วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คดีทุจริตกล่าวหามาเรียโน ราโคย นายกรัฐมนตรีสเปน

4 สิงหาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6117 วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2556, http://www.ryt9.com/s/tpd/1706171)

            ต้นปีที่ผ่านมานายมาเรียโน ราโคยนายกรัฐมนตรีสเปนตกเป็นข่าวอื้อฉาวเมื่อหนังสือพิมพ์เอล ปาอีส สื่อรายสำคัญเริ่มแฉเรื่องทุจริตที่เกี่ยวกับเขาและอีกหลายคนในพรรค โดยตีพิมพ์เอกสารบัญชีลับที่เขียนด้วยลายมือของนายลูอีส บาร์เซนัส อดีตเหรัญญิกพรรค เนื้อหาส่วนหนึ่งของเอกสารระบุการจ่ายเงินแก่เจ้าหน้าที่ระดับแกนนำพรรคหลายคนตั้งแต่ปี 1990 การใช้จ่ายจำนวนมากมายที่ไม่ได้รายงานตามกฎหมาย เอกสารดังกล่าวยังระบุแหล่งที่มาของเงินว่ามาจากบริษัทหรือนักธุรกิจคนใด
            นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าเงินเหล่านี้คือเงินที่บริษัทเอกชนให้แก่พรรคการเมืองอย่างลับๆ เพื่อแลกกับการได้รับโครงการก่อสร้างของภาครัฐหรือการอนุมัติโครงการก่อสร้างต่างๆ เอกสารลับแสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีราโคยได้รับเงินกว่า 332,000 ยูโรช่วงระหว่างปี 1987-2008
            ข้อกล่าวหาดังกล่าวจึงเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรงที่ไม่กระทบต่อตัวนายกฯ ราโคยเท่านั้น แต่ยังพัวพันถึงแกนนำพรรคอีกหลายคนที่มีชื่ออยู่ในเอกสารลับ หากที่สุดของคดีพิพากษาว่ามีความผิดแกนนำสำคัญของพรรคคงต้องติดคุกกันเกือบทั้งหมด

            ในช่วงแรกนายบาร์เซนัสปฏิเสธว่าลายมือในเอกสารไม่ใช่ลายมือของตน เช่นเดียวกับที่นายอัลวาโร ลาปัวร์ตาอดีตเหรัญญิกของพรรคอีกคนที่ออกมายืนยันว่าพรรคไม่เคยมีบัญชีลับที่ลงเงินบริจาคและแจกจ่ายให้สมาชิกพรรค และไม่เคยให้เป็นเงินสด ไม่มีบัญชีที่จดบันทึกเงินที่บริษัทให้เกินกฎหมายกำหนด และตัวนายกฯ ราโคยกล่าวปฏิเสธยืนยันว่าไม่เคยรับเงินที่ผิดกฎหมายแม้แต่ครั้งเดียว
            กลางเดือนกรกฎาคม หลังศาลได้ดำเนินการสืบสวนไต่สวนมาระยะหนึ่ง นายบาร์เซนัสก็ให้การกับผู้พิพากษายอมรับว่าเขาได้ให้เงินที่ไม่ได้รายงานตามกฎหมายแก่นายกรัฐมนตรีราโคยกับคนอื่นๆ ดังนั้น ข้อมูลในชั้นนี้แม้ยังไม่สามารถสรุปชัดว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร แต่ชี้ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายแน่นอน ทั้งตัวนายกฯ ราโคยและแกนนำคนอื่นๆ ในพรรค

ผลกระทบต่อประเทศสเปนโดยรวม:
            ผลจากข่าวคดีอื้อฉาวดังกล่าวส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจหลายอย่าง ทันทีที่มีข่าวทำให้ดัชนีตลาดหุ้นลดลงอย่างรวดเร็ว อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสเปนอายุ 10 ปีดีดตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 5.44 แต่หากวิเคราะห์อย่างเป็นระบบแล้วพบว่าการคอร์รัปชัน หายนะอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ วิกฤตภาคการเงินธนาคาร วิกฤตเศรษฐกิจประเทศ ตลอดจนปัญหาคนว่างงานล้วนเชื่อมโยงกัน
            ย้อนหลังกลับไปเพียงสิบปีเศษ เศรษฐกิจสเปนเติบโตอย่างมากในช่วงต้นสหัสวรรษใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งภาครัฐภาคเอกชนต่างมีโครงการก่อสร้างมากมาย แต่แล้วในปี 2007 ก็พบว่าประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์เข้าขั้นวิกฤต ตามมาด้วยบรรดาธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อแก่โครงการเหล่านั้น ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องนับพันกิจการต่างพากันล้มละลาย ส่วนที่เหลืออยู่ก็มีหนี้สินเต็มตัว

