วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557

การทุจริตคอร์รัปชันและอีโบลา (Ebola) ภัยร้ายต่อไลบีเรียและโลก

21 กันยายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6529 วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1990263)

            เมื่อย้อนดูการระบาดครั้งก่อนๆ ตลอดเกือบ 4 ทศวรรษที่ผ่านมาเชื้ออีโบลา (Ebola) ได้ระบาดเป็นครั้งคราวเสมอๆ ในทวีปแอฟริกา แต่ที่สุดแล้วการแพร่ระบาดจะยุติไปเอง เมื่อทุกภาคส่วนในสังคมร่วมมือช่วยกันต้านการแพร่ระบาด แต่ในกรณีล่าสุด การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงที่ประเทศไลบีเรียกลายเป็นภัยคุกคามโลก และมีความสัมพันธ์กับปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของประเทศนี้
            บทความนี้จะอธิบายผลของคอร์รัปชันต่อการแพร่ระบาด ดังนี้

ปัญหาการทุจริต :
            ไลบีเรียเป็นอีกประเทศที่มีปัญหาคอร์รัปชันรุนแรง ยาวนาน ในปี 2013 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ให้คะแนนความโปร่งใสแก่ไลบีเรียหรือ CORRUPTION PERCEPTIONS INDEX 38 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 อยู่ในลำดับที่ 83 จากทั้งหมด 175 ประเทศ (ประเทศไทยได้คะแนน 35 อยู่ลำดับที่ 102 คะแนนต่ำหมายถึงคอร์รัปชันรุนแรง)
            ด้านองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันอีกแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า The Centre for Transparency and Accountability in Liberia ทำงานโดยตรงกับประเทศไลบีเรีย ชี้ว่าคอร์รัปชันพบได้ในทุกที่ของประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน การทุจริตเกิดในการเมืองการปกครองทุกระดับ เกี่ยวข้องกับคนทุกกลุ่ม ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ข้าราชการพลเรือน กิจการธุรกิจใหญ่น้อย และพบในกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน

            รูปแบบการคอร์รัปชันของไลบีเรียไม่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ เช่น ข้าราชการใช้ทรัพย์สินของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตน รับใต้โต๊ะเมื่อประชาชนมาขอรับบริการ การต่อต้านคอร์รัปชันกลายเป็นเรื่องยากเพราะประชาชนให้การยอมรับ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต รัฐบาลไลบีเรียยอมรับว่าการคอร์รัปชัน “ทำเป็นระบบและแพร่ระบาด” กลายเป็นต้นเหตุแห่งความยากจนและสร้างปัญหาเศรษฐกิจสังคม จำต้องหามาตรการป้องกันและปราบปรามใหม่ที่ได้ผล มาดามเอลเลน จอห์นสัน-เซอร์ลีฟ (Ellen Johnson-Sirleaf) ประธานาธิบดีหญิงประกาศในพิธีรับตำแหน่งเมื่อปี 2006 ว่าคอร์รัปชัน “เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง” ของประเทศ

            นาย Alexander Holmgren ได้ศึกษาและสรุปผลกระทบของการคอร์รัปชันต่อไลบีเรียว่า ในด้านการเมือง การคอร์รัปชันเป็นต้นเหตุบ่อนทำลายการเมืองแบบประชาธิปไตย สถาบันการเมืองต่างๆ แปดเปื้อนด้วยการทุจริต
            ในด้านเศรษฐกิจ การคอร์รัปชันทำให้นักธุรกิจไม่คิดประกอบธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา ไม่หวังลงทุนเพิ่มกำไรด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ระบบเศรษฐกิจจึงอ่อนแอ ขาดการจ้างงาน รัฐบาลขาดรายรับเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ อีกทั้งงบประมาณส่วนหนึ่งก็ละลายหายไปกับการคอร์รัปชัน คนโกงไม่กี่คนกลายเป็นเศรษฐี ในขณะที่โครงการอาหารโลก (World Food Programme) ของสหประชาชาติประเมินว่าชาวไลบีเรียร้อยละ 64 เป็นคนยากจน ขาดการศึกษา ไม่ได้รับการดูแลด้านสุขภาพ ขาดโอกาสที่จะลืมตาอ้าปาก
            เหตุผลที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยากจน มาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ ธรรมาภิบาลอ่อนแอกับการคอร์รัปชัน และเป็นเช่นหลายประเทศ กลุ่มคนยากคนจนคือผู้ที่รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากเมื่อรัฐมีรายรับน้อย รัฐจะเน้นลงทุนในกิจกรรมที่สร้างรายได้มากที่สุดในเวลาสั้นที่สุด ไม่สนใจลงทุนในด้านสาธารณสุข การศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งต้องลงทุนมากและรอเวลานานกว่าจะได้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกลับคืน

