วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560

“สีโซลาร์” (Solar paint)

30 สิงหาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา

ทุกคนรู้จักพลังงานแสงอาทิตย์ การผลิตไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ ในอนาคตสีทาบ้านทารถจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ทุกบ้านทุกอาคาร รถทุกคันจะเรียกใช้ สีโซลาร์” (Solar paint)

ผลิตไฟฟ้าด้วย สีโซลาร์
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่นักวิจัยหลายกลุ่มศึกษา สีโซลาร์” (Solar paint) ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า สีโฟโตวอลเทอิก” (photovoltaic paint)
สีโซลาร์ดูภายนอกเหมือนสีทั่วไป ที่แตกต่างคือในสีมีโพลิเมอร์พิเศษที่สามารถนำไฟฟ้า (conductive polymers) มีสายกึ่งเหนี่ยวนำไฟฟ้า (semiconducting wires) ขนาดเล็กจิ๋ว สีนี้เมื่อทาที่ใดจะมีค่าเท่ากับติดแผงโซลาร์
สรุปง่ายๆ คือ เป็นแผงโซลาร์ที่อยู่ผสมอยู่ในสีทาบ้านนั่นเอง

ปัญหาของสีโซลาร์ไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนการผลิต หรือการผลิตที่ซับซ้อนต้องใช้เงินทุนสร้างโรงงานจำนวนมาก สีโซลาร์เท่าที่คิดค้นยังมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าต่ำ สู้แผงโซล่าเซลล์ทั่วไปไม่ได้ เป็นโจทย์ใหญ่ของนักวิจัยว่าทำอย่างไรจึงจะคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แต่หากสำเร็จจะสร้างคุณประโยชน์มหาศาล
นักวิชาการเชื่อว่าหากสีโซลาร์ใช้การได้จริงจะพลิกวงการพลังงานไฟฟ้า เพราะนอกจากเป็นพลังงานสะอาดแล้ว สีโซลาร์มีต้นทุนต่ำ จูงใจให้ผู้บริโภคนำไปใช้ ทุกบ้านจะผลิตไฟฟ้าใช้เอง (อย่างน้อยได้ไฟฟ้าจำนวนหนึ่ง) ความต้องการพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งอื่นๆ เช่น ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ นิวเคลียร์ จะลดลง ผลคือราคาพลังงานโลกลดลง (ราคาน้ำมัน ถ่านหินลดลง)

ที่ผ่านมา เราจะติดแผงโซล่าเซลล์ตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะบนหลังคาบ้าน ลานกว้างๆ เพื่อให้แผงรับแสงแดดและกลายเป็นไฟฟ้า สีโซลาร์ทำหน้าที่เป็นแผงโซลาร์ สามารถทาตามที่ต่างๆ ได้หลายพื้นผิว แม้กระทั่งพลาสติก ไฟเบอร์ ตัวรถ การทาเหมือนกับทาสีทั่วไป ใช้สเปรย์ฉีดเหมือนฉีดสีทั่วไป ช่างหรือคนทั่วไปที่ศึกษาเพียงเล็กน้อยก็ทำได้

บางบริษัทประยุกต์การใช้งาน กำลังคิดค้นแผ่นพลาสติกที่เคลือบด้วยสีโซลาร์ ข้อดีคือ จะคลี่หรือม้วนเก็บแผ่นพลาสติกที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้
อาจจินตนาการว่า ครอบครัวไปเที่ยวนอกสถานที่ เมื่อถึงที่หมายก็คลี่แผ่นพลาสติกนี้ มีพลังงานไฟฟ้าให้ใช้ทันที หรือใช้ควบคู่กับเต็นท์นอน ร่มกันแดด ซึ่งนอกจากช่วยกันแดดกันฝนแล้วยังผลิตไฟฟ้าได้ด้วย หรือรถที่โดยสารไปด้วยเสมือนเป็นเครื่องปั่นไฟในตัว
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยหลายแห่งกำลังเร่งศึกษาสีดังกล่าว มีความก้าวหน้าตามลำดับ เกิดแนวคิด วิธีการใหม่ๆ

สีโซลาร์ของ RMIT University
สีโซลาร์อีกประเภทหนึ่งที่แตกต่างออกไปมากคือ สีโซลาร์ที่ผลิตไฮโดรเจน
ทีมวิจัยจาก RMIT University ออสเตรเลีย กำลังค้นคว้าสีโซลาร์อีกชนิดหนึ่ง คราวนี้ไม่ได้ผลิตกระแสไฟฟ้า แต่ได้ไฮโดรเจนจากน้ำเพื่อใช้เป็นพลังงาน