            สาเหตุที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ธุรกิจงานก่อสร้างเติบโตเกินขนาดจนกลายเป็นฟองสบู่เนื่องจากการทุจริตคอร์รัปชัน การจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้รับงานก่อสร้างหรือแลกกับการอนุมัติงานก่อสร้าง ภาครัฐทั้งรัฐบาลกลางกับท้องถิ่นใช้จ่ายในโครงการก่อสร้างที่ไม่คุ้มค่า ยกตัวอย่างเช่น ที่เมือง Tardienta ใน Aragon ซึ่งมีพลเมืองราว 1 พันคนได้สร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงที่มีผู้โดยสารเพียงวันละ 22 คน ที่เมือง Huesca ใน Pyrenees ได้สร้างสนามบินแห่งใหม่ในราคา 40 ล้านยูโรที่มีเครื่องบินพาณิชย์เพียง 4 เที่ยงบินในรอบสามเดือนที่เปิดให้บริการ
            เมื่อเศรษฐกิจฟองสบู่แตก บรรดาธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อแก่โครงการก็เริ่มมีปัญหาตามมา เกิดหนี้ NPL มากมาย พร้อมๆ กับหนี้สินภาครัฐที่เพิ่มขึ้นมาก จนถึงทุกวันนี้ธนาคารยังอยู่ระหว่างแก้ปัญหาหนี้ NPL จากภาคอสังหาริมทรัพย์

            ปัญหาคนว่างงานคือปัญหาที่มาพร้อมกับวิกฤตเศรษฐกิจ ในช่วงที่ธุรกิจก่อสร้างกำลังเฟื่องฟู คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยพากันมาทำงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ต้องการแรงงานอย่างเร่งด่วน แต่แรงงานเหล่านี้ต้องตกงานทันทีเมื่อฟองสบู่แตก ประเทศสเปนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราคนว่างงานสูงสุดในสหภาพยุโรป (รองจากกรีซเท่านั้น) มีอัตราคนว่างงานถึงร้อยละ 26.3 หรือเท่ากับทุก 4 คนจะมีคนว่างงานหนึ่งคน ผลจากฟองสบู่แตกในตอนนั้นยังส่งผลต่อการจ้างงานในวันนี้ และกระทบต่อแรงงานรุ่นใหม่มากที่สุด พบว่าผู้คนหนุ่มสาวของสเปน (อายุต่ำกว่า 25 ปี) ตกงานถึงร้อยละ 56.1

            นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าในอีกสองปีข้างหน้าหากเศรษฐกิจประเทศยังอยู่ในภาวะถดถอย ธนาคารอีกหลายแห่งจะมีปัญหามากกว่าที่เป็นอยู่ และเห็นว่ารัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาด้วยการรัดเข็มขัด ไม่มองผลกระทบด้านอื่นๆ ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะตลาดแรงงาน และควรให้ความเอาใจใส่ต่อธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็ก ในขณะที่รัฐบาลกลับพยายามสร้างภาพบวก ชี้ว่าภาวะยากลำบากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว
            ไม่น่าเชื่อว่าผลจากการขาดการควบคุมการใช้จ่ายการก่อสร้างเพียงไม่กี่ปีก็นำสเปนสู่ภาวะวิกฤต ส่งผลต่อประเทศอย่างกว้างขวางจนถึงทุกวันนี้ ในทางกลับกันหากทั้งภาครัฐภาคเอกชนควบคุมการใช้จ่ายควบคุมการลงทุน ปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชันเพื่อให้โครงการก่อสร้างเดินหน้า สเปนก็ไม่ต้องประสบปัญหาวิกฤตในขณะนี้

