ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

“City Carshare” อีกรูปแบบขององค์กรภาคประชาชน

“City Carshare” คือสมาชิกใช้รถร่วมกันโดยรถที่โครงการจัดให้ ผู้ใช้เสียค่าบริการโดยคิดตามระยะทางกับชั่วโมงใช้งาน (คล้ายเช่ารถแท็กซี่ขับเอง) รถที่เลือกใช้มักเป็นพวกประหยัดเชื้อเพลิง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

            เมื่อเอ่ยถึงองค์กรภาคประชาชน (NGOs) บางคนอาจคิดถึงกลุ่มเคลื่อนไหวการเมือง กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่อต้านคอร์รัปชัน บางคนอาจคิดถึงใบหน้าชาวชนบทที่นั่งประท้วงรัฐบาล ถ้าพูดกลุ่มระดับโลก อาจนึกถึงสภากาชาด (Red Cross) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) กรีนพีซ (Greenpeace)
กลุ่มระดับชาติที่เป็นตัวอย่างน่าสรรเสริญคือ กลุ่มเกาหลีใต้ที่ต่อสู้เพื่อหญิงบำเรอ (comfort women) การต่อสู้เพื่อหญิงเคราะห์ร้ายเหล่านี้เริ่มจากการเคลื่อนไหวขององค์กรภาคประชาชนจนสามารถผลักดันเป็นประเด็นระดับชาติ กลายเป็นหัวข้อที่นักการเมืองต้องเอ่ยถึง มีนโยบายสนับสนุน จนในที่สุดเกิดการเจรจาระหว่างรัฐบาลเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ในช่วงแรกรัฐบาลญี่ปุ่นปฏิเสธว่ากองทัพไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดหาหญิงบำเรอโดยตรง แต่แล้วก็ต้องยอมรับว่ากองทัพมีส่วนเกี่ยวข้อง
            องค์กรภาคประชาชนที่มีผลงานก็มาก เป็นกำลังใจแก่กลุ่มอื่นๆ
“City Carshare”:
“City Carshare” เป็นอีกตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยประชาชนคนธรรมดา จุดเริ่มโครงการอยู่ในย่านอ่าวซานฟรานซิสโก (San Francisco Bay) บริหารโดยองค์กรภาคประชาชนที่ไม่หวังผลกำไร
แนวคิดดั้งเดิมคือสหกรณ์รถยนต์ รถที่สมาชิกสหกรณ์ร่วมกันเป็นเจ้าของ ผู้ใช้เสียค่าบริการตามปริมาณการใช้
ลักษณะโครงการ “City Carshare” คือสมาชิกใช้รถร่วมกันโดยรถที่โครงการจัดให้ ผู้ใช้เสียค่าบริการโดยคิดตามระยะทางกับชั่วโมงใช้งาน (คล้ายเช่ารถแท็กซี่ขับเอง) รถที่เลือกใช้มักเป็นพวกประหยัดเชื้อเพลิง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการช่วยลดปริมาณรถบนท้องถนน ลดการใช้น้ำมันและลดมลพิษ หลายคนเลิกใช้รถส่วนตัวและหันมาใช้รถส่วนกลางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
            โครงการให้แนวคิดว่าการมีรถส่วนตัวต้องจ่ายเงินซื้อรถก้อนโต จะดีไหมหากเปลี่ยนเป็นการเช่ารถเมื่อต้องการ ช่วยประหยัดเงินก้อนโต สามารถเลือกใช้รถใหญ่หรือเล็กได้ตามความต้องการ โครงการมีรถหลายประเภทไว้คอยให้บริการ
ทีมบริหาร “City Carshare” ทุกคนมีจิตสาธารณะ บางคนเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บางคนให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจท้องถิ่น ในด้านการเมืองมีความคิดเห็นหลากหลาย แต่ทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกันต่อ “City Carshare”