Torben Daeneke นักวิจัยจาก RMIT University ออสเตรเลีย อธิบายว่า สีโซลาร์” (Solar paint) ที่สถาบันกำลังวิจัยมีองค์ประกอบ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ สารดูดซับความชื้น (moisture absorbing catalyst) กับไททาเนียมออกไซด์ (titanium oxide)
สารดูดซับความชื้นมีคุณสมบัติคล้ายซิลิกาเจลทำจากโมลิบดินัม-ซัลไฟต์สังเคราะห์ (synthetic molybdenum-sulphide) ทำหน้าที่เป็นเซมิคอนดักเตอร์และตัวเร่งปฏิกิริยาแยกออกซิเจนกับไฮโดรเจน
ส่วนไททาเนียมออกไซด์เป็นส่วนผสมของสีทั่วไปอยู่แล้ว การผสมสาร 2 อย่างเข้าด้วยกันจึงสีโซลาร์
สรุปสั้นๆ คือใช้แสงแดดออกแยกโมเลกุลไฮโดรเจนออกจากน้ำ และนำไฮโดรเจนมาใช้ประโยชน์

ข้อดีคือสีโซลาร์นี้นำไปใช้ที่ใดก็ได้แม้กระทั่งที่แห้งแล้ง เนื่องจากมีความสามารถดูดซับความชื้นในอากาศสูง ไม่จำต้องพรมน้ำหรือมีน้ำหล่อเลี้ยง
            นักวิจัยกำลังค้นคว้าต่อว่าจะกักเก็บไฮโดรเจนนี้อย่างไร ในอนาคตจะใช้สีโซลาร์ควบคู่กับแผงโซลาร์ทั่วไป และหวังเป็นพลังงานของรถยนต์ในอนาคต
งานวิจัยของ RMIT University จึงแตกต่างจากที่อื่น และมีความท้าทายมาก โดยเฉพาะการกักเก็บไฮโดรเจนและนำมาใช้งาน แต่หากสำเร็จ พลังงานไฟฟ้าจะกลายเป็นของราคาถูกทันที

            สีโซลาร์ยังเป็นเพียงงานวิจัย เล็งถึงความพยายามและความสามารถของมนุษย์ที่คิดค้นวิจัยสิ่งต่างๆ หลายสถาบันใช้องค์ความรู้กับเทคโนโลยีที่ “ซับซ้อน ล้ำสมัย” ด้วยใจคาดหวังได้ผลิตภัณฑ์ที่ “ใช้ง่าย ราคาถูก”
ทุกวันนี้ไม่มีใครพูดถึงวันที่โลกจะดับมืดเพราะขาดแคลนพลังงานอีกต่อไป ต้องขอบคุณนักวิทยาศาสตร์นักวิจัยที่ช่วยกันค้นคว้าพบพลังงานทางเลือก แหล่งพลังงานใหม่ สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้คือการก้าวเข้ามาของพลังงานทางเลือก พลังงานแสงอาทิตย์คือหนึ่งในพลังงานทางเลือกที่มีอนาคต และอาจเหนือกว่าพลังงานทางเลือกอีกหลายตัว หากสีโซลาร์กลายเป็นสีที่ทุกบ้านทุกอาคาร รถยนต์ทุกคนเลือกใช้ หรือสามารถสร้างพลังงานจากก๊าซไฮโดรเจน

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            ประการแรก ยิ่งต้นทุนต่ำ คนยิ่งใช้เยอะและยิ่งทำให้ต้นทุนต่ำ
            หลักเศรษฐศาสตร์ให้ความจริงว่า ยิ่งต้นทุนต่ำ คนจะยิ่งใช้เยอะและยิ่งทำให้ต้นทุนต่ำ พลังงานทางเลือกอยู่ในหลักเศรษฐศาสตร์ข้อนี้ นั่นหมายความว่าหากค้นพบพลังงานทางเลือกชนิดหนึ่ง สารหรืออุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่มีต้นทุนต่ำ ให้ผลคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผู้บริโภคจะแห่กันซื้อใช้ ในอนาคตพลังงานแสงอาทิตย์อาจมีโอกาสเป็นเช่นนั้น ทั้งนี้ไม่จำต้องทดแทนพลังงานอื่นๆ ทั้งหมด ขอเพียงทดแทนส่วนหนึ่งที่มากพอก็เพียงพอที่จะทำให้แสงอาทิตย์กลายเป็นแหล่งพลังงานที่คนทั้งโลกใช้เป็นลำดับต้นๆ

