ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ข้อคิดที่ได้จากงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2556 ACT NOW ร่วมกันสู้ กอบกู้อนาคต (1)

7 กันยายน 2556
ชาญชัย คุ้มปัญญา

            องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้รวมพลังจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันเป็นประจำทุกปี ปีนี้เป็นปีที่สองด้วยหัวข้อ “รวมพลังเปลี่ยนประเทศไทย” หรือ “ACT NOW ร่วมกันสู้ กอบกู้อนาคต” เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทยร่วมมือกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ พร้อมปรับเปลี่ยนค่านิยมไม่ยอมรับคอร์รัปชัน
            จุดประสงค์หลัก
            1.เพื่อแจ้งเตือนสังคมไทยได้ตระหนักถึงภัยร้ายของ “มหาวิกฤตคอร์รัปชัน” และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองไท ย อันจะนำไปสู่ความล่มสลายของแผ่นดิน
            2.เพื่อปลุกเร้าสังคมไทยในทุกภาคส่วนให้ลุกขึ้นมาร่วมกันสู้ ลงมือทำเพื่อกอบกู้อนาคตประเทศไทยตั้งแต่วันนี้
            3.เพื่อระดมความคิดเห็นถึงยุทธวิธีของแต่ละภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบและทุกขนาด

          นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ชี้ว่าอุปสรรคสำคัญของการต่อต้านคอร์รัปชันในบ้านเรา คือความเชื่อในสังคมไทยที่ว่าการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่อุปสรรคที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่า คือการยอมรับการคอร์รัปชัน หากตนเองได้ประโยชน์ หรือไม่ได้รับผลกระทบ
            สถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีแต่ทรงกับทรุดลงและกำลังก้าวสู่มหาวิกฤติคอร์รัปชัน เพราะมีการบูรณาการอย่างกว้างขวาง มีเครือข่ายทั้งระดับชาติ ท้องถิ่น นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ สื่อมวลชน องค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ



            ปัจจัยการคอร์รัปชันที่ยังไม่สามารถยับยั้ง 4 ประการ
            1.ความไม่จริงจังของรัฐบาล และฝ่ายบริหารที่จะป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างถาวร
            รัฐบาลมีนโยบายต่อรัฐสภาและต่อที่ประชุมสาธารณะว่าให้ความสำคัญต่อนโยบายและยุทธศาสตร์ป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของภาครัฐ แต่ปัจจุบันยังไม่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์
            2.ความเห็นแก่ตัวของนักธุรกิจ ภาวะสมยอม จำยอม ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
            วิ่งเต้นเพื่อให้ได้งาน ได้เงิน ก้าวสู่วงจรอุบาทว์ด้วยความไม่เต็มใจ เพื่อความอยู่รอดของตนเอง
            3.ข้าราชการซื้อขายตำแหน่ง คนดีถูกกลั่นแกล้ง
            ข้าราชการดีๆ ถูกกลั่นแกล้ง ผลการวิจัยของสถาบันการศึกษาหลายแห่ง พบว่าในวงราชการมีการซื้อตำแหน่งมากมาย ตำแหน่งสำคัญๆ ซื้อขายด้วยตัวเลขถึง 7 หลัก แน่นอนว่าเมื่อได้ตำแหน่งย่อมต้องถอนทุนคืน การทำหน้าที่จึงไม่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่เพื่อเครือญาติ พวกพ้อง เจ้านาย
            4.ปัญหาความยากลำบากในการทำงานของสื่อมวลชน
            การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการติดตาม ขุดคุ้ย ประเด็นทุจริตคอร์รัปชันให้ประชาชนได้รับรู้ ซึ่งพบว่าสื่อส่วนหนึ่งที่ตรงไปตรงในการทำหน้าที่จะถูกกลั่นแกล้ง

            ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ  เสนอแนะว่า ในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในระยะยาว ต้องเน้นการสร้างจิตสำนึก เน้นความใส่ใจในการต่อต้านคอร์รัปชัน และปฏิเสธการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ เพราะหากเกิดปัญหาคอร์รัปชันต่อเนื่องไปในอนาคตเชื่อว่าประเทศไทยคงจะล้มสลายได้
            "สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและความเชื่อ ต้องไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ และเชื่อมั่นว่าการต่อสู้เอาชนะคอร์รัปชันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันทำอย่างจริงจังตั้งแต่วินาทีนี้"