            การคอร์รัปชันที่ดาษดื่นทำให้หลายคนมุ่งกอบโกยผลประโยชน์อย่างผิดกฎหมาย สังคมแตกแยก เพราะไม่มีใครไว้วางใจใคร ประชาชนเกิดค่านิยมยอมรับข้าราชการที่คอร์รัปชัน ด้วยความคิดที่ว่าพวกเขามีรายได้น้อย คนทุจริตส่วนใหญ่ไม่ได้รับโทษ
            ความจริงแล้วไลบีเรียเป็นประเทศที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า โดยเฉพาะ ทองคำ แร่เหล็กและน้ำมัน รัฐน่าจะสามารถใช้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ น่าเสียดายที่การคอร์รัปชันเป็นเหตุทำให้รายได้จากทรัพยากรตกอยู่ในมือของคนโกงเสียเป็นส่วนใหญ่ รัฐได้ประโยชน์น้อยกว่าที่ควร ความมั่งคั่งของประเทศจึงตกอยู่ในมือคนโกงไม่กี่คนเท่านั้น หน่วยงานเอกชนแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Moore Stephens ได้ตรวจสอบการให้สัมปทาน พบว่านับจากปี 2009 รัฐให้สัมปทานทั้งหมด 68 ครั้ง มีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นที่ทำอย่างถูกต้อง รัฐบาลยอมรับความจริง จึงสั่งระงับบางสัญญา และร่างกฎหมายการให้สัมปทานเสียใหม่

            เมื่อถามว่าหน่วยงานใดคอร์รัปชันมากที่สุด คำตอบคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย นั่นคือ ตำรวจกับศาล น่าเสียดายที่หน่วยงานซึ่งรับผิดชอบการต่อต้านคอร์รัปชันกลายผู้ทุจริตเสียเอง เป็นสถาบันที่ประชาชนขาดความไว้วางใจมากที่สุด ความยุติธรรมกลายเป็นสิ่งที่ต้องใช้เงินซื้อ บางครั้งเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยกลายเป็นโจรเสียเอง บางคนถึงกับใช้การเฆี่ยนตี ข่มขู่ คุกคามเพื่อรีดไถเงินจากประชาชน
            การทุจริตลามไปถึงการฉ้อโกงเงินช่วยเหลือจากต่างชาติ จนองค์กรระหว่างประเทศ ประเทศผู้บริจาคต่างปวดหัวกับเรื่องดังกล่าวและพยายามหาทางป้องกัน ด้วยมาตรการที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เช่น ต้องสุ่มตรวจทุกจุด ตรวจสอบการใช้เงิน ตรวจสอบสัญญาจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งต้องเข้ามาช่วยเหลือรัฐบาลไลบีเรียต่อต้านคอร์รัปชัน

            การทุจริตที่ยังพบเห็นดาษดื่น ความไม่เชื่อถือในรัฐบาล การแก้ปัญหาคอร์รัปชันจึงเป็นประเด็นท้าทายอย่างยิ่ง ภายใต้มุมมองคอร์รัปชัน ความสำเร็จในการต่อต้านคอร์รัปชันคือกุญแจสำคัญคือสู่การปฏิรูปประเทศในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และสุขภาพ

