ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

คดีทุจริตกล่าวหามาเรียโน ราโคย นายกรัฐมนตรีสเปน

4 สิงหาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6117 วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2556, http://www.ryt9.com/s/tpd/1706171)

            ต้นปีที่ผ่านมานายมาเรียโน ราโคยนายกรัฐมนตรีสเปนตกเป็นข่าวอื้อฉาวเมื่อหนังสือพิมพ์เอล ปาอีส สื่อรายสำคัญเริ่มแฉเรื่องทุจริตที่เกี่ยวกับเขาและอีกหลายคนในพรรค โดยตีพิมพ์เอกสารบัญชีลับที่เขียนด้วยลายมือของนายลูอีส บาร์เซนัส อดีตเหรัญญิกพรรค เนื้อหาส่วนหนึ่งของเอกสารระบุการจ่ายเงินแก่เจ้าหน้าที่ระดับแกนนำพรรคหลายคนตั้งแต่ปี 1990 การใช้จ่ายจำนวนมากมายที่ไม่ได้รายงานตามกฎหมาย เอกสารดังกล่าวยังระบุแหล่งที่มาของเงินว่ามาจากบริษัทหรือนักธุรกิจคนใด
            นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าเงินเหล่านี้คือเงินที่บริษัทเอกชนให้แก่พรรคการเมืองอย่างลับๆ เพื่อแลกกับการได้รับโครงการก่อสร้างของภาครัฐหรือการอนุมัติโครงการก่อสร้างต่างๆ เอกสารลับแสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีราโคยได้รับเงินกว่า 332,000 ยูโรช่วงระหว่างปี 1987-2008
            ข้อกล่าวหาดังกล่าวจึงเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรงที่ไม่กระทบต่อตัวนายกฯ ราโคยเท่านั้น แต่ยังพัวพันถึงแกนนำพรรคอีกหลายคนที่มีชื่ออยู่ในเอกสารลับ หากที่สุดของคดีพิพากษาว่ามีความผิดแกนนำสำคัญของพรรคคงต้องติดคุกกันเกือบทั้งหมด

            ในช่วงแรกนายบาร์เซนัสปฏิเสธว่าลายมือในเอกสารไม่ใช่ลายมือของตน เช่นเดียวกับที่นายอัลวาโร ลาปัวร์ตาอดีตเหรัญญิกของพรรคอีกคนที่ออกมายืนยันว่าพรรคไม่เคยมีบัญชีลับที่ลงเงินบริจาคและแจกจ่ายให้สมาชิกพรรค และไม่เคยให้เป็นเงินสด ไม่มีบัญชีที่จดบันทึกเงินที่บริษัทให้เกินกฎหมายกำหนด และตัวนายกฯ ราโคยกล่าวปฏิเสธยืนยันว่าไม่เคยรับเงินที่ผิดกฎหมายแม้แต่ครั้งเดียว
            กลางเดือนกรกฎาคม หลังศาลได้ดำเนินการสืบสวนไต่สวนมาระยะหนึ่ง นายบาร์เซนัสก็ให้การกับผู้พิพากษายอมรับว่าเขาได้ให้เงินที่ไม่ได้รายงานตามกฎหมายแก่นายกรัฐมนตรีราโคยกับคนอื่นๆ ดังนั้น ข้อมูลในชั้นนี้แม้ยังไม่สามารถสรุปชัดว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร แต่ชี้ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายแน่นอน ทั้งตัวนายกฯ ราโคยและแกนนำคนอื่นๆ ในพรรค