ข้อคิดที่ได้:
            1. คอร์รัปชันลดลง ถ้าตัวเราต่อต้าน
            ความเชื่อที่ว่าสังคมไทยแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้ ทำให้หลายคนยอมแพ้ต่อการคอร์รัปชัน อาจแสดงออกด้วยการไม่สนใจ ปล่อยปละละเลย หรือมุ่งสนใจตัวเอง ล้อมรั้วป้องกันตนเองและครอบครัว ไม่สนใจมีส่วนร่วมต่อต้านคอร์รัปชัน
            เป็นอีกเหตุผลสำคัญทำให้แนวร่วมกลุ่มคนต่อต้านคอร์รัปชันไม่มีพลังเท่าที่ควร ต้องเริ่มแก้ทัศนคติว่าแก้ได้ไม่หมด แต่ทำให้ลดน้อยลงได้ ทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นได้ การล้อมรั้วป้องกันตนเองและครอบครัวไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะการคอร์รัปชันส่งผลต่อทุกคนทั้งทางตรงทางอ้อมและจะรุนแรงมากขึ้นหากแก้ไขไม่ได้ผล
            2. มือใครยาวสาวได้สาวเอา
            ผลที่ตามมาจากข้อแรกอีกประการหนึ่งคือ บางคนเข้าร่วมมีส่วนในกระบวนการคอร์รัปชันด้วย การคอร์รัปชันเกิดขึ้นในทุกกลุ่มทุกวงการ ตั้งแต่ระดับล่างถึงระดับบน
            คนที่ได้รับประโยชน์จากการคอร์รัปชันจึงมีไม่น้อย และอาจเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าอดีต เห็นว่าเป็นเรื่องที่มือใครยาวสาวได้สาวเอา
            3. เปลี่ยนวิธีคิด แปลงแนวทางแก้ไข
            การคอร์รัปชันได้พัฒนาให้ซับซ้อน ตรวจสอบยาก มีระบบป้องกันตรวจจับ การจับผู้กระทำผิดจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
            แท้ที่จริงเราหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือสังคมน่าจะประเมินได้ไม่ยากว่า ประเด็นการจับผู้กระทำเรื่องคอร์รัปชันมาลงโทษได้ผลมากน้อยเพียงใด คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของคดี คิดเป็นมูลค่าร้อยละเท่าไรของตัวเลขจำนวนเงินที่ทุจริต เพื่อประเมินว่าต้องปรับปรุงหรือเปลี่ยนยุทธศาสตร์ต่อต้านคอร์รัปชันอย่างไร
            4. สี่ปัญหารูปธรรม ที่ยังแก้ไม่ได้
            ปัจจัยการคอร์รัปชันที่นำเสนอทั้ง 4 ข้อล้วนเป็นเรื่องเก่า เกิดขึ้นมานานแล้ว
            เหมือนนิทานเรื่องเก่าเล่าใหม่ แต่ดุเดือดเผ็ดมันกว่าเดิม บางคนอาจได้ยินได้ฟังซ้ำจนชาชินไปแล้ว ชี้ว่ามีผู้รู้ปัญหา แต่ยังแก้ไขไม่ได้
            5. ผู้มีความหวัง ยืนหยัดอยู่ได้ ร่วมใจสามัคคี
            นายประมนต์ สุธีวงศ์ เสนอแนะว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากเปลี่ยนทัศนคติ เชื่อว่าปัญหาสามารถแก้ไข ไม่ยอมรับการคอร์รัปชัน ทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมแรง
            ต้องมีความหวัง มีความเข้มแข็ง ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่คอร์รัปชัน แสวงหาความร่วมมืออย่างไม่สิ้นสุด สามัคคีคือพลัง
------------------

บรรณานุกรม:
1. ชี้สังคมไทยเข้าสู่ยุค มหาวิกฤตคอร์รัปชัน, เดลินิวส์, วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2556 เวลา 16:34 น., http://www.dailynews.co.th/businesss/231272
2. ‘ประมนต์ชี้คอร์รัปชันมีทรง-ทรุด เผยรัฐบาลไม่จริงใจปราบปราม, แนวหน้า, วันศุกร์ ที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2556, 19.56 น., http://www.naewna.com/politic/67529
3. หวั่นไทยกำลังก้าวสู่วิกฤติคอร์รัปชัน, กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, วันที่ 6 กันยายน 2556 19:45, http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20130906/528214/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99.html
-------------------------------------


โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ออกกำลังกาย เพื่ออายุยืนยาวและเป็นสุข

สถานการณ์การออกกำลังกายโลกไม่ดีขึ้น เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง องค์การอนามัยจึงออกโรงเตือนอีกครั้ง บางบริษัท สถานศึกษาบางแห่งมีกิจกรรมออกกำลังกายทุกวัน เป็นตัวอย่างที่ดี