คอร์รัปชันกับอีโบลา :
            การแพร่ระบาดที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ในขณะนี้ เป็นตัวอย่างหลักฐานบ่งชี้ผลประทบจากการคอร์รัปชัน เมื่อการทุจริตเกิดขึ้นอย่างดาษดื่น ผลคือรัฐบาลไลบีเรียขาดแคลนงบประมาณ โรงพยาบาลมีน้อยและไม่พร้อมรับมือโรคระบาด เป็นเหตุให้ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่ได้รับการรักษาใดๆ เลย (ข้อเท็จจริงคือ ผู้ติดเชื้อมีโอกาสหายเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้รับการรักษาประคับประคองตามอาการ ดังเช่นคนที่ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก) อัตราเสียชีวิตของไลบีเรียจึงสูงถึงร้อยละ 58 เป็นอัตราสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ผู้ติดเชื้อหลายคนจบชีวิตในสภาพกลายเป็นซากศพบนท้องถนน
            เมื่อรัฐขาดแคลนงบประมาณสกัดกั้นการแพร่ระบาด การระบาดที่เริ่มต้นจากผู้ติดเชื้อไม่กี่รายจึงกลายเป็นการแพร่ระบาดที่กระจายไปทั่วประเทศ และส่งออกเชื้อโรคแก่ประเทศอื่นๆ ด้วย สถานการณ์จึงยิ่งเลวร้าย ยิ่งส่งผลกระทบต่อสังคมประเทศชาติในทุกด้าน การสกัดกั้นการแพร่ระบาดต้องใช้ความพยายามและงบประมาณมากกว่าเดิม จำต้องร้องขอความช่วยเหลือจากต่างชาติ อนาคตของประเทศขึ้นอยู่กับความเมตตาของต่างชาติ
            รัฐบาลสหรัฐประเมินว่าขณะนี้มีผู้ติดเชื้อหลักพัน และกำลังขยายตัวเป็นหลักหมื่น หากไม่สามารถสกัดได้ทันท่วงที ตัวเลขจะสูงกว่านี้ เศรษฐกิจไลบีเรียอาจล่มสลาย ประชาชนแตกตื่น

            นายแอนดรู ฮอสกินส์ (Andrew Hoskins) ผู้อำนวยการประจำประเทศไลบีเรียขององค์การบรรเทาสาธารณภัยนานาชาติที่ชื่อว่า Medical Teams International กล่าวถึงผลกระทบจากการคอร์รัปชันต่อระบบสาธารณสุขว่า เหตุผลหนึ่งที่การแพร่ระบาดในไลบีเรียวิกฤตกว่าประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากการคอร์รัปชันทำให้ประชาชนไม่ไว้ใจและไม่เชื่อใจรัฐบาล ในการระบาดช่วงแรกนั้น ชาวบ้านจำนวนมากเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่โรคอีโบลา แต่เป็นแผนของรัฐบาลเพื่อเรียกร้องขอเงินบริจาคจากนานาชาติ เพื่อจะได้ฮุบเงินส่วนหนึ่งเข้ากระเป๋าตัวเอง เมื่อประชาชนไม่ยอมให้ความร่วมมือ เป็นผลให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการควานหาตัวผู้ติดเชื้อและติดตามคนเหล่านี้ เป็นสาเหตุว่าทำไมมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐจึงไม่ค่อยได้ผล
            บทสรุปของนายฮอสกินส์ให้ข้อคิดที่สำคัญว่า ผลเสียจากการคอร์รัปชันของไลบีเรีย ไม่ใช่อยู่ที่การขาดแคลนโรงพยาบาล ขาดแคลนเครื่องมือ เวชภัณฑ์ต่างๆ (ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง) แต่อยู่ที่ประชาชนไม่เชื่อถือรัฐบาลของตนเอง ไม่คิดจะให้ความร่วมมือ การคอร์รัปชันจึงเป็นต้นเหตุของสังคมที่ง่อนแง่น เป็นอีกสัญญาณส่อว่ามีลักษณะของการเป็นรัฐล้มเหลว (Failed State)

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            ลักษณะของโรคอีโบลาคือการแพร่ระบาดเป็นครั้งคราว สร้างความเสียหายหนักในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ส่วนการคอร์รัปชันเปรียบเสมือนโรคระบาดที่แพร่ระบาดทั่วประเทศอย่างเงียบๆ โดยผู้คนรู้ตัวแต่ไม่ค่อยตื่นตระหนก เป็นต้นเหตุทำให้เกิดการคอร์รัปชันไปทั่ว และเปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่กัดกินสังคมประเทศชาติในทุกมิติ
            ทุกวันนี้เราสามารถยับยั้งโรคอีโบลาด้วยการแยกผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ และให้การรักษาตามอาการ หากสามารถระงับการแพร่ระบาด โรคอีโบลาจะหายไปเอง ส่วนการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันต้องออกแรงมากกว่า ต้องใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อป้องปราม ปราบปราม เฝ้าระวัง สร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ประชาชนติดกับคอร์รัปชัน การต่อสู้กับคอร์รัปชันจึงยากกว่าการปราบอีโบลาหลายเท่า