เมื่อเริ่มโครงการมีรถเช่า 1 คัน สมาชิก 5 คนร่วมกันใช้ ไม่นานกลายเป็นรถ 5 คัน สมาชิก 50 คน จากผู้เริ่มต้นไม่กี่คน สมาชิกมาช่วยกันทำงาน กลายเป็นการจ้างพนักงานเต็มเวลา รถทุกคันมีประกันภัย มีโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง จากสมาชิก 850 คนกลายเป็นหลายหมื่นคนในเวลาไม่กี่ปี
ในระยะแรกคนต้องการใช้รถมีมากเหลือเฟือ งานหลายอย่างเป็นลักษณะทำไปเรียนรู้ไป ระบบงานค่อยๆ พัฒนากลายเป็นมืออาชีพมากกว่าพวกสมัครเล่น เรียนรู้ว่ารถแต่ละคันจะต้องมีรายได้ต่อวันต่อเดือนเท่าไรจึงจะคุ้มทุน นับวันแผนของโครงการจะใหญ่ขึ้นและซับซ้อนขึ้นทุกที
จากโครงการที่คิดอย่างเรียบง่ายว่าคือการใช้ร่วม สู่การพัฒนา “ผลิตภัณฑ์” ใหม่ๆ เช่น สามารถเช่ายืมระยะยาว สมาชิกบางคนเช่ารถโครงการเพื่อเป็นรถรับส่งเหมือนแท็กซี่ แม้วิธีแตกต่างจากเดิมบ้าง แต่คงไว้ซึ่งอุดมการณ์ดั้งเดิม จำนวนคนที่ได้ประโยชน์มีมากขึ้น หลากหลายมากขึ้น ช่วยคนมีงานทำ

เมื่อมองย้อนหลัง ปัจจัยส่งเสริมให้โครงการประสบความสำเร็จ เริ่มจากการเข้าใจความสำคัญของรถ ปัญหาการใช้รถในเมือง หลายคนอยากมีรถแต่รายได้ไม่พอ หลายคนใช้รถวันละเพียง 2-3 ชั่วโมงกลายเป็นความสูญเปล่า ประเด็นเหล่านี้เป็นที่เข้าใจกันดีและเป็นปัญหากับหลายคน “City Carshare” ตอบโจทย์เหล่านั้น
คุณค่าทางสังคมเป็นอีกประเด็นที่องค์กรภาคประชาชนให้ความสำคัญ ทุกสิ่งที่ “City Carshare” ทำจะตั้งอยู่บนหลักการช่วยให้สังคมดีขึ้นกว่าเดิม
ความสำเร็จของโครงการกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดองค์กรภาคประชาชนลักษณะนี้อีกหลายแห่ง บริษัทเอกชนเข้ามาประกอบกิจการใช้รถร่วมกัน บางแห่งกลายเป็นกิจการขนาดใหญ่

มีผู้ศึกษาพบว่าในช่วง 2 ปีแรกของโครงการ ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เช่ารถเพียงเดือนละครั้ง รองมาคือสัปดาห์ละครั้ง ข้อมูลนี้ชี้ว่าตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตอบโจทย์คนใช้รถน้อย วัตถุประสงค์การเช่าส่วนใหญ่คือไปร้านขายของ รองมาคือไปทำธุระส่วนตัว ลูกค้าครึ่งหนึ่งตอบว่ามักใช้บริการซ้ำ ค่าบริการโดยเฉลี่ยถูกกว่ารถแท็กซี่และบริการรถเช่าเอกชน ช่วยหลายคนเลื่อนการซื้อรถหรือคิดจะมีรถของตัวเอง

ปัจจุบัน “City Carshare” กลายเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยที่ใหญ่กว่าชื่อว่า “Getaround
ข้อคิดที่ได้จาก “Getaround” คือปัจจุบันสหรัฐมีรถยนต์ทั้งสิ้น 250 ล้านคัน จากจำนวนประชากร 324 ล้านคน (ข้อมูลปี 2016) รถส่วนใหญ่อยู่ในสภาพจอดทิ้งไว้ คือ จอดทิ้งวันละ 22 ชั่วโมง เป็นความสิ้นเปลืองทั้งระดับบุคคลกับประเทศ จะดีกว่าไหมหากรถ 1 คันสามารถแบ่งกันใช้หลายคน ช่วยทุกคนประหยัด
Getaround” จึงวางระบบว่าเจ้าของรถสามารถนำรถเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ผู้อื่นเช่ายืมชั่วคราว ให้เหตุผลจูงใจว่ารถส่วนใหญ่จะต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุงปีละ 8,000 ดอลลาร์ หากเข้าร่วมโครงการจะมีรายได้ 800 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 9,600 ดอลลาร์ต่อปี มากกว่าค่าบำรุงที่ต้องจ่ายรายปี การมีรถร่วมใช้ 1 คันจะช่วยลดจำนวนรถได้ถึง 10 คัน รถทุกคันที่เข้าร่วมจะมีประกันภัยรถยนต์ ติดตั้ง GPS เพื่อกันขโมย