            ประการที่ 2 ไม่ยึดติดกับความรู้เดิม
            มนุษย์แต่โบราณรู้จักใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์มานานแล้ว ใช้ตากปลาตากเนื้อ สร้างบ้านโดยดูทิศทางแดดขึ้นแดดลง ชาวโรมันใช้แสงแดดช่วยทำน้ำให้อุ่น (เป็นวิธีประหยัดพลังงาน ลดต้นทุน ลดการใช้ฟืนต้มน้ำ)

            ความรู้ปัจจุบันอาศัยการต่อยอดจากอดีต องค์ความรู้ปัจจุบันจึงสมบูรณ์มากขึ้น มีรายละเอียดมากขึ้นและซับซ้อนมากขึ้น ความรู้ใหม่ๆ จากนี้จึงมักอาศัยการศึกษาที่ลงลึก ในเทคนิควิธีการที่ซับซ้อน
            ข้อคิดสำคัญคือ มนุษย์เรียนรู้คิดค้นสิ่งใหม่ๆ เสมอ จึงเข้าใจวงจรชีวิตของไวรัส รู้ว่าจะฆ่าแบคทีเรียอย่างไร มนุษย์ไม่เพียงแค่บินได้ ยังเหินไปสู่อวกาศ แสงแดดไม่ได้มีไว้เพียงตากเนื้อตากปลาอีกต่อไป เราใช้แสงแดดสร้างพลังงานไฟฟ้าที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
            คนที่หวังก้าวหน้าคือผู้ที่ไม่ยึดติดกับความรู้เดิม ความเคยชินเดิมๆ อาจช่วยให้รู้สึกปลอดภัย แต่ชีวิตสามารถดีกว่านั้น เราจะใช้แสงแดดตากปลาตากเนื้อเพียงอย่างเดียว หรือควรนำมาใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วย

            ประการที่ 3 ไม่ต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็เรียนรู้สิ่งใหม่ได้
            บางคนอาจแย้งว่าไม่ใช่นักวิจัย ไม่ได้จบปริญญา จึงไม่ต้องคิดทำอะไรใหม่ๆ ความจริงแล้วแม้ไม่เป็นนักวิทยาศาสตร์ก็สามารถศึกษาเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ เช่น เรียนรู้วิธีการทำงานแบบใหม่ วิธีคิดแบบใหม่ คบเพื่อนใหม่ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ เปิดโอกาสให้ตนเองก้าวหน้าในอาชีพ แก้ปัญหาส่วนตัว และได้มิตรภาพใหม่ๆ
            การเรียนรู้สิ่งใหม่ทดลองสิ่งใหม่คือการเปิดโอกาสให้กับตัวเอง สร้างสิ่งดีๆ เพื่อตัวเองและคนรอบข้าง
-------------------------




บรรณานุกรม:
1. Schlager, Neil. Weisblatt, Jayne. (Ed.). (2006). Alternative Energy. USA: Thomson Gale.
2. Solar Paint Could Be the Latest Breakthrough in Renewable Energy. (2018, June 16). The Observer. Retrieved from http://observer.com/2017/06/solar-paint-is-the-next-new-source-of-sustainable-energy/
3. Solar paint offers endless energy from water vapour. (2018, June 14). RMIT University News. Retrieved from https://www.rmit.edu.au/news/all-news/2017/jun/solar-paint-offers-endless-energy-from-water-vapour
4. Solar Paint: A Spray-On Alternative to PV. (2017). UnderstandSolar.com. Retrieved form https://understandsolar.com/solar-paint/
-----------------------------

วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2560

“City Carshare” อีกรูปแบบขององค์กรภาคประชาชน

27 สิงหาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7597 วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2560)