            ข้อสรุปที่ชัดเจนคือ ตราบใดที่การแพร่ระบาดยังไม่สิ้นสุด มะเร็งร้ายแห่งการคอร์รัปชันยังคงเหลืออยู่จำนวนมาก ไลบีเรียเหมือนประเทศที่ถูกสาป เป็นการยากลำบากอย่างยิ่งที่ประเทศซึ่งยากจน อ่อนแออยู่แล้วจะพัฒนาเศรษฐกิจสังคมให้เจริญรุ่งเรือง และคงไม่มีใครอยากจะอยู่ประเทศเช่นว่านี้ เป็นข้อเตือนใจประเทศอื่นๆ ที่คนในสังคมจะร่วมมือร่วมใจต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนจะลุกลามจนยากจะแก้ไข เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมากเพียงพอแล้ว

            ในกรณีไลบีเรีย นาย Holmgren เสนอแนวทางแก้ไขว่าต้องให้สถาบันศาลเป็นอิสระจากอำนาจฝ่ายบริหาร เช่นเดียวกับหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันที่ต้องมีความเป็นอิสระมากกว่าที่เป็นอยู่ ภาคเอกชนจำต้องมีส่วนให้ความร่วมมือด้วยการเปิดเผยข้อมูลสัญญาสัมปทานต่างๆ ที่มักเต็มด้วยความไม่ชอบมาพากล
            และสังคมต้องส่งเสียงว่าการทุจริตเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตโดยใคร ในระดับใด เพื่อที่สุดแล้วมุมมองของทุกคนในสังคมจะเปลี่ยนใหม่ ไม่เห็นด้วยกับการคอร์รัปชัน ไม่ยินดีจ่ายเงินใต้โต๊ะและไม่ขอมีส่วนร่วมกับการทุจริตอีกต่อไป
---------------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
ผลจากการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาทำให้สังคมโลกตีตราว่าประเทศที่มีการแพร่ระบาดกลายเป็นประเทศที่อันตรายต่อชีวิตมากที่สุด หลายคนกลัวแม้กระทั่งไม่กล้าซื้อสินค้าจากประเทศเหล่านี้ ตราบใดที่การแพร่ระบาดยังไม่สิ้นสุด ประเทศเหล่านี้เหมือนประเทศที่ถูกคว่ำบาตรด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนจากนานาชาติ เป็นการยากลำบากอย่างยิ่งที่ประเทศซึ่งยากจนอยู่แล้วจะพัฒนาเศรษฐกิจสังคมให้เจริญรุ่งเรือง

สังคมโลกกำลังเผชิญภัยคุกคามหลายอย่าง คอร์รัปชันเป็นภัยคุกคามตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคล จนถึงประเทศ ประชาคมโลก ประวัติศาสตร์หรือข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ชี้ชัดให้เห็นถึงโทษ ภัยคุกคามนี้ที่บิดเบือนการปกครองให้ประโยชน์ตกแก่ผู้มีอำนาจเพียงไม่กี่กลุ่ม ไม่กี่คน ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้แบกรับภาระเพื่อประโยชน์ของคนส่วนน้อย

ชาวยุโรปร้อยละ 76 คิดว่าประเทศของตนมีการคอร์รัปชันอย่างกว้างขวาง วิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคม การเมืองยุโรป ทำให้สหภาพยุโรปเห็นว่าหาทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน  การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำต้องอาศัยความร่วมมือจากชาติสมาชิกทั้งหมด และหนึ่งในประเด็นสำคัญที่จำต้องแก้ไขควบคู่คือปัญหาคอร์รัปชันที่ต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาด้านอื่นทั้งหมด

