วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ว่าด้วยหมาเฝ้าบ้าน ตอน น้ำขึ้นให้รีบ ‘เห่า’

11 พฤศจิกายน 2556
ชาญชัย คุ้มปัญญา
            สถานการณ์การต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นพลังสังคมอันยิ่งใหญ่ เป็นประโยชน์ต่อการต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นโอกาสที่หายาก ในโอกาสนี้จะขอเสนอความคิดส่วนตัวเพื่อให้พลังของผู้เสียสละผู้มจิตสาธารณะก่อประโยชน์ต่อสังคมสูงสุดโดยเฉพาะเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน

ประเมินสถานการณ์: เมื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน จุดติด’:
            สถานการณ์ตอนนี้กลุ่มพลังต่างๆ ได้ออกมากเคลื่อนไหวเนื่องด้วยต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม คนส่วนใหญ่ยอมรับแล้วว่าจุดติด
            การล้มพ.ร.บ.ช่วยให้ภาพการต่อต้านคอร์รัปชันดูดีขึ้น แต่ยังไม่แก้รากฐานสังคม อีกทั้งการเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังต่างๆ มีเป้าหมายระยะกลางระยะยาวที่ต่างออกไป ทิศทางการขับเคลื่อนในอนาคตของแต่ละกลุ่มจะหันเหออกไปสู่เป้าหมายของตนมากขึ้นเรื่อยๆ
            ภายในไม่กี่วันวุฒิสภาอาจล้มพ.ร.บ.หรือประเด็นพ.ร.บ.อาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุดของการเคลื่อนไหวอีกต่อไป โจทย์ที่หมาเฝ้าบ้านควรคิดคือกลุ่มจะเคลื่อนไหวต่ออย่างไรถ้าร่างพ.ร.บ.ล้มไปแล้วหรือกลุ่มพลังเดินหน้าสู่เป้าหมายใหม่ เพื่อจะทำให้เกิดการปฏิรูปต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

เน้นยุทธศาสตร์ “เฉพาะหน้า”:
            การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินอีกยาวไกล ในระหว่างนี้ที่สังคมมีกระแสต่อต้านคอร์รัปชันภายใต้บริบทบางอย่าง หมาเฝ้าบ้านควรให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ “เฉพาะหน้า”
            1.รักษาจุดยืน ตระหนักเสมอว่าการต่อต้านคอร์รัปชันเป็นมากกว่าการล้มร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในขณะที่กลุ่มพลังต่างๆ มีเป้าหมายระยะยาวของตนเอง ตอกย้ำให้สังคมร่วมต่อต้านคอร์รัปชันมากกว่าเพียงการล้มล้างพ.ร.บ.
            2.รักษากระแสอย่างต่อเนื่อง รักษากระแสในพื้นที่สื่อ (ไม่ว่าจะสื่อหลักหรือสื่อทางเลือก)
            3.สร้างผลลัพธ์ที่จะคงทนถาวร เช่น
                        3.1 เกิดการปฏิรูปเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน ให้เป็นวาระร่วมของประเทศ วาระร่วมของกลุ่มพลังต่างๆ
                        3.2 สร้างแนวร่วมเครือข่ายทั้งที่มีอยู่เดิมและที่เข้ามาร่วมใหม่ให้มีคุณภาพและปริมาณขึ้น ระยะนี้มีผู้แสดงตัวชัดเจนว่าต่อต้านคอร์รัปชัน คนเหล่านี้น่าจะกลุ่มคนเป้าหมาย

ตัวแทนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันยื่นหนังสือคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมต่อสถานทูตอเมริกา