ผลกระทบต่อประเทศสเปนโดยรวม:
            ผลจากข่าวคดีอื้อฉาวดังกล่าวส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจหลายอย่าง ทันทีที่มีข่าวทำให้ดัชนีตลาดหุ้นลดลงอย่างรวดเร็ว อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสเปนอายุ 10 ปีดีดตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 5.44 แต่หากวิเคราะห์อย่างเป็นระบบแล้วพบว่าการคอร์รัปชัน หายนะอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ วิกฤตภาคการเงินธนาคาร วิกฤตเศรษฐกิจประเทศ ตลอดจนปัญหาคนว่างงานล้วนเชื่อมโยงกัน
            ย้อนหลังกลับไปเพียงสิบปีเศษ เศรษฐกิจสเปนเติบโตอย่างมากในช่วงต้นสหัสวรรษใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งภาครัฐภาคเอกชนต่างมีโครงการก่อสร้างมากมาย แต่แล้วในปี 2007 ก็พบว่าประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์เข้าขั้นวิกฤต ตามมาด้วยบรรดาธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อแก่โครงการเหล่านั้น ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องนับพันกิจการต่างพากันล้มละลาย ส่วนที่เหลืออยู่ก็มีหนี้สินเต็มตัว

            สาเหตุที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ธุรกิจงานก่อสร้างเติบโตเกินขนาดจนกลายเป็นฟองสบู่เนื่องจากการทุจริตคอร์รัปชัน การจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้รับงานก่อสร้างหรือแลกกับการอนุมัติงานก่อสร้าง ภาครัฐทั้งรัฐบาลกลางกับท้องถิ่นใช้จ่ายในโครงการก่อสร้างที่ไม่คุ้มค่า ยกตัวอย่างเช่น ที่เมือง Tardienta ใน Aragon ซึ่งมีพลเมืองราว 1 พันคนได้สร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงที่มีผู้โดยสารเพียงวันละ 22 คน ที่เมือง Huesca ใน Pyrenees ได้สร้างสนามบินแห่งใหม่ในราคา 40 ล้านยูโรที่มีเครื่องบินพาณิชย์เพียง 4 เที่ยงบินในรอบสามเดือนที่เปิดให้บริการ
            เมื่อเศรษฐกิจฟองสบู่แตก บรรดาธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อแก่โครงการก็เริ่มมีปัญหาตามมา เกิดหนี้ NPL มากมาย พร้อมๆ กับหนี้สินภาครัฐที่เพิ่มขึ้นมาก จนถึงทุกวันนี้ธนาคารยังอยู่ระหว่างแก้ปัญหาหนี้ NPL จากภาคอสังหาริมทรัพย์

            ปัญหาคนว่างงานคือปัญหาที่มาพร้อมกับวิกฤตเศรษฐกิจ ในช่วงที่ธุรกิจก่อสร้างกำลังเฟื่องฟู คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยพากันมาทำงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ต้องการแรงงานอย่างเร่งด่วน แต่แรงงานเหล่านี้ต้องตกงานทันทีเมื่อฟองสบู่แตก ประเทศสเปนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราคนว่างงานสูงสุดในสหภาพยุโรป (รองจากกรีซเท่านั้น) มีอัตราคนว่างงานถึงร้อยละ 26.3 หรือเท่ากับทุก 4 คนจะมีคนว่างงานหนึ่งคน ผลจากฟองสบู่แตกในตอนนั้นยังส่งผลต่อการจ้างงานในวันนี้ และกระทบต่อแรงงานรุ่นใหม่มากที่สุด พบว่าผู้คนหนุ่มสาวของสเปน (อายุต่ำกว่า 25 ปี) ตกงานถึงร้อยละ 56.1

            นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าในอีกสองปีข้างหน้าหากเศรษฐกิจประเทศยังอยู่ในภาวะถดถอย ธนาคารอีกหลายแห่งจะมีปัญหามากกว่าที่เป็นอยู่ และเห็นว่ารัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาด้วยการรัดเข็มขัด ไม่มองผลกระทบด้านอื่นๆ ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะตลาดแรงงาน และควรให้ความเอาใจใส่ต่อธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็ก ในขณะที่รัฐบาลกลับพยายามสร้างภาพบวก ชี้ว่าภาวะยากลำบากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว
            ไม่น่าเชื่อว่าผลจากการขาดการควบคุมการใช้จ่ายการก่อสร้างเพียงไม่กี่ปีก็นำสเปนสู่ภาวะวิกฤต ส่งผลต่อประเทศอย่างกว้างขวางจนถึงทุกวันนี้ ในทางกลับกันหากทั้งภาครัฐภาคเอกชนควบคุมการใช้จ่ายควบคุมการลงทุน ปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชันเพื่อให้โครงการก่อสร้างเดินหน้า สเปนก็ไม่ต้องประสบปัญหาวิกฤตในขณะนี้