ความสำเร็จของ “City Carshare” เป็นอีกพลังใจแก่องค์กรภาคประชาชนอื่นๆ ที่ทำในลักษณะเดียวกันหรือเคลื่อนไหวด้านอื่นๆ และเป็นประโยชน์แม้ผันตัวกลายเป็นธุรกิจเอกชน

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แรงกดดันเรื่องค่าใช้จ่าย แม้กระทั่งเรื่องที่จอดรถ เอื้อประโยชน์ต่อแนวคิด “City Carshare” ในอนาคตเมื่อรถสามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติ จะมีผู้ใช้บริการมากขึ้น เพราะไม่จำต้องมีความชำนาญในการขับขี่ก็สามารถใช้ได้ เมืองที่แออัดมากจนที่จอดรถกลายของหายาก บางแห่งเจ้าของรถต้องเช่าพื้นที่จอดรถรายเดือน การใช้รถร่วมช่วยได้ อนาคตเมื่อคนทำงานกับบ้านมากขึ้น เดินทางน้อยลง การใช้รถร่วมย่อมดีกว่าการซื้อรถแล้วจอดทิ้งไว้เฉยๆ

สร้างชุมชนต้นแบบ :
Gabriel Metcalf เห็นว่าการแก้ปัญหาของสังคมทำได้ด้วยการ “สร้างชุมชนต้นแบบ” ที่เป็นแบบอย่าง ให้คนเข้ามาชม มาสัมผัสเรียนรู้ อีกทั้งตัวชุมชนต้นแบบต้องปรับปรุงพัฒนาให้ดีกว่าเดิมตลอดเวลา หากชุมชนต้นแบบดีจริง ชุมชนอื่นจะเลียนแบบ และที่สุดแล้วคือสร้างสังคมใหม่ทั้งประเทศ

            แนวคิดสร้างชุมชนทางเลือกไม่ใช่ของใหม่ มีผู้ใช้แนวคิดนี้ตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน (หรือนานกว่านั้น)
การสร้างชุมชนต้นแบบไม่ได้หมายถึงต้องรื้อใหม่หมด สร้างทั้งชุมชนให้แตกต่างจากเดิม ส่วนใหญ่จะเป็นความร่วมมือเฉพาะด้าน เช่น ความร่วมมือของผู้บริโภค ความร่วมมือด้านอาหาร คลินิกชุมนุม สื่อทางเลือก แม้กระทั่งสกุลเงินท้องถิ่น (local currencies)
รากฐานของ โครงการ “City Carshare” มาจากแนวคิดสร้างชุมชนต้นแบบนั่นเอง

การเรียนรู้ของภาคประชาชน :
องค์กรภาคประชาชน (NGOs) มักเริ่มต้นจากความต้องการของบางคนบางกลุ่มที่ได้รับแรงบันดาลใจให้ทำบางอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม บ่อยครั้งเริ่มต้นจากตัวคนเดียว อาศัยความรู้และประสบการณ์ของตนเอง
            ความที่เริ่มจากตัวคนเดียวจึงมักไม่ค่อยมีทรัพยากร (เว้นแต่บุคคลผู้นั้นเป็นเศรษฐี อย่างบิล เกตส์ (Bill Gates) วอร์เร็น บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)) การขับเคลื่อนจึงดำเนินไปอย่างช้าๆ หากได้คนร่วมอุดมการณ์มากขึ้น มีทุนมากขึ้นก็จะขับเคลื่อนไหลลื่นความเดิม

“City Carshare” แต่แรกเริ่มไม่ได้หวังกำไร ขอเพียงไม่ขาดทุน เพราะหวัง “ประโยชน์” ด้านสังคม ไม่ได้มุ่งหากำไร แต่เมื่อดำเนินการก็ค้นพบความจริงว่าเงินทุนไม่เพียงพอ มีความจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มหลายด้าน เห็นความสำคัญของจุดคุ้มทุน ประสิทธิภาพ จึงพัฒนากลายเป็น “มืออาชีพ” โดยคงความเป็นองค์กรภาคประชาชน คงอุดมการณ์ดั้งเดิม

ในยุคนี้ การขับเคลื่อนขององค์กรภาคประชาชนหนีไม่พ้นเรื่องการใช้ทรัพยากร เรื่องประสิทธิภาพ หากต้องการเป็นองค์กรใหญ่ ต้องการขับเคลื่อนอย่างมีพลัง หนีไม่พ้นความเป็นมืออาชีพ (เช่น มีทีมงานที่เป็นนักบัญชี เป็นทนายความมีฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ นักวางแผนผู้ช่ำชอง) ไม่ควรใช้แรงงานไร้ฝีมือมาทำงานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ หรือมีความรู้ด้านหนึ่งแต่ต้องไปทำงานอีกสายหนึ่ง