บรรณานุกรม :
1. Breen, Leah. (2014, August 29). Fighting Ebola, Liberia’s ‘Invisible Rebel’. The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/blogs/monkey-cage/wp/2014/08/29/fighting-ebola-liberias-invisible-rebel/
2. Cicco, Camillo Di. (2010, March 19). Ebola. Science 2.0. Retrieved from http://www.science20.com/scientist/ebola-66006
3. CORRUPTION PERCEPTIONS INDEX 2013. (2014). Transparency International. Retrieved from http://cpi.transparency.org/cpi2013/results/
4. DFID’s Anti-Corruption Strategy for Sierra Leone and Liberia. (2013, January). UK Department for International Development. Retrieved from https://www.gov.uk/government/uploads/system/uploads/attachment_data/file/213913/anti-corruption-strategy-sl-lr.pdf
5. Ebola situation in Liberia: non-conventional interventions needed. (2014, September 8). WHO Media centre. Retrieved from http://www.who.int/mediacentre/news/ebola/8-september-2014/en/
6. Holmgren, Alexander. (2013, June 17). Liberia’s public enemy no. 1: Fighting corruption to rebuild a nation. Consultancy Africa Intelligence . Retrieved from http://www.consultancyafrica.com/index.php?option=com_content&view=article&id=1308:liberias-public-enemy-no-1-fighting-corruption-to-rebuild-a-nation&catid=57:africa-watch-discussion-papers&Itemid=263
7. Jerving, Sara. (2014, September 16). Why Liberians Thought Ebola Was a Government Scam to Attract Western Aid. The Nation. Retrieved from http://www.thenation.com/article/181618/why-liberians-thought-ebola-was-government-scam-attract-western-aid
8. Liberia: Corruption Is "Public Enemy Number One". (2013, December 20). AllAfrica. Retrieved from http://allafrica.com/stories/201312201478.html
9. Remarks by the President on the Ebola Outbreak. (2014, September 16). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/09/16/remarks-president-ebola-outbreak
---------------------------

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ปัญหาคอร์รัปชันและจุดเปลี่ยนของสหภาพยุโรป

9 กุมภาพันธ์ 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6305 วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557)
            เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ สหภาพยุโรปได้ออกรายงานต่อต้านคอร์รัปชันฉบับแรกของตน ในชื่อ ‘E.U. Anti-Corruption Report’ รายงานดังกล่าวชี้ว่าชาติสมาชิกสหภาพยุโรปหลายประเทศประสบปัญหาคอร์รัปชันไม่แตกต่างจากประเทศในภูมิภาคอื่นๆ คอร์รัปชันในหมู่ชาติสมาชิกอาจมีลักษณะแตกต่างในแต่ละที่แต่ละแห่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดล้วนกระทบต่อธรรมาภิบาล กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และที่สำคัญคือทำให้พลเมืองไม่ศรัทธาต่อสถาบันการเมือง กระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย
            ที่ผ่านมาชาติสมาชิกได้พยายามต่อต้านคอร์รัปชันตามกรอบกฎหมาย แนวทางของตน แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นที่น่าพอใจด้วยหลายสาเหตุ เช่น ขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ระบบที่ขาดประสิทธิภาพ สถาบันต่อต้านคอร์รัปชันไม่มีขีดความสามารถเพียงพอ ขาดเจตจำนงทางการเมืองเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน สหภาพยุโรปหวั่นเกรงอย่างยิ่งว่าตนจะถดถอยลงเรื่อยๆ หากชาติสมาชิกไม่แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง หวังว่าการอยู่ร่วมเป็นสหภาพจะมีผลช่วยบรรเทาปัญหาให้ลดน้อยลง

สหภาพยุโรปมีการคอร์รัปชันในระดับสูง :
            มีผู้ประเมินว่าการคอร์รัปชันทำให้อียูต้องสูญเงินกว่า 120,000 ล้านยูโรต่อปี หรือเท่ากับปีละ 5.4 ล้านล้านบาท ปริมาณเงินดังกล่าวน้อยกว่างบประมาณประจำปีของอียูเพียงนิดเดียว
            ความเสียหายเชิงตัวเลขเป็นเรื่องหนึ่ง อีกเรื่องคือมุมมองหรือทัศนคติของประชาชนที่มีต่อปัญหาคอร์รัปชัน พบว่าชาวยุโรปร้อยละ 76 คิดว่าประเทศของตนมีการคอร์รัปชันอย่างกว้างขวาง ในระดับประเทศพบว่าชาวกรีซร้อยละ 99 เชื่อว่าประเทศตนมีการคอร์รัปชันมาก ชาวอิตาลีร้อยละ 97 ชาวลิธัวเนีย สเปนและสาธารณรัฐเช็กร้อยละ 96 คิดว่าประเทศของตนมีการคอร์รัปชันสูง
            ชาวยุโรปร้อยละ 73 คิดว่าการติดสินบน การใช้เส้นสายเป็นช่องทางที่จะได้รับบริการภาครัฐอย่างสะดวกรวดเร็ว ในระดับประเทศ ชาวกรีซร้อยละ 93 ไซปรัสร้อยละ 92 สโลวาเกียและโครเอเชียร้อยละ 89 คิดเช่นนั้น
            ชาวยุโรปร้อยละ 67 คิดว่าการเงินของพรรคการเมืองไม่โปร่งใสเพียงพอ ในระดับประเทศ ชาวสเปนร้อยละ 87 ชาวกรีซร้อยละ 86 สาธารณรัฐเช็กร้อยละ 81 คิดเช่นนั้น