การทุจริตที่เป็นกระบวนการ:
            Eurobarometer หน่วยงานสำรวจความคิดเห็นประชาชนของสหภาพยุโรปเปิดเผยรายงานเมื่อต้นปี 2013 พบว่าชาวสเปนร้อยละ 78 เชื่อว่านักการเมืองใช้ตำแหน่งเพื่อแสวงหาประโยชน์เข้าตัวเอง หนังสือพิมพ์เอล ปาอีสให้ข้อมูลว่าผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 95 เชื่อว่าพรรคการเมืองพยายามปกปิดการคอร์รัปชันและปกป้องสมาชิกพรรคแทนที่จะลงโทษคนเหล่านี้
            ในมุมมองของประชาชนทั่วไป นักการเมืองมักเป็นต้นเหตุของปัญหาอยู่เสมอ แต่แท้จริงแล้วการคอร์รัปชันไม่ได้จำกัดอยู่ในเฉพาะกลุ่มนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจทางการเมืองเท่านั้น การมุ่งกล่าวโทษเฉพาะคนบางกลุ่มคงไม่ถูกต้องนัก อาจารย์ Fernando Jiménez Sánchez จากมหาวิทยาลัย University of Murcia อธิบายพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันในสเปนว่าปัจจุบันกระทำเป็นกระบวนการครบวงจรขนาดใหญ่ ทุกคนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะถูกดึงมาอยู่ในกระบวนการไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน นายธนาคาร นักกฎหมาย ข้าราชการเดินหนังสือ ผู้รับเหมาก่อสร้าง จนถึงนักการเมืองไม่ว่าจะสังกัดพรรคใด โดยมีบุคคลทำหน้าที่เป็นนายหน้าหรือคนกลางติดต่อประสานงานจัดแจงเรื่องอยู่เบื้องหลัง
            ดังนั้น การทุจริตในปัจจุบันจึงทำเป็นกระบวนการที่มีการจัดองค์กร กระทำอย่างเป็นระบบ เกี่ยวข้องกับคนทุกภาคส่วน เป็นเรื่องของการจัดสรรผลประโยชน์และระบบอุปถัมภ์

            เรื่องที่น่าสลดใจกว่านั้นคือในสภาพที่สังคมเต็มไปด้วยการทุจริต การเล่นพวกเล่นพ้อง หลายคนไม่อยากเห็นสังคมในสภาพดังกล่าวเห็นว่าการคอร์รัปชันทำลายประเทศ แต่เพื่อความอยู่รอดของตัวเองชาวสเปนจำนวนไม่น้อยมุ่งใช้เวลาใช้เงินทองที่ตนมีเพื่อสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่หรือใครก็ตามที่สามารถให้ประโยชน์แก่ตน กลายเป็นค่านิยมหรือระบบสังคมที่เป็นเช่นนั้น
            สภาพสังคมสเปนจึงพัฒนามาถึงขั้นที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยทุกวิถีทาง บางคนถึงขั้นพยายามหาทางมีส่วนทุจริตอย่างออกหน้าออกตา