เรื่องทรัพยากรก็เช่นกัน เป็นเรื่องดีหากมีผู้สนับสนุนเงินทุน แต่จะดีกว่าถ้าองค์กรอยู่ได้ด้วยตัวเอง มีแผนกหาทุน แผนกสร้างรายได้ การมีรายได้มหาศาลไม่เป็นเหตุทำให้อุดมการณ์หดหายเสมอไป ต้องเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ สร้างองค์กรภาคประชาชนที่มีรายได้ มีกำไร และใช้ทรัพยากรเหล่านี้เพื่ออุดมการณ์ตนเอง
หากผู้ก่อตั้งองค์กรไม่ถนัดการหาเงิน ควรหาทีมงานที่เป็นมืออาชีพด้านนี้

จะดีกว่าไหม หากตัวเราผู้มีอุดมการณ์ 1 คน สามารถหาเงินสนับสนุนให้ผู้มีอุดมการณ์อีก 10 คนหรือ 100 คนทำงานโดยไม่ติดขัดด้วยคำว่า “ขาดงบประมาณ”
ขั้นต่ำที่สุด หากมีรายได้มากขึ้น มีทุนมากขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์ ช่วยให้การทำงานจะไหลลื่นกว่าเดิม
27 สิงหาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7597 วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2560)
-----------------------
บรรณานุกรม:
1. Bang-Soon Yoon. (2004). Imperial Japan’s “Military Comfort Women” and NGO Activism in South Korea. Prepared for delivery at the Second World Congress of Korean Studies, August 3-7, 2004. Retrieved from https://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=21&cad=rja&uact=8&ved=0CBsQFjAAOBRqFQoTCPfV16DJkMYCFQZOvAodeYsAnQ&url=http%3A%2F%2Fcongress.aks.ac.kr%2Fkorean%2Ffiles%2F2_1393919801.doc&ei=pi1-VffqLoac8QX5loLoCQ&usg=AFQjCNGnDFauuNnvRu-It4DZ087fHcOEmQ&bvm=bv.95515949,d.dGc
2. Cervero, Robert., Tsai, Yu-Hsin. (2003). San Francisco City CarShare. Retrieved from http://www.sustainablecitiesinstitute.org/Documents/SCI/Case_Study/Case%20Study%20-%20City%20Car%20Share%20San%20Francisco%20SF.pdf
3. City Carshare. (2017, February 17). Wikipedia. Retrieved from https://en.wikipedia.org/wiki/City_CarShare
4. City CarShare hands over on-demand auto rentals to Getaround. (2016, November 10). San Francisco Chronicle. Retrieved from http://www.sfchronicle.com/business/article/City-CarShare-hands-over-on-demand-auto-rentals-10605179.php
5. City CarShare Review. (2015, November 17). Review.com. Retrieved from http://www.reviews.com/car-sharing/city-carshare/
6. Getaround. (2017, February 17). Wikipedia. Retrieved from https://www.getaround.com/
7. Metcalf, Gabriel. (2015). Democratic by Design: How Carsharing, Co-ops, and Community Land Trusts Are Reinventing America. New York: St. Martin’s Press.
8. Seybolt, Peter J. (2009). Anti-Japanese War, 1937–1945. In Encyclopedia of Modern China (4 volume set, pp.36-40). USA: Charles Scribner’s Sons.
-----------------------------

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทุจริตคอร์รัปชัน ภัยร้ายของประชาคมโลก

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เพิ่งออกรายงานผลสำรวจการชี้วัดเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นทั่วโลกฉบับปี 2013 (Global Corruption Barometer 2013) ชี้ว่า ‘คอร์รัปชันในปัจจุบันแฝงตัวอยู่ร่วมกับระบอบประชาธิปไตย อยู่ในกระบวนการยุติธรรมหลายประเทศ ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในพรรคการเมือง สถาบันตุลาการ ตำรวจ และอีกหลายสถาบัน’
สถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันทั่วโลก             ผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งประกอบด้วยประชาชนกลุ่มต่างๆ ทั่วโลกร้อยละ 53 เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับสองปีก่อน ร้อยละ 29 เห็นว่าเท่าเดิม ส่วนร้อยละ 18 เห็นว่าลดลง (อนึ่ง การสำรวจนี้กระทำกับคนทั่วโลก สถานการณ์บางประเทศอาจดีขึ้น บางประเทศอาจแย่ลง และขึ้นกับความเห็นส่วนบุคคล) ประเทศที่สถานการณ์แย่ลงมากคือ แอลจีเรีย เลบานอน โปรตุเกส ตูนิเซีย วานูอาตู (Vanuatu) และซิมบับเว ประเทศที่เห็นว่าดีขึ้นคือ เบลเยียม กัมพูชา จอร์เจีย รวันดา เซอร์เบีย และไต้หวัน ประเทศเหล่านี้ผู้ตอบแบบสอบถามกว่าสองในสามเห็นว่าแย่ลงหรือดีขึ้น             ในด้านความร้ายแรงของปัญหา ผู้คนทั่วโลกเห็นว่าคอร์รัปชันเป็นปัญหาร้ายแรง …