            การสำรวจในภาคธุรกิจเอกชน พบว่า 3 ใน 10 บริษัท (หรือร้อยละ 32) เห็นว่าการคอร์รัปชันทำให้บริษัทของตนไม่ได้รับสัญญาว่าจ้าง/สั่งซื้อ กลุ่มบริษัทที่ประสบปัญหามากที่สุดคือบริษัทก่อสร้างกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรม
            4 ใน 10 บริษัทชี้ว่าวิธีการทุจริตที่มากที่สุดคือ การออกแบบสัญญาที่เอื้อต่อบางบริษัทอย่างเจาะจง (ร้อยละ 57) มีผลประโยชน์ทับซ้อน (ร้อยละ 54) การฮั้วประมูล (ร้อยละ 52) ขาดเกณฑ์ประเมินที่ชัดเจน (ร้อยละ 51) และอื่นๆ อีกหลากหลายอย่างที่ไม่โปร่งใส
            บริษัทกว่าครึ่งเห็นว่าร้อยละ 56 ของการจัดซื้อจัดจ้างระดับประเทศไม่โปร่งใส ส่วนระดับภูมิภาคกับท้องถิ่นไม่โปร่งใสถึงร้อยละ 60
            โดยรวมแล้วสหภาพยุโรป แหล่งรวมของชาติตะวันตกหลายประเทศจึงมีปัญหาการคอรรัปชันมากกว่าหลายคนเข้าใจ การพูดถึงตัวอย่างประเทศยุโรปที่มีการคอร์รัปชันต่ำเป็นจริงในบางประเทศเท่านั้น ในขณะที่บางประเทศมีปัญหาหนักไม่แพ้ประเทศด้อยพัฒนา

ปัญหาหลากหลายที่พบ :
            ‘E.U. Anti-Corruption Report’ แสดงให้เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันของสหภาพยุโรปโดยรวมแล้ว ไม่ได้แตกต่างจากรูปแบบที่พบเห็นได้ทั่วโลก บางครั้งเป็นเรื่องที่พบเห็นทั่วไป เช่น ขาดการควบคุมติดตาม ขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
            การจัดซื้อจัดจ้างภาคราชการเป็นกรณีปัญหาที่อียูให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีผลต่อเศรษฐกิจของชาติสมาชิกโดยตรง ราว 1 ใน 5 ของจีดีพีอียูมาจากการใช้งบประมาณรัฐบาล ที่น่าตกใจคือพบว่าการจัดซื้อจัดจ้างเป็นแหล่งคอร์รัปชันของหลายประเทศ งบประมาณรั่วไหลมาก พบว่าราคาที่หน่วยงานราชการซื้อ อาจเป็นราคาที่สูงเกินจริงถึงร้อยละ 20-25 ของราคาที่ควรจะเป็น และในบางกรณีอาจสูงเกินจริงถึงร้อยละ 50

            การคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่นเป็นอีกประเด็นที่พูดถึงมาก พบว่าการคอร์รัปชันในหลายประเทศมักเกิดกับข้าราชการระดับภูมิภาคกับระดับท้องถิ่น เนื่องจากขาดการตรวจสอบถ่วงดุล ขาดการควบคุมภายใน การตรวจสอบจากส่วนกลางไปไม่ถึง บางครั้งเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ต่อต้านคอร์รัปชันมีอำนาจน้อยกว่าเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคที่ต้องกำกับดูแล
            การคอร์รัปชันระดับท้องถิ่นมักเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ในหลายกรณีพบว่าท้องถิ่นเหล่านี้ปฏิบัติตามกลไกควบคุมต่อต้านคอร์รัปชันเพียงเล็กน้อย ไม่ใส่ใจ ขาดการประสานงานเชื่อมโยง จำต้องแก้ไขเพื่อให้กลไกทำงานได้จริง