คำปฏิเสธของนายกฯ ราโคย:
            ล่าสุดนายมาเรียโน ราโคย นายกรัฐมนตรีกล่าวชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาว่าตัวเขาและผู้นำคนอื่นๆ ในพรรคไม่เคยได้รับเงินที่ใส่ซองจากนายลูอีส บาร์เซนัส ที่เชื่อกันว่าคือเงินที่บริษัทเอกชนให้แก่พรรคเพื่อแลกกับการได้รับสัญญาก่อสร้าง และอธิบายว่าเงินที่ได้รับนั้นคือเงินเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินเดือนที่พรรคจ่ายให้ เช่น เป็นเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นโบนัสแก่เจ้าหน้าที่อาวุโส ทั้งยังกล่าวว่าเขาได้เสียภาษีรายได้ทุกบาทที่ได้รับอย่างครบถ้วน ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดใดๆ และ “จะไม่ลาออกหรือจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด”
            คำปฏิเสธของนายกฯ ราโคยเท่ากับว่าเรื่องที่พรรคมีบัญชีลับ นำเงินที่รับจากเอกชนมาแจกจ่ายแก่แกนนำพรรค หลักฐานบัญชี เอกสารต่างๆ เป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายนายราโคยกับแกนนำพรรค ดังนั้น นายกฯ ราโคยจึงต้องลุกขึ้นปกป้องพรรค ปกป้องชื่อเสียงตัวเองในฐานะผู้นำรัฐบาล ยืนหยัดเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป

            แม้นายกฯ ราโคยจะออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องการใส่ร้ายป้ายสี แต่คดีความยังคงดำเนินต่อไป ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน มีอีกหลายคนต้องขึ้นให้การ ต้องอธิบายที่มาที่ไปของเงินที่ศาลตรวจพบว่าอยู่ในบัญชีลับต่างๆ หลายธนาคาร
            เมื่อนายกฯ ราโคยยืนยันความบริสุทธิ์ของตนถึงขนาดนี้ เชื่อว่าจะไม่ลาออกหรือยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าด้วยการมีเสียงข้างมากในสภาเชื่อว่านายราโคยจะดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระอย่างแน่นอน

            แต่ที่สุดแล้ว ไม่ว่านายกรัฐมนตรีราโคยกับพวกจะถูกตัดสินใจว่าถูกหรือผิด ข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธคือสเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคอร์รัปชันสูง และกลายเป็นต้นเหตุหนึ่งของวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังอยู่ระหว่างการแก้ไข หากรัฐบาลจัดการปัญหาผิดพลาดจะไม่เพียงกระทบต่อเศรษฐกิจตนเอง แต่จะกระทบต่อเศรษฐกิจสหภาพยุโรปและต่อโลก เนื่องจากสเปนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของสหภาพยุโรป รองจากเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร และใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลก โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสเปนเท่ากับ 1 ล้านล้านยูโร ซึ่งใหญ่เป็น 4 เท่าของ GDP ของไทย
            การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศสเปนจึงส่งผลต่อเศรษฐกิจสังคมสเปน เศรษฐกิจสหภาพยุโรปและต่อเศรษฐกิจโลกไม่ว่าที่สุดแล้วนายกรัฐมนตรีราโคยกับพวกจะถูกพิพากษาต้องรับโทษหรือไม่
---------------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 16 ก.ค. 9.00 น.) จำเลยที่เป็นอดีตคนกลางรับเงินจ่ายเงินลับๆ ให้การกับศาลยอมรับว่าเคยให้เงินแก่นายกฯ ราโคย พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯ สเปนลาออกทันที แต่ตัวนายกฯ ยืนยันว่าตนบริสุทธิ์