สถานการณ์โลกดิจิทัล (ฉบับวันที่ 1 ถึง 17 มกราคม 2018)

1. เวเนซุเอลาประกาศสร้างสกุลเงินดิจิทัลของประเทศ รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศจะสร้างเงินดิจิทัลของตนเอง สกัดการกีดกันเงินดอลลาร์จากสหรัฐฯ ประธานาธิบดี Nicolas Maduro กล่าวว่าเงินสกุลดังกล่าวชื่อ “Petro” รัฐบาลจะใช้น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ทองคำ เพชรที่มีอยู่เป็นทุนสำรองสกุลดังกล่าว (Venezuela to make digital currency amid financing crisis. (2017, December 4). Inquirer/AFP. Retrieved from http://business.inquirer.net/241930/venezuela-make-digital-currency-amid-financing-crisis) ประกาศว่าเป็นการเริ่มสกุลเงินรูปแบบใหม่ของโลก             วิเคราะห์ : เป็นความพยายามของรัฐบาลที่กำลังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรง ไม่ว่าจะที่สุดแล้วจะทำได้จริงหรือไม่ เป็นแนวคิดใหม่ที่ท้าทายระบบการเงินโลก หรืออาจมองวว่าเป็นวิธีขายหุ้นประเทศรูปแบบหนึ่ง เสนอขายกระจายแก่โลก             ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรน่าติดตาม 2. ความผันผวนของ Ripple (XRP) เมื่อวันศุกร์ที่ 5 มกราคม ในการซื้อขายเพียง 2 วัน ค่าเงินดิจิทัล Ripple (XRP) ลดลงร้อยละ 26 อยู่ที่ 2.83 หลังปฏิเสธข่าวเพิ่มจำนวนเหรียญ Ripple เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดรองจาก…

สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์กับพลังงานแสงอาทิตย์

โลกอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนระบบพลังงาน :             ในอดีตโลกบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นพลังงานหลัก เคยเป็นยุคทองของโอเปก (Organization of Petroleum Exporting Countries: OPEC) ต่อมาการใช้ก๊าซธรรมชาติสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อระบบพลังงานอยู่ระยะหนึ่ง แต่ระบบพลังงานโลกไม่หยุดอยู่เท่านี้ พลังงานทางเลือกหลายตัวกำลังก้าวขึ้นมา นำโลกสู่ยุคการปรับเปลี่ยนระบบพลังงานอีกครั้ง             ปัจจัยตัดสินสำคัญคือ การลงทุนเพื่อค้นหาและขุดเจาะน้ำมันจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ จะทรงตัวหรือจะถดถอย นักวิชาการคิดว่าหากกำลังการผลิตลดลง ต้นทุนการกลั่นจะสูงขึ้น ราคาน้ำมันถีบตัวสูงขึ้น ยิ่งแข่งขันกับพลังงานอื่นๆ ไม่ได้             การใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น แพร่หลายมากขึ้น เป็นอีกประเด็นที่ต้องเอ่ยถึง เพราะส่งผลต่อตลาดพลังงานอื่นๆ ครั้งหนึ่งถ่านหินคือเจ้าแห่งพลังงาน ต่อมาเป็นน้ำมัน จากนี้ไปไฟฟ้าคือเจ้าแห่งพลังงาน
พลังงานไฟฟ้ามีจุดเด่นคือสามารถผลิตจากพลังงานอื่นๆ แทบทุกชนิด เท่ากับเป็นพลังงานที่ใช้ไม่มีวันหมด (ต่างจากน้ำมันเชื้อเพลิง ถ่านหิน ยูเรเนียมที่มีวันหมด) การใช้แพร่หลายมากขึ้นทั้งระดับครัวเรือนกับอุตสาหกรรม และที่กำลังจะ…