            เมื่อเอ่ยถึงองค์กรภาคประชาชน (NGOs) บางคนอาจคิดถึงกลุ่มเคลื่อนไหวการเมือง กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่อต้านคอร์รัปชัน บางคนอาจคิดถึงใบหน้าชาวชนบทที่นั่งประท้วงรัฐบาล ถ้าพูดกลุ่มระดับโลก อาจนึกถึงสภากาชาด (Red Cross) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) กรีนพีซ (Greenpeace)
กลุ่มระดับชาติที่เป็นตัวอย่างน่าสรรเสริญคือ กลุ่มเกาหลีใต้ที่ต่อสู้เพื่อหญิงบำเรอ (comfort women) การต่อสู้เพื่อหญิงเคราะห์ร้ายเหล่านี้เริ่มจากการเคลื่อนไหวขององค์กรภาคประชาชนจนสามารถผลักดันเป็นประเด็นระดับชาติ กลายเป็นหัวข้อที่นักการเมืองต้องเอ่ยถึง มีนโยบายสนับสนุน จนในที่สุดเกิดการเจรจาระหว่างรัฐบาลเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ในช่วงแรกรัฐบาลญี่ปุ่นปฏิเสธว่ากองทัพไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดหาหญิงบำเรอโดยตรง แต่แล้วก็ต้องยอมรับว่ากองทัพมีส่วนเกี่ยวข้อง
            องค์กรภาคประชาชนที่มีผลงานก็มาก เป็นกำลังใจแก่กลุ่มอื่นๆ

“City Carshare”:
“City Carshare” เป็นอีกตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยประชาชนคนธรรมดา จุดเริ่มโครงการอยู่ในย่านอ่าวซานฟรานซิสโก (San Francisco Bay) บริหารโดยองค์กรภาคประชาชนที่ไม่หวังผลกำไร
แนวคิดดั้งเดิมคือสหกรณ์รถยนต์ รถที่สมาชิกสหกรณ์ร่วมกันเป็นเจ้าของ ผู้ใช้เสียค่าบริการตามปริมาณการใช้
ลักษณะโครงการ “City Carshare” คือสมาชิกใช้รถร่วมกันโดยรถที่โครงการจัดให้ ผู้ใช้เสียค่าบริการโดยคิดตามระยะทางกับชั่วโมงใช้งาน (คล้ายเช่ารถแท็กซี่ขับเอง) รถที่เลือกใช้มักเป็นพวกประหยัดเชื้อเพลิง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการช่วยลดปริมาณรถบนท้องถนน ลดการใช้น้ำมันและลดมลพิษ หลายคนเลิกใช้รถส่วนตัวและหันมาใช้รถส่วนกลางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
            โครงการให้แนวคิดว่าการมีรถส่วนตัวต้องจ่ายเงินซื้อรถก้อนโต จะดีไหมหากเปลี่ยนเป็นการเช่ารถเมื่อต้องการ ช่วยประหยัดเงินก้อนโต สามารถเลือกใช้รถใหญ่หรือเล็กได้ตามความต้องการ โครงการมีรถหลายประเภทไว้คอยให้บริการ
ทีมบริหาร “City Carshare” ทุกคนมีจิตสาธารณะ บางคนเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บางคนให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจท้องถิ่น ในด้านการเมืองมีความคิดเห็นหลากหลาย แต่ทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกันต่อ “City Carshare”

เมื่อเริ่มโครงการมีรถเช่า 1 คัน สมาชิก 5 คนร่วมกันใช้ ไม่นานกลายเป็นรถ 5 คัน สมาชิก 50 คน จากผู้เริ่มต้นไม่กี่คน สมาชิกมาช่วยกันทำงาน กลายเป็นการจ้างพนักงานเต็มเวลา รถทุกคันมีประกันภัย มีโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง จากสมาชิก 850 คนกลายเป็นหลายหมื่นคนในเวลาไม่กี่ปี
ในระยะแรกคนต้องการใช้รถมีมากเหลือเฟือ งานหลายอย่างเป็นลักษณะทำไปเรียนรู้ไป ระบบงานค่อยๆ พัฒนากลายเป็นมืออาชีพมากกว่าพวกสมัครเล่น เรียนรู้ว่ารถแต่ละคันจะต้องมีรายได้ต่อวันต่อเดือนเท่าไรจึงจะคุ้มทุน นับวันแผนของโครงการจะใหญ่ขึ้นและซับซ้อนขึ้นทุกที
จากโครงการที่คิดอย่างเรียบง่ายว่าคือการใช้ร่วม สู่การพัฒนา “ผลิตภัณฑ์” ใหม่ๆ เช่น สามารถเช่ายืมระยะยาว สมาชิกบางคนเช่ารถโครงการเพื่อเป็นรถรับส่งเหมือนแท็กซี่ แม้วิธีแตกต่างจากเดิมบ้าง แต่คงไว้ซึ่งอุดมการณ์ดั้งเดิม จำนวนคนที่ได้ประโยชน์มีมากขึ้น หลากหลายมากขึ้น ช่วยคนมีงานทำ