แผนภาคปฏิบัติ:
            1.ปรับแผนให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์เฉพาะหน้า
            แผนปฏิบัติ: ในระยะนี้ต้องทุ่มเททรัพยากร กำลังคนให้กับยุทธศาสตร์เฉพาะหน้าก่อน หรือต้องปรับแผนเดิมให้เข้ากับยุทธศาสตร์เฉพาะหน้า
            2.ขยายแนวร่วม สร้างเครือข่าย
            แผนปฏิบัติ: จัดเวทีสัมมนาทั่วทุกภูมิภาค สภากาแฟของกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มอาจารย์ เวทีประชาชนทุกแห่งที่มีความพร้อม ร่วมคิดหรือสร้างปฏิญญาต่อต้านคอร์รัปชัน การปฏิรูปสู่สังคมไร้คอร์รัปชัน
            จัดตั้งกลุ่มใหญ่กลุ่มย่อย จัดในกลุ่มคนทุกประเภท เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีสิทธิ์เข้าร่วม และทำให้การต่อต้านคอร์รัปชันกระจายไปทุกกลุ่มทุกจุด
            ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสร้างเครือข่าย และไม่รู้ว่าต้องรออีกนานเพียงใดจึงจะมีกระแสแรงเช่นนี้อีก สมาชิกหมาเฝ้าบ้านแต่ละคนควรฉวยโอกาสนี้ออกแรงให้มากที่สุด สร้างเครือข่ายให้มากที่สุด

            3. ปฏิญญาต่อต้านคอร์รัปชันและแผนการปฏิรูปเพื่อสังคมปลอดคอร์รัปชัน
            ให้พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง กลุ่มข้าราชการสังกัดต่าง กลุ่มธุรกิจ องค์กรต่างๆ ชุมนุม ประชาชนทั่วไป ร่วมกันคิดเพื่อประกาศปฏิญญาต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปเพื่อสังคมที่ปลอด (ลด) คอร์รัปชัน
            ปฏิญญาต่อต้านคอร์รัปชัน มี 2 แบบ
            แบบ1 เป็นความสมัครใจ คิดเอง ตัดสินใจเอง เช่น คนในชุมชนหรือหมู่ได้ตัดสินใจร่วมกันว่าจะเป็นชุมนมต่อต้านคอร์รัปชัน หน่วยงานภาครัฐไม่ยอมรับใต้โต๊ะ
            แบบ2 แบบที่ทำตามข้อเสนอ เงื่อนไขของหมาเฝ้าบ้าน ในแบบที่ 2 นี้เน้นกลุ่มเป้าหมายที่มหาเฝ้าบ้านเรียกร้องให้ประกาศ เช่น พรรคการเมืองต่างๆ กลุ่มธุรกิจ ฯลฯ
            ตัวอย่างข้อเสนอเงื่อนไขของหมาเฝ้าบ้าน เช่น การปรับเปลี่ยนระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การให้องค์กรภาคประชาชนมีบทบาทมีส่วนร่วมในการตรวจสอบเฝ้าระวัง ฯลฯ
            แน่นอนว่าพลังจากแนวร่วมเครือข่ายของหมาเฝ้าบ้านจะเป็นอีกแรงผลักดันกลุ่มการเมืองเห็นด้วยกับการประกาศปฏิญญา ปฏิรูปสังคมไร้คอร์รัปชัน

            ดังที่กล่าวในบทความก่อนว่าหมาเฝ้าบ้านไม่ใช่พระเอกขี่ม้าขาว แต่หากการทำหน้าที่ของเรามีประสิทธิภาพ จะช่วยให้กลุ่มอื่นๆ ในสังคมลุกขึ้นมาแสดงบทบาทของเขาเอง ณ วันนี้การต่อต้าน จุดติด แล้ว เรื่องที่ต้องทำต่อไปคือการรักษากระแส การชี้ชวนแนวทางที่ถูกต้องยั่งยืน
            ดังภาษิตโบราณว่า “ตีเหล็กเมื่อยามร้อน” “น้ำขึ้นให้รีบตัก”
---------------
บทความที่เกี่ยวข้อง:


วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ว่าด้วยหมาเฝ้าบ้าน ตอน หลักคิดพื้นฐานหมาเฝ้าบ้าน

24 ตุลาคม 2556
ชาญชัย คุ้มปัญญา
            ในยามที่สังคมไทยอยู่ระหว่างการเผชิญทางแพร่งการแก้ปัญหาหลากหลายด้าน การทุจริตคอร์รัปชันเป็นประเด็นหนึ่งที่สังคมหยิบยกขึ้นมาพูดพร้อมกับประเด็นอื่นๆ ในโอกาสนี้จะขอเสนอความคิดส่วนตัวว่าด้วยหมาเฝ้าบ้าน
            ก่อนจะไปถึงหมาเฝ้าบ้านต้องพูดถึงองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ที่หมาเฝ้าบ้านสังกัดอยู่ โดยชื่อองค์กรได้ประกาศชัดว่ามีบทบาทเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชันโดยเฉพาะ ไม่มีบทบาทรักษาสิ่งแวดล้อมโลก ไม่มีบทบาทแก้ไขปัญหาเด็กเร่ร่อนหรือแก้ปัญหายาเสพติด แม้ว่าโดยความเป็นมนุษย์เราจำต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม สงสารเด็กเร่ร่อน ตระหนักว่ายาเสพติดเป็นปัญหาร้ายแรงไม่ยิ่งหย่อนกว่าปัญหาคอร์รัปชัน
            องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเป็นองค์กรภาคประชาชนที่มีบทบาทชัดเจน เช่นเดียวกับกรีนพีซ มูลนิธิเด็ก หรือองค์กรต่อต้านยาเสพติด เป็นหลักการแบ่งแยกกันทำงานตามความสนใจ ตามความถนัด เพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญในภารกิจของตน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

            หมาเฝ้าบ้านก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน ผู้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครที่ต่างมีภารกิจประจำอยู่แล้ว แต่ด้วยจิตสาธารณะ ด้วยความปรารถนาดีต่อสังคมจึงอาสาตัวเข้ามามีส่วน หวังแบ่งเวลาส่วนหนึ่งเพื่อร่วมกันอาสา ร่วมกับองค์กรในการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างมียุทธศาตร์ มีเอกภาพ

            เพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในที่นี้ขอเสนอความเห็นเบื้องต้นสองสามข้อเพื่อเป็นหลักคิดพื้นฐานของหมาเฝ้าบ้าน ดังนี้
            ข้อแรก ไม่แบกโลกไว้คนเดียว
            หลักคิดข้อแรกคือหมาเฝ้าบ้านต้องไม่คิดว่าตนคือผู้แบกความรับผิดชอบการต่อต้านคอร์รัปชันทั้งหมดไว้แต่ผู้เดียว เพราะไม่สอดคล้องกับความจริง ไม่สามารถทำได้ ในทางตรงข้ามต้องยึดมั่นว่าตนเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของสังคม เป็นกลไกหนึ่งของสังคมเท่านั้น ต้องพยายามแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ องค์กรอื่นๆ พยายามแสวงหาแนวร่วมให้มากที่สุด
            อาสาสมัครหมาเฝ้าบ้านไม่ใช่พระเอกขี่ม้าขาว เป็นเพียงคนธรรมดาที่อยากมีส่วนร่วมมากบ้างน้อยบ้างตามบริบทของตน