การทุจริตที่เป็นกระบวนการ:
            Eurobarometer หน่วยงานสำรวจความคิดเห็นประชาชนของสหภาพยุโรปเปิดเผยรายงานเมื่อต้นปี 2013 พบว่าชาวสเปนร้อยละ 78 เชื่อว่านักการเมืองใช้ตำแหน่งเพื่อแสวงหาประโยชน์เข้าตัวเอง หนังสือพิมพ์เอล ปาอีสให้ข้อมูลว่าผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 95 เชื่อว่าพรรคการเมืองพยายามปกปิดการคอร์รัปชันและปกป้องสมาชิกพรรคแทนที่จะลงโทษคนเหล่านี้
            ในมุมมองของประชาชนทั่วไป นักการเมืองมักเป็นต้นเหตุของปัญหาอยู่เสมอ แต่แท้จริงแล้วการคอร์รัปชันไม่ได้จำกัดอยู่ในเฉพาะกลุ่มนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจทางการเมืองเท่านั้น การมุ่งกล่าวโทษเฉพาะคนบางกลุ่มคงไม่ถูกต้องนัก อาจารย์ Fernando Jiménez Sánchez จากมหาวิทยาลัย University of Murcia อธิบายพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันในสเปนว่าปัจจุบันกระทำเป็นกระบวนการครบวงจรขนาดใหญ่ ทุกคนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะถูกดึงมาอยู่ในกระบวนการไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน นายธนาคาร นักกฎหมาย ข้าราชการเดินหนังสือ ผู้รับเหมาก่อสร้าง จนถึงนักการเมืองไม่ว่าจะสังกัดพรรคใด โดยมีบุคคลทำหน้าที่เป็นนายหน้าหรือคนกลางติดต่อประสานงานจัดแจงเรื่องอยู่เบื้องหลัง
            ดังนั้น การทุจริตในปัจจุบันจึงทำเป็นกระบวนการที่มีการจัดองค์กร กระทำอย่างเป็นระบบ เกี่ยวข้องกับคนทุกภาคส่วน เป็นเรื่องของการจัดสรรผลประโยชน์และระบบอุปถัมภ์

            เรื่องที่น่าสลดใจกว่านั้นคือในสภาพที่สังคมเต็มไปด้วยการทุจริต การเล่นพวกเล่นพ้อง หลายคนไม่อยากเห็นสังคมในสภาพดังกล่าวเห็นว่าการคอร์รัปชันทำลายประเทศ แต่เพื่อความอยู่รอดของตัวเองชาวสเปนจำนวนไม่น้อยมุ่งใช้เวลาใช้เงินทองที่ตนมีเพื่อสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่หรือใครก็ตามที่สามารถให้ประโยชน์แก่ตน กลายเป็นค่านิยมหรือระบบสังคมที่เป็นเช่นนั้น
            สภาพสังคมสเปนจึงพัฒนามาถึงขั้นที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยทุกวิถีทาง บางคนถึงขั้นพยายามหาทางมีส่วนทุจริตอย่างออกหน้าออกตา

คำปฏิเสธของนายกฯ ราโคย:
            ล่าสุดนายมาเรียโน ราโคย นายกรัฐมนตรีกล่าวชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาว่าตัวเขาและผู้นำคนอื่นๆ ในพรรคไม่เคยได้รับเงินที่ใส่ซองจากนายลูอีส บาร์เซนัส ที่เชื่อกันว่าคือเงินที่บริษัทเอกชนให้แก่พรรคเพื่อแลกกับการได้รับสัญญาก่อสร้าง และอธิบายว่าเงินที่ได้รับนั้นคือเงินเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินเดือนที่พรรคจ่ายให้ เช่น เป็นเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นโบนัสแก่เจ้าหน้าที่อาวุโส ทั้งยังกล่าวว่าเขาได้เสียภาษีรายได้ทุกบาทที่ได้รับอย่างครบถ้วน ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดใดๆ และ “จะไม่ลาออกหรือจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด”
            คำปฏิเสธของนายกฯ ราโคยเท่ากับว่าเรื่องที่พรรคมีบัญชีลับ นำเงินที่รับจากเอกชนมาแจกจ่ายแก่แกนนำพรรค หลักฐานบัญชี เอกสารต่างๆ เป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายนายราโคยกับแกนนำพรรค ดังนั้น นายกฯ ราโคยจึงต้องลุกขึ้นปกป้องพรรค ปกป้องชื่อเสียงตัวเองในฐานะผู้นำรัฐบาล ยืนหยัดเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป

            แม้นายกฯ ราโคยจะออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องการใส่ร้ายป้ายสี แต่คดีความยังคงดำเนินต่อไป ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน มีอีกหลายคนต้องขึ้นให้การ ต้องอธิบายที่มาที่ไปของเงินที่ศาลตรวจพบว่าอยู่ในบัญชีลับต่างๆ หลายธนาคาร
            เมื่อนายกฯ ราโคยยืนยันความบริสุทธิ์ของตนถึงขนาดนี้ เชื่อว่าจะไม่ลาออกหรือยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าด้วยการมีเสียงข้างมากในสภาเชื่อว่านายราโคยจะดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระอย่างแน่นอน