เมื่อมองย้อนหลัง ปัจจัยส่งเสริมให้โครงการประสบความสำเร็จ เริ่มจากการเข้าใจความสำคัญของรถ ปัญหาการใช้รถในเมือง หลายคนอยากมีรถแต่รายได้ไม่พอ หลายคนใช้รถวันละเพียง 2-3 ชั่วโมงกลายเป็นความสูญเปล่า ประเด็นเหล่านี้เป็นที่เข้าใจกันดีและเป็นปัญหากับหลายคน “City Carshare” ตอบโจทย์เหล่านั้น
คุณค่าทางสังคมเป็นอีกประเด็นที่องค์กรภาคประชาชนให้ความสำคัญ ทุกสิ่งที่ “City Carshare” ทำจะตั้งอยู่บนหลักการช่วยให้สังคมดีขึ้นกว่าเดิม
ความสำเร็จของโครงการกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดองค์กรภาคประชาชนลักษณะนี้อีกหลายแห่ง บริษัทเอกชนเข้ามาประกอบกิจการใช้รถร่วมกัน บางแห่งกลายเป็นกิจการขนาดใหญ่

มีผู้ศึกษาพบว่าในช่วง 2 ปีแรกของโครงการ ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เช่ารถเพียงเดือนละครั้ง รองมาคือสัปดาห์ละครั้ง ข้อมูลนี้ชี้ว่าตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตอบโจทย์คนใช้รถน้อย วัตถุประสงค์การเช่าส่วนใหญ่คือไปร้านขายของ รองมาคือไปทำธุระส่วนตัว ลูกค้าครึ่งหนึ่งตอบว่ามักใช้บริการซ้ำ ค่าบริการโดยเฉลี่ยถูกกว่ารถแท็กซี่และบริการรถเช่าเอกชน ช่วยหลายคนเลื่อนการซื้อรถหรือคิดจะมีรถของตัวเอง

ปัจจุบัน “City Carshare” กลายเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยที่ใหญ่กว่าชื่อว่า “Getaround
ข้อคิดที่ได้จาก “Getaround” คือปัจจุบันสหรัฐมีรถยนต์ทั้งสิ้น 250 ล้านคัน จากจำนวนประชากร 324 ล้านคน (ข้อมูลปี 2016) รถส่วนใหญ่อยู่ในสภาพจอดทิ้งไว้ คือ จอดทิ้งวันละ 22 ชั่วโมง เป็นความสิ้นเปลืองทั้งระดับบุคคลกับประเทศ จะดีกว่าไหมหากรถ 1 คันสามารถแบ่งกันใช้หลายคน ช่วยทุกคนประหยัด
Getaround” จึงวางระบบว่าเจ้าของรถสามารถนำรถเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ผู้อื่นเช่ายืมชั่วคราว ให้เหตุผลจูงใจว่ารถส่วนใหญ่จะต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุงปีละ 8,000 ดอลลาร์ หากเข้าร่วมโครงการจะมีรายได้ 800 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือ 9,600 ดอลลาร์ต่อปี มากกว่าค่าบำรุงที่ต้องจ่ายรายปี การมีรถร่วมใช้ 1 คันจะช่วยลดจำนวนรถได้ถึง 10 คัน รถทุกคันที่เข้าร่วมจะมีประกันภัยรถยนต์ ติดตั้ง GPS เพื่อกันขโมย

ความสำเร็จของ “City Carshare” เป็นอีกพลังใจแก่องค์กรภาคประชาชนอื่นๆ ที่ทำในลักษณะเดียวกันหรือเคลื่อนไหวด้านอื่นๆ และเป็นประโยชน์แม้ผันตัวกลายเป็นธุรกิจเอกชน