ทุกวันนี้ผู้ใหญ่กว่า 1,400 ล้านคนทั่วโลกเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังร้ายแรงเพราะใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย ออกกำลังน้อย เมื่อป่วยแล้วจะส่งผลต่อสุขภาพจิต คุณภาพชีวิตแย่ลง ไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ถ้าเป็นการออกกำลังกายแบบไม่ใช้แรงมาก เช่น เดินเร็ว (brisk walking) ว่ายน้ำ และออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 75 นาทีถ้าเป็นแบบใช้แรงมาก เช่น วิ่ง กีฬาที่เล่นเป็นทีม งานวิจัยที่สำรวจ 168 ประเทศพบว่า แม้หลายปีที่ผ่านมาหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรส่งเสริมสุขภาพต่างๆ พยายามชี้ชวนให้คนออกกำลังกาย แต่สถานการณ์โดยรวมไม่ดีขึ้น คนส่วนใหญ่ยังใช้แรงหรือมีกิจกรรมทางกายในระดับเท่าสมัยปี 2001 ประชากรราว 1,400 ล้านคน (27.5 เปอร์เซ็นต์ อายุ 18 ปีขึ้นไป) หรือราว 1 ใน 4 ของโลกจึงอยู่ในภาวะออกกำลังกายน้อยเกินไป องค์การอนามัยโลกมีเป้าหมายลดจำนวนผู้ออกกำลังกายน้อยได้ให้ร้อยละ 1…

อีโบลาระบาดจริงอีกครั้งที่คองโก

รัฐบาลคองโกประกาศภัยเชื้ออีโบลาระบาด พบผู้เสียชีวิตใกล้ 40 รายแล้ว ข่าวดีคือองค์การอนามัยโลกให้ความช่วยเหลือใกล้ชิด มีวัคซีนป้องกันโรค แต่เขตระบาดอยู่ในพื้นที่สงครามยากต่อการควบคุม

กระทรวงสาธารณสุขประเทศคองโกแถลงเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมว่ามีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus) เพิ่มอีก 2 ราย รวมแล้วการระบาดรอบใหม่พบผู้เสียชีวิตแล้ว 36 ราย
ล่าสุด ข้อมูลเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 105 รายแล้ว แม้จะมีระบบควบคุมกักกันโรค ให้วัคซีนวันละ 400-600 ราย ที่แย่ที่สุดคือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดเชื้อด้วย

องค์การอนามัยโลกแถลงว่าสายพันธุ์ที่ระบาดเป็นสายพันธุ์รุนแรงที่สุด อัตราเสียชีวิตสูงสุด ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไป ดีที่เป็นสายพันธุ์เดิมที่มีวัคซีนป้องกัน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ระบาดอยู่ในแถบภาคเหนือเขตไม่สงบ มีการปะทะกันด้วยอาวุธสงครามของกองกำลังต่างๆ เป็นอีกสาเหตุที่การควบคุมโรคยากลำบากขึ้นมาก อะไรคือโรคอีโบลา : โรคอีโบลา (Ebola virus disease หรือ EVD) คือโรคติดเชื้อไวรัสเฉียบพลันชนิดหนึ่ง ยังไม่มียารักษา ผู้ป่วยมีอัตราเสียชีวิตสูง ผู้ติดเชื้อจะเริ่มต้นด้วยอาการคล้ายหวัดหลายอย่าง …

เด็กติดเกมติดเน็ต ควรแก้ที่เด็กหรือผู้ใหญ่

สังคมกังวลเมื่อเด็กติดเกมติดเน็ตมากขึ้นทุกที พ่อแม่หลายคนห่วงลูกที่ผลการเรียนแย่ลง กรณีร้ายแรงคือกลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน ควบคุมตัวเองไม่ได้ คำถามคือใครที่ทำให้เด็กติดเกมติดเน็ต

รายงานกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นล่าสุดระบุว่านักเรียนมัธยมต้นกับมัธยมปลายทุก 1 ใน 7 คนกำลังเผชิญปัญหาจากการติดอินเทอร์เน็ต (Internet addiction)สถิตินี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กเหล่านี้ไม่สนใจเรียนหนังสือ ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เป็นข้อมูลสำรวจเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2017 พบว่าเด็กนักเรียนญี่ปุ่นราว 930,000 คนติดเกมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ในขณะที่เมื่อ 5 ปีก่อนมีเพียง 400,000 รายเท่านั้น  โรคติดอินเทอร์เน็ต : โรคติดอินเทอร์เน็ตหรือ Internet Addiction Disorder (IAD) เป็นการ “เสพติด” (an addiction) คือยิ่งเล่นยิ่งอยากเล่นต่อ สูญเสียการควบคุมตัวเอง ระบบประสาทและสมองผิดปกติ การติดเน็ตรวมทุกกิจกรรมที่ทำผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น การท่องเว็บ ดูหนังโป๊ คุยในห้องแชท ส่งข้อความไปมา เล่นเกมในเน็ต ฯลฯ อาจเป็นการใช้เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ โรคติดอินเทอร์เน็ต ไม่เพียงทำลายสุขภาพผู้เล่นอินเทอร์เน็ต ทำให้ระบบประสาท…