            หน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันมักเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากฝ่ายการเมืองทั้งทางตรงทางอ้อม เช่นเดียวกับศาลที่ต้องเผชิญแรงกดดัน พบว่าบางครั้งศาลจะหลีกเลี่ยงเกี่ยวข้องกับคดีของนักการเมืองระดับสูง คดีที่การตรวจสอบซับซ้อน บางประเทศที่มีศาลสำหรับคดีคอร์รัปชันโดยเฉพาะ ศาลเหล่านี้มักถูกสังคมเพ่งเล็งว่ากระทำหน้าที่โดยสุจริตหรือไม่ ต้องไม่มีปัญหาว่าศาลใช้เวลานานเกินไปจนคดีหมดอายุความ ซึ่งบางครั้งเกิดจากความจงใจ

ปัญหาอันเนื่องจากกฎหมาย แนวทางที่ต่างกัน :
            เนื่องจากชาติสมาชิกอียูยังมีอธิปไตยของตนเอง จึงเป็นธรรมดาที่แต่ละประเทศจะมีกฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันที่แตกต่าง ตามบริบท ตามพัฒนาทางการเมือง ทางกฎหมายของตน ความแตกต่างนี้บางครั้งเป็นข้อดี บางครั้งเป็นข้อเสีย
            ประเด็นพรรคการเมืองรับเงินสนับสนุนอย่างผิดกฎหมาย การซื้อเสียงด้วยวิธีการต่างๆ เป็นกรณีตัวอย่าง บางประเทศพยายามแก้ไขด้วยการตรากฎหมายป้องกันปัญหาการบริจาคเงินแก่พรรคการเมือง แต่ปัจจุบันยังมีบางประเทศที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามสามารถบริจาคเงินมากเท่าที่ต้องการโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ บางประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายดังกล่าว ฝ่ายการเมืองแก้ไขด้วยการที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่แสดงความโปร่งใสทางการเงินโดยสมัครใจ บางครั้งพรรคการเมืองคว่ำบาตรนักการเมืองในสังกัดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน โดยรวมแล้ว แต่ละประเทศมีกฎหมาย มีกลไกการควบคุมต่อต้านคอร์รัปชันที่แตกต่าง ขาดแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
            กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันทุจริตอันเนื่องจากผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นอีกกรณีตัวอย่าง บางประเทศบังคับใช้ต่อคนจำนวนมาก ครอบคลุมทั้งพวกนักการเมือง ข้าราชการ แม้กระทั่หงหน่วยงานเฉพาะทาง บางประเทศการสอบสวนกระทำผ่านระบบศาล แต่บางประเทศกระทำผ่านคณะกรรมาธิการรัฐสภาที่มีขีดความสามารถจำกัด
            ยังมีนโยบายป้องกันอีกหลายเรื่องที่แต่ละประเทศต่างมีแนวทางของตนเอง กลายเป็นว่ามีหลายมาตรฐาน แต่ถ้ามองในแง่ดีคือเป็นโอกาสให้แต่ละประเทศได้เลือกใช้แนวทางป้องกันปราบปรามที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเอง

อียูกดดัน ชาติสมาชิกต้องปรับตัว :
            ดังที่กล่าวแล้วว่าสมาชิกอียู 28 ประเทศมีความโปร่งใส มีปัญหาคอร์รัปชันมากน้อยแตกต่างกันไป และเนื่องจากการคอร์รัปชันมีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของอียูโดยรวม กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ อียูจึงตั้งเป้าช่วยเหลือชาติสมาชิกทุกประเทศให้มีความโปร่งใส ลดการคอร์รัปชัน โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับประเทศที่มีปัญหาทุจริตในระดับสูง
            จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเรื่องนี้เกิดขึ้นจากวิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากสหรัฐ ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชาติสมาชิกสหภาพยุโรป ระบบเศรษฐกิจกับภาคธนาคารปั่นป่วน เสถียรภาพของรัฐบาลหลายประเทศสั่นคลอน ผู้คนหลายล้านตกงาน วิกฤตเศรษฐกิจ 2008 จึงส่งผลกระทบต่ออียูโดยตรง แต่เป็นโอกาสให้อียูได้ทบทวนระบบเศรษฐกิจของตน มองเห็นจุดบกพร่อง เป็นโอกาสที่จะได้ปรับปรุงระบบเศรษฐกิจเพื่อเผชิญความท้าทายในอนาคต
            และเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลตระหนักเรื่องความโปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อการใช้จ่ายภาครัฐมากกว่าแต่ก่อน คนยุโรปคาดหวังว่าอียูจะช่วยรัฐสมาชิกขจัดปัญหาเหล่านี้
            เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเงิน 2008 และวางรากฐานเศรษฐกิจเสียใหม่ ในปี 2010 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ ‘Europe 2020’ อันเป็นแผน10 ปีเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของสหภาพยุโรป ให้เศรษฐกิจเติบโตก้าวหน้ามีประสิทธิภาพ ยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ ทุกคนเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ ประชาชนมีงานทำ รักษาสิ่งแวดล้อม แต่การจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาจะเป็นไปไม่ได้หากขาดรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล สังคมที่มีการคอร์รัปชันเพียงเล็กน้อย และจำต้องอาศัยความร่วมมือจากชาติสมาชิกทั้งหมด ต้องเป็นการเข้าสู่เส้นชัยร่วมกัน เพราะวิกฤตเศรษฐกิจของสมาชิกบางประเทศกระทบเป็นลูกโซ่ต่อชาติสมาชิกอื่นๆ