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แรงกดดันเรื่องค่าใช้จ่าย แม้กระทั่งเรื่องที่จอดรถ เอื้อประโยชน์ต่อแนวคิด “City Carshare” ในอนาคตเมื่อรถสามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติ จะมีผู้ใช้บริการมากขึ้น เพราะไม่จำต้องมีความชำนาญในการขับขี่ก็สามารถใช้ได้ เมืองที่แออัดมากจนที่จอดรถกลายของหายาก บางแห่งเจ้าของรถต้องเช่าพื้นที่จอดรถรายเดือน การใช้รถร่วมช่วยได้ อนาคตเมื่อคนทำงานกับบ้านมากขึ้น เดินทางน้อยลง การใช้รถร่วมย่อมดีกว่าการซื้อรถแล้วจอดทิ้งไว้เฉยๆ

สร้างชุมชนต้นแบบ :
Gabriel Metcalf เห็นว่าการแก้ปัญหาของสังคมทำได้ด้วยการ “สร้างชุมชนต้นแบบ” ที่เป็นแบบอย่าง ให้คนเข้ามาชม มาสัมผัสเรียนรู้ อีกทั้งตัวชุมชนต้นแบบต้องปรับปรุงพัฒนาให้ดีกว่าเดิมตลอดเวลา หากชุมชนต้นแบบดีจริง ชุมชนอื่นจะเลียนแบบ และที่สุดแล้วคือสร้างสังคมใหม่ทั้งประเทศ

            แนวคิดสร้างชุมชนทางเลือกไม่ใช่ของใหม่ มีผู้ใช้แนวคิดนี้ตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน (หรือนานกว่านั้น)
การสร้างชุมชนต้นแบบไม่ได้หมายถึงต้องรื้อใหม่หมด สร้างทั้งชุมชนให้แตกต่างจากเดิม ส่วนใหญ่จะเป็นความร่วมมือเฉพาะด้าน เช่น ความร่วมมือของผู้บริโภค ความร่วมมือด้านอาหาร คลินิกชุมนุม สื่อทางเลือก แม้กระทั่งสกุลเงินท้องถิ่น (local currencies)
รากฐานของ โครงการ “City Carshare” มาจากแนวคิดสร้างชุมชนต้นแบบนั่นเอง

การเรียนรู้ของภาคประชาชน :
องค์กรภาคประชาชน (NGOs) มักเริ่มต้นจากความต้องการของบางคนบางกลุ่มที่ได้รับแรงบันดาลใจให้ทำบางอย่างเฉพาะเจาะจงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม บ่อยครั้งเริ่มต้นจากตัวคนเดียว อาศัยความรู้และประสบการณ์ของตนเอง
            ความที่เริ่มจากตัวคนเดียวจึงมักไม่ค่อยมีทรัพยากร (เว้นแต่บุคคลผู้นั้นเป็นเศรษฐี อย่างบิล เกตส์ (Bill Gates) วอร์เร็น บัฟเฟตต์ (Warren Buffett)) การขับเคลื่อนจึงดำเนินไปอย่างช้าๆ หากได้คนร่วมอุดมการณ์มากขึ้น มีทุนมากขึ้นก็จะขับเคลื่อนไหลลื่นความเดิม

“City Carshare” แต่แรกเริ่มไม่ได้หวังกำไร ขอเพียงไม่ขาดทุน เพราะหวัง “ประโยชน์” ด้านสังคม ไม่ได้มุ่งหากำไร แต่เมื่อดำเนินการก็ค้นพบความจริงว่าเงินทุนไม่เพียงพอ มีความจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มหลายด้าน เห็นความสำคัญของจุดคุ้มทุน ประสิทธิภาพ จึงพัฒนากลายเป็น “มืออาชีพ” โดยคงความเป็นองค์กรภาคประชาชน คงอุดมการณ์ดั้งเดิม

ในยุคนี้ การขับเคลื่อนขององค์กรภาคประชาชนหนีไม่พ้นเรื่องการใช้ทรัพยากร เรื่องประสิทธิภาพ หากต้องการเป็นองค์กรใหญ่ ต้องการขับเคลื่อนอย่างมีพลัง หนีไม่พ้นความเป็นมืออาชีพ (เช่น มีทีมงานที่เป็นนักบัญชี เป็นทนายความมีฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ นักวางแผนผู้ช่ำชอง) ไม่ควรใช้แรงงานไร้ฝีมือมาทำงานที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ หรือมีความรู้ด้านหนึ่งแต่ต้องไปทำงานอีกสายหนึ่ง

