวันหมด (ต่างจากน้ำมันเชื้อเพลิง ถ่านหิน ยูเรเนียมที่มีวันหมด) การใช้แพร่หลายมากขึ้นทั้งระดับครัวเรือนกับอุตสาหกรรม และที่กำลังจะ…