            แต่ที่สุดแล้ว ไม่ว่านายกรัฐมนตรีราโคยกับพวกจะถูกตัดสินใจว่าถูกหรือผิด ข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธคือสเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคอร์รัปชันสูง และกลายเป็นต้นเหตุหนึ่งของวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังอยู่ระหว่างการแก้ไข หากรัฐบาลจัดการปัญหาผิดพลาดจะไม่เพียงกระทบต่อเศรษฐกิจตนเอง แต่จะกระทบต่อเศรษฐกิจสหภาพยุโรปและต่อโลก เนื่องจากสเปนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของสหภาพยุโรป รองจากเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร และใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลก โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสเปนเท่ากับ 1 ล้านล้านยูโร ซึ่งใหญ่เป็น 4 เท่าของ GDP ของไทย
            การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศสเปนจึงส่งผลต่อเศรษฐกิจสังคมสเปน เศรษฐกิจสหภาพยุโรปและต่อเศรษฐกิจโลกไม่ว่าที่สุดแล้วนายกรัฐมนตรีราโคยกับพวกจะถูกพิพากษาต้องรับโทษหรือไม่
---------------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 16 ก.ค. 9.00 น.) จำเลยที่เป็นอดีตคนกลางรับเงินจ่ายเงินลับๆ ให้การกับศาลยอมรับว่าเคยให้เงินแก่นายกฯ ราโคย พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯ สเปนลาออกทันที แต่ตัวนายกฯ ยืนยันว่าตนบริสุทธิ์

บรรณานุกรม:
1. Rajoy on slush fund: “It is all untrue, except for some things”, EL PAÍS, 4 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/04/inenglish/1359996476_669894.html
2. PP secret accounts man faces anticorruption prosecutor’s questions, EL PAÍS, 6 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/06/inenglish/1360157612_782800.html
3. Former PP treasurer Lapuerta denies existence of secret party accounts, EL PAÍS, 7 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/07/inenglish/1360240760_398674.html
4. Spain's Rajoy Accused Of Receiving Illegal Cash Payments As Corruption Scandal Widens, Forbes, 4 February 2013, http://www.forbes.com/sites/afontevecchia/2013/02/04/spains-rajoy-accused-of-receiving-illegal-cash-payments-as-corruption-scandal-widens/
5. Socialists demand PM resign after more slush fund details emerge, EL PAÍS, 3 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/03/inenglish/1359918901_728247.html
6. Former PP treasurer admits to authorship of secret accounting ledgers, EL PAÍS, 15 July 2013, http://elpais.com/elpais/2013/07/15/inenglish/1373895042_993397.html
7. Spain's Rajoy Accused Of Receiving Illegal Cash Payments As Corruption Scandal Widens, Forbes, 4 February 2013, http://www.forbes.com/sites/afontevecchia/2013/02/04/spains-rajoy-accused-of-receiving-illegal-cash-payments-as-corruption-scandal-widens/
8. Spain: Is corruption scandal the last straw? The Foreign Report, 11 February 2013, http://www.theforeignreport.com/2013/02/11/spain-is-corruption-scandal-the-last-straw/
9. Crisis of Faith: Doubts Grow Over Spanish Reforms, Spiegel Online, 31 July 2013, http://www.spiegel.de/international/europe/doubt-grows-in-reforms-of-rajoy-government-in-spain-a-913866.html)
10. Spain's town hall meltdown, The Independent, Monday 31 October 2011, http://www.independent.co.uk/news/world/europe/spains-town-hall-meltdown-2377789.html,
Access 31 October 2011
11. Euro area unemployment rate at 12.1%, Eurostat Newsrelease, 31 July 2013, http://epp.eurostat.ec.europa.eu/cache/ITY_PUBLIC/3-31072013-BP/EN/3-31072013-BP-EN.PDF
12. Rajoy Rejects Calls for Resignation From Opposition, The Wall Street Journal, 1 August 2013,
http://online.wsj.com/article/SB10001424127887324136204578641520309032526.html
13. Rajoy says he won’t resign or call elections over Bárcenas case, EL PAÍS, 1 August 2013, http://elpais.com/elpais/2013/08/01/inenglish/1375368802_290323.html
14. กองยุโรป 2, วิกฤตเศรษฐกิจในประเทศสเปน, 05 September 2012, http://news.thaieurope.net/content/view/3977/122/
---------------------------

บทความแนะนำ

อี-คอมเมิร์ซที่เชื่อมโยงทั้งอาเซียน

14 พฤศจิกายน 2017 (ปรับปรุง 17 พฤศจิกายน 2017) ชาญชัย คุ้มปัญญา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ในที่ประชุมเอเปก ลีเซียนลุง ( Lee Hsien Loon...