เรื่องทรัพยากรก็เช่นกัน เป็นเรื่องดีหากมีผู้สนับสนุนเงินทุน แต่จะดีกว่าถ้าองค์กรอยู่ได้ด้วยตัวเอง มีแผนกหาทุน แผนกสร้างรายได้ การมีรายได้มหาศาลไม่เป็นเหตุทำให้อุดมการณ์หดหายเสมอไป ต้องเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ สร้างองค์กรภาคประชาชนที่มีรายได้ มีกำไร และใช้ทรัพยากรเหล่านี้เพื่ออุดมการณ์ตนเอง
หากผู้ก่อตั้งองค์กรไม่ถนัดการหาเงิน ควรหาทีมงานที่เป็นมืออาชีพด้านนี้

จะดีกว่าไหม หากตัวเราผู้มีอุดมการณ์ 1 คน สามารถหาเงินสนับสนุนให้ผู้มีอุดมการณ์อีก 10 คนหรือ 100 คนทำงานโดยไม่ติดขัดด้วยคำว่า “ขาดงบประมาณ”
ขั้นต่ำที่สุด หากมีรายได้มากขึ้น มีทุนมากขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์ ช่วยให้การทำงานจะไหลลื่นกว่าเดิม
-----------------------



บรรณานุกรม:
1. Bang-Soon Yoon. (2004). Imperial Japan’s “Military Comfort Women” and NGO Activism in South Korea. Prepared for delivery at the Second World Congress of Korean Studies, August 3-7, 2004. Retrieved from https://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=21&cad=rja&uact=8&ved=0CBsQFjAAOBRqFQoTCPfV16DJkMYCFQZOvAodeYsAnQ&url=http%3A%2F%2Fcongress.aks.ac.kr%2Fkorean%2Ffiles%2F2_1393919801.doc&ei=pi1-VffqLoac8QX5loLoCQ&usg=AFQjCNGnDFauuNnvRu-It4DZ087fHcOEmQ&bvm=bv.95515949,d.dGc
2. Cervero, Robert., Tsai, Yu-Hsin. (2003). San Francisco City CarShare. Retrieved from http://www.sustainablecitiesinstitute.org/Documents/SCI/Case_Study/Case%20Study%20-%20City%20Car%20Share%20San%20Francisco%20SF.pdf
3. City Carshare. (2017, February 17). Wikipedia. Retrieved from https://en.wikipedia.org/wiki/City_CarShare
4. City CarShare hands over on-demand auto rentals to Getaround. (2016, November 10). San Francisco Chronicle. Retrieved from http://www.sfchronicle.com/business/article/City-CarShare-hands-over-on-demand-auto-rentals-10605179.php
5. City CarShare Review. (2015, November 17). Review.com. Retrieved from http://www.reviews.com/car-sharing/city-carshare/
6. Getaround. (2017, February 17). Wikipedia. Retrieved from https://www.getaround.com/
7. Metcalf, Gabriel. (2015). Democratic by Design: How Carsharing, Co-ops, and Community Land Trusts Are Reinventing America. New York: St. Martin’s Press.
8. Seybolt, Peter J. (2009). Anti-Japanese War, 1937–1945. In Encyclopedia of Modern China (4 volume set, pp.36-40). USA: Charles Scribner’s Sons.
-----------------------------

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ยิ่งให้ ยิ่งได้

18 สิงหาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
            ยิ่งให้ ยิ่งได้ หมายถึง การให้สิ่งที่ดีแก่ผู้อื่น
            กระทั่งให้โดยไม่คิดหวังผลตอบแทน
            เงิน เป็นเพียงการให้รูปแบบหนึ่งเท่านั้น
            ให้รอยยิ้ม ทุกคนให้ได้
            ให้เวลาแก่เด็ก เด็กต้องการมากกว่าอาหาร เงินทอง
            ให้คุณประโยชน์แก่สังคม เพราะเราคือส่วนหนึ่งของสังคม
            ให้ความเป็นมิตรแก่ผู้อื่น มีมิตรดีกว่ามีศัตรู
            ให้คนด้อยโอกาส และสำนึกว่าเรายังทำอะไรดีๆ ได้อีกมาก
            คิดแง่บวกกับตัวเอง คือการให้โอกาสแก่ตน
            คิดแง่บวกแก่คนอื่น คือการให้โอกาสแก่คนอื่น
            เป็น “ผู้นำ” แห่งการให้ แล้ว “จะได้” ผู้ให้อีกมาก
            สุดยอดของการให้ คือ อุทิศชีวิตเพื่อคนอื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน
            เริ่มต้นด้วยการให้เล็กๆ น้อยๆ แล้วจะให้สิ่งที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต
--------------------------