            ถ้าจะมองในแง่ดี สหภาพยุโรปเป็นแรงผลักดันให้ชาติสมาชิกต้องเร่งแก้ปัญหาของตน ให้อยู่ภายใต้มาตรฐานร่วมกับชาติสมาชิกอื่นๆ และที่แน่ๆ คือปัญหาคอร์รัปชันไม่ใช่ปัญหาภายในของแต่ละประเทศอีกต่อไป ชาติสมาชิกที่มีปัญหารุนแรงแต่ไม่ยอมแก้ไขจะถูกเพ่งเล็ง กดดันให้แก้ปัญหา
            ถ้าจะวิเคราะห์แบบลึกๆ ‘E.U. Anti-Corruption Report’ คือการเปิดเผยปัญหาคอร์รัปชันของชาติสมาชิกและให้เห็นภาพรวม ชี้ให้เห็นว่าชาติสมาชิกที่ระบบเศรษฐกิจอ่อนแอ การเมืองไม่มั่นคง มักมีการทุจริตคอร์รัปชันระดับสูงเป็นองค์ประกอบ ดังนั้น การจะแก้ไขปัญหา จะต้องแก้ไขทั้ง 3 ด้านหลักไปพร้อมๆ กัน นี่เป็นมาตรฐานของสหภาพยุโรป เชื่อว่าในอนาคตสหภาพยุโรปจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดประเด็นให้ชาติสมาชิกได้ถกเถียงกันมากขึ้น รายงานชิ้นนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันก็เป็นได้
---------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง
1. คดีทุจริตกล่าวหามาเรียโน ราโคย นายกรัฐมนตรีสเปน
นายมารีโน ราโคย นายกรัฐมนตรีสเปนกับแกนนำพรรคหลายคนกำลังถูกกล่าวหาว่ารับเงินใต้โต๊ะจากบริษัทเอกชนเพื่อแลกกับการได้โครงการก่อสร้างของรัฐ อนุมัติโครงการก่อสร้างต่างๆ ไม่ว่านายกรัฐมนตรีราโคยกับพวกจะถูกตัดสินใจว่าถูกหรือผิด ข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธคือสเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคอร์รัปชันสูง และกลายเป็นต้นเหตุหนึ่งของวิกฤตเศรษฐกิจที่จนถึงวันนี้ยังแก้ไม่ได้

บรรณานุกรม:
1. EUROPE 2020: A strategy for smart, sustainable and inclusive growth. (2010). European Commission. Retrieved from http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=COM:2010:2020:FIN:EN:PDF
2. E.U. Anti-Corruption Report. (2014). European Commission. Retrieved from http://ec.europa.eu/dgs/home-affairs/e-library/documents/policies/organized-crime-and-human-trafficking/corruption/docs/acr_2014_en.pdf
------------------------------

บทความแนะนำ

อี-คอมเมิร์ซที่เชื่อมโยงทั้งอาเซียน

14 พฤศจิกายน 2017 (ปรับปรุง 17 พฤศจิกายน 2017) ชาญชัย คุ้มปัญญา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ในที่ประชุมเอเปก ลีเซียนลุง ( Lee Hsien Loon...