บรรณานุกรม:
1. Rajoy on slush fund: “It is all untrue, except for some things”, EL PAÍS, 4 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/04/inenglish/1359996476_669894.html
2. PP secret accounts man faces anticorruption prosecutor’s questions, EL PAÍS, 6 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/06/inenglish/1360157612_782800.html
3. Former PP treasurer Lapuerta denies existence of secret party accounts, EL PAÍS, 7 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/07/inenglish/1360240760_398674.html
4. Spain's Rajoy Accused Of Receiving Illegal Cash Payments As Corruption Scandal Widens, Forbes, 4 February 2013, http://www.forbes.com/sites/afontevecchia/2013/02/04/spains-rajoy-accused-of-receiving-illegal-cash-payments-as-corruption-scandal-widens/
5. Socialists demand PM resign after more slush fund details emerge, EL PAÍS, 3 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/03/inenglish/1359918901_728247.html
6. Former PP treasurer admits to authorship of secret accounting ledgers, EL PAÍS, 15 July 2013, http://elpais.com/elpais/2013/07/15/inenglish/1373895042_993397.html
7. Spain's Rajoy Accused Of Receiving Illegal Cash Payments As Corruption Scandal Widens, Forbes, 4 February 2013, http://www.forbes.com/sites/afontevecchia/2013/02/04/spains-rajoy-accused-of-receiving-illegal-cash-payments-as-corruption-scandal-widens/
8. Spain: Is corruption scandal the last straw? The Foreign Report, 11 February 2013, http://www.theforeignreport.com/2013/02/11/spain-is-corruption-scandal-the-last-straw/
9. Crisis of Faith: Doubts Grow Over Spanish Reforms, Spiegel Online, 31 July 2013, http://www.spiegel.de/international/europe/doubt-grows-in-reforms-of-rajoy-government-in-spain-a-913866.html)
10. Spain's town hall meltdown, The Independent, Monday 31 October 2011, http://www.independent.co.uk/news/world/europe/spains-town-hall-meltdown-2377789.html,
Access 31 October 2011
11. Euro area unemployment rate at 12.1%, Eurostat Newsrelease, 31 July 2013, http://epp.eurostat.ec.europa.eu/cache/ITY_PUBLIC/3-31072013-BP/EN/3-31072013-BP-EN.PDF
12. Rajoy Rejects Calls for Resignation From Opposition, The Wall Street Journal, 1 August 2013,
http://online.wsj.com/article/SB10001424127887324136204578641520309032526.html
13. Rajoy says he won’t resign or call elections over Bárcenas case, EL PAÍS, 1 August 2013, http://elpais.com/elpais/2013/08/01/inenglish/1375368802_290323.html
14. กองยุโรป 2, วิกฤตเศรษฐกิจในประเทศสเปน, 05 September 2012, http://news.thaieurope.net/content/view/3977/122/
---------------------------

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

INDEEM

INDEEM (อินดีม) เป็นเครือข่ายผู้บริโภค เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา สมาชิกไม่ต้องขายสินค้า เพื่อซื้อกินซื้อใช้แล้วบอกต่อ ได้ใช้สินค้าคุณภาพ พร้อมโอกาสทำกำไร สามารถทำเป็นธุรกิจ อาชีพเสริม
INDEEM(อินดีม) สินค้าคุณภาพ ใช้ดีแล้วบอกต่อ เพิ่มโอกาสเพิ่มรายได้ เครือข่ายที่ให้ความสำคัญกับสมาชิกทุกคน
คุณก้อง อรรฆรัตน์ นิติพล ผู้ผลิตรายการอายุน้อยร้อยล้าน ประธานกรรมการ บริษัท INDEEM GROUP คุณก้อง อรรฆรัตน์ นิติพล ดารา นักแสดง พิธีกร ผู้บริหารบริษัท Mushroom Television และ Garlic Group Television ผู้ผลิตรายการอายุน้อยร้อยล้าน เปรี้ยวปาก และรายการอื่นๆ กว่าร้อยรายการ
และวันนี้...กับการโฟกัสบริหารธุรกิจที่ มีโอกาสช่วยให้คนมากมายประสบความสำเร็จ จากช่องว่างที่ท่านมองเห็น จากประสบการณ์ของท่าน ที่ต้องการจะผลักดันธุรกิจไทย ไปสู่ตลาดโลกจึงได้ก่อกำเนิด INDEEM GROUP ในฐานะประธานกรรมการบริหาร ฟังวิสัยทัศน์ของ คุณก้อง อรรฆรัตน์ นิติพล ประธาน INDEEM
ธุรกิจเครือข่ายใหม่ ที่มีโอกาสทำเงินสูงมาก ด้วยเหตุผลคือ 1.ไม่ได้ขายสินค้า แต่ซื้อใช้สินค้าคุณภาพ
ใช้ดีแล้วบอกต่อ
2.เจ้าของเป็นพิธีกรชื่อดังของไทย
อยู่ในวงก…