วันอังคารที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560

กินหวานทำให้เศร้าและเครียด

8 สิงหาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา

            นักวิจัยจาก UCL Institute of Epidemiology & Health ชี้ว่าการกินหวาน (อาหาร เครื่องดื่มที่มีรสหวาน) สัมพันธ์กับอาการซึมเศร้าในคนหลายกลุ่ม จึงทำการศึกษาต่อยอด พบว่าผู้ชายที่ชอบกินหวานมีโอกาสเกิดอาการซึมเศร้าหรือเครียดกังวลเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 23 หลังจากกินหวานอย่างน้อย 5 ปี
ด้วยเหตุนี้จึงแนะนำว่าสุขภาพจิตน่าจะดีขึ้นหากกินน้ำตาลให้น้อยลง

            ชายที่เสี่ยงคือผู้ที่กินน้ำตาลมากกว่าวันละ 67 กรัม คนเหล่านี้มีโอกาสเกิดอาการทางจิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับชายที่กินน้ำตาลน้อยกว่า 39.5 กรัมต่อวัน
            น้ำตาล 1 ช้อนชาหนัก 4 กรัม ดังนั้น น้ำตาล 67 กรัมเท่ากับเกือบ 17 ช้อนชา

            อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางคนไม่เห็นด้วย เพราะ “น้ำตาล” ไม่ต่างจากคาร์โบไฮเดรตในอาหารอื่นๆ (ทำไมกินแป้งมากไม่มีผลต่อภาวะทางจิต) และสงสัยว่าทำไมจึงมีผลกับชายเท่านั้น ไม่มีผลกับหญิง

            สำหรับคนไทย เป็นที่รู้กันว่าคนไทยหลายคนนิยมกินอาหารรสหวาน บางคนมีพฤติกรรมกินของหวานเป็นประจำ บางคนชอบเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด มีงานวิจัยพบว่าคนไทยบริโภคน้ำตาล "สูงมาก" คือมากกว่า 20 ช้อนชาต่อวัน ทั้ง ๆ ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้รับประทานเพียง 6 ช้อนชาต่อวันเท่านั้น

            ไม่ว่าจะมีผลต่อทางจิตใจหรือไม่ ที่ยอมรับกันมากคือ การกินหวานไม่ดีต่อฟัน และอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม หากกินน้ำตาลมากเกินความจำเป็น น้ำตาลส่วนเกินจะถูกเก็บไว้ที่กล้ามเนื้อและเปลี่ยนเป็นไขมัน ไขมันส่วนเกินจะสะสมตามกล้ามเนื้อและพุง ดังนั้นการกินหวานจึงเป็นสาเหตุของโรคอ้วนลงพุง และเบาหวาน
            เป็นการดีที่จะเตือนตัวเองทุกครั้งเมื่อจะกินหรือดื่มอะไรหวานๆ
-------------------



บรรณานุกรม:
1. สสส. (2558, มีนาคม 2). เปลี่ยนชีวิตติดน้ำตาล หวานให้พอดีที่ 4 กรัม. Retrieved from http://www.thaihealth.or.th/Content/27610-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5%20%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%204%20%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A1.html
2. British Soft Drinks Association. (2017, July 27). British Dietetic Association dismiss claims that sugar consumption is linked to depression. Retrieved from http://www.britishsoftdrinks.com/Press-releases-/british-dietetic-association-dismiss-claims-that-sugar-consumption-is-linked-to-depression-
3. Knüppel, Anika., Shipley, Martin J. Llewellyn, Clare H., & Brunner, Eric J. (2017, July 27). Sugar intake from sweet food and beverages, common mental disorder and depression: prospective findings from the Whitehall II study. Nature. Retrieved from https://www.nature.com/articles/s41598-017-05649-7
4. Sugar Potentially Linked To Mental Health Issues In New Study. (2017, July 28). The Huffpost. Retrieved from http://www.huffingtonpost.ca/2017/07/28/sugar-mental-health_a_23054024/#provider_moreover
-----------------------------

บทความแนะนำ

อี-คอมเมิร์ซที่เชื่อมโยงทั้งอาเซียน

14 พฤศจิกายน 2017 (ปรับปรุง 17 พฤศจิกายน 2017) ชาญชัย คุ้มปัญญา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ในที่ประชุมเอเปก ลีเซียนลุง ( Lee Hsien Loon...