สาระน่ารู้

ปั่นจักรยานไปทำงาน ได้เงิน ได้สุขภาพได้สิ่งแวดล้อม จะดีแค่ไหนหากปั่นจักรยานไปทำงาน ได้เงิน ได้สุขภาพ ได้สิ่งแวดล้อม โครงการดีๆ จากบริษัทเอกชนที่เห็นความสำคัญและลงมือทำจริง
อันตรายจากโทรศัพท์มือถือและข้อแนะนำ
กรมสาธารณสุขแคลิฟอร์เนีย (CDPH) เตือนอันตรายจากโทรศัพท์มือถือ ขอให้ประชาชนลดการใช้และพยายามให้อยู่ไกลตัว แม้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่เสียงเตือนให้ระวังดังขึ้นเรื่อยๆ การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า


วิธีรักษาสมาธิ ขณะต้องรับผิดชอบงานหลายอย่างพร้อมกัน เริ่มจากการเห็นภาพรวมงานทั้งหมดก่อน วางแผนตารางงาน ทำงานที่สำคัญที่สุดก่อนและทำทีละงาน มีระบบป้องกันสิ่งรบกวน พัฒนาตัวเองต่อเนื่องและรักษาเวลา

สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์กับพลังงานแสงอาทิตย์ แม้เป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ทุ่มทุนก่อสร้างระบบพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หวังให้เป็นพลังงานหลักในอนาคต เพราะระบบพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนแปลง
“สีโซลาร์” (Solar paint)
ทุกคนรู้จักการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ ในอนาคตสีทาบ้านทารถจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ทุกบ้านทุกอาคาร รถทุกคันจะเรียกใช้ “สีโซลาร์” และอื่นๆ ที่มากกว…

passive income เพิ่มรายได้ เพิ่มเวลาให้กับชีวิต

พาสซีฟอินคัม (passive income) สร้างรายได้ต่อเนื่องทุกวันทุกเดือน สะสมเพิ่มวันละนิด เก็บกินตลอดชีวิต ถึงลูกถึงหลาน มีเวลาสำหรับเรื่องอื่นๆ นอกเหนือทำงานหาเลี้ยงชีพ
หวังร่ำรวยต้องมีรายรับมากกว่ารายจ่าย รู้จักนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ลงทุนขยายความมั่งคั่ง จนถึงจุดหนึ่งมีทรัพย์สินมากพอจนไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้เพียงพอ เช่นนี้เรียกว่า มีเสรีภาพทางการเงิน ผู้มีเสรีภาพทางการเงิน มักมี “พาสซีฟอินคัม” (passive income) คือ มีรายได้แม้ไม่ต้องทำงาน เช่น ได้รับบำเหน็จบำนาญ หรือมีรายได้ที่งอกเงยจากทรัพย์สิน ธุรกิจบางประเภท การจะได้เสรีภาพทางการเงินเป็นเรื่องเป็นไปได้ เพียงต้องอาศัยเวลา ความพยายาม และตั้งใจจริง การสร้างรายได้แบ่งเป็น 2-3 ประเภทใหญ่ๆ ที่คนส่วนใหญ่ทำคือ การลงมือลงแรงทำ หรือที่เรียกว่า active income ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือนายจ้างต่างอยู่ในประเภทนี้ หลายคนเคยสร้างรายได้ด้วยวิธีนี้ บางคนทำงานมาแล้ว 30-40ปี และยังทำอยู่ วันใดหากหยุดงานรายได้จะหยุดไปด้วย passive income คือการใช้ทรัพย์สินสร้างรายได้เพิ่ม เช่น เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ การเป็นหุ้นส่วนกิจการบางประเภทที่ทำงานอัตโนมัติ บางคนพูดว่าถ้ามี pa…