            ข้อสอง ส่งเสริมความเชี่ยวชาญ
            การทุจริตคอร์รัปชันนับวันจะยิ่งซับซ้อน เพราะผู้กระทำผิดได้เรียนรู้ ได้พัฒนาวิธีการของตนให้ยากแก่การจับผิด ในขณะที่ระบบการป้องปรามตรวจสอบได้พัฒนาให้มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน
            แน่นอนว่าทุกคนสามารถเป็นอาสาสมัครหมาเฝ้าบ้าน ไม่จำกัดความรู้และประสบการณ์ แต่ละคนสามารถแสดงบทบาทของตนได้ สังคมต้องการให้มีอาสาสมัครมากที่สุดเท่าที่จะมีได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งสมาชิกหมาเฝ้าบ้านควรพัฒนาความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้ตนมีขีดความสามารถในการต่อต้านคอร์รัปชันสูงสุด เป็นประโยชน์ต่อองค์กรและภาพรวมการต่อต้านคอร์รัปชันให้มากที่สุด
            สมาชิกหมาเฝ้าบ้านสามารถเลือกที่จะแสดงบทบาทตามความรู้ความเข้าใจที่มีอยู่ และสามารถเป็นสมาชิกที่พัฒนาความรู้ความสามารถจนเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้

            ข้อสาม การต่อสู้ทางการเมืองกับหมาเฝ้าบ้าน
            การต่อสู้ทางการเมือง การช่วงชิงอำนาจทางการเมืองเป็นเรื่องปกติของสังคม ประวัติศาสตร์โลกหลายพันปีเต็มไปด้วยเรื่องราวเหล่านี้ การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยต้องการและส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
            การทุจริตคอร์รัปชันเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเอ่ยถึงอยู่เสมอในทางการเมือง การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็จะมีหัวข้อนี้ การรัฐประหารมักจะมีเรื่องนี้เป็นเหตุผลรวมอยู่ด้วย

            บทบาทหลักที่เหมาะสมของหมาเฝ้าบ้านคือ การป้องปราม การเฝ้าระวังเหตุ การส่งเสริมให้มีอาสาสมัครมาร่วมด้วยช่วยกันให้มากที่สุด ทำให้สังคมตื่นรู้ ตื่นตัวและร่วมกันต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นส่วนหนึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์องค์กรที่มีบทบาทครอบคลุมมากกว่า
            แต่บทบาทหน้าที่ของหมาเฝ้าบ้านดังกล่าวไม่ได้อิงหรือทำหน้าที่เพื่อใคร กลุ่มการเมืองใด หรือเพื่อหน่วยงานใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านคอร์รัปชันโดยตรง

            หากข้อมูลของหมาเฝ้าบ้านเป็นเหตุให้พรรค ก. สามารถโค่นล้มพรรค ข. จะไม่เกี่ยวข้องกับหมาเฝ้าบ้าน เช่นเดียวกับหากมีผู้ทำการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลก็ไม่เกี่ยวข้องกับหมาเฝ้าบ้านเช่นกัน เพราะบทบาท การเปิดเผยข้อมูลของหมาเฝ้าบ้านกระทำเพื่อสาธารณะประโยชน์ ไม่ได้เจาะจงเพื่อใครหรือกลุ่มใดโดยเฉพาะ

            สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่มีองค์กรภาคประชาชนจำนวนนับหมื่นนับแสน มีกลุ่มที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีอาวุธปืนเพราะเห็นว่าจำต้องมีอาวุธสำหรับป้องกันตนเอง กับกลุ่มต่อต้านเพราะเห็นว่าการมีอาวุธทำให้เกิดการยิงกันตายมากขึ้น อเมริกามีกลุ่มส่งเสริมนโยบายประกันสุขภาพ (รัฐบาลใช้งบประมาณสนับสนุนให้ประชาชนสามารถรับบริการรักษาโรค) กับกลุ่มต่อต้านนโยบายดังกล่าวเพราะเห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ เป็นปัญหาแก่ประเทศในระยะยาว
            ในสังคมหนึ่งๆ จึงมีหลากหลายความคิด ประชาชนทุกคนมีสิทธิเลือกสนับสนุนตามกลุ่มที่ตนเห็นชอบ และหมาเฝ้าบ้านควรเป็นกลุ่มอาสาสมัครที่มุ่งให้ความสนใจกับการต่อต้านคอร์รัปชันเพื่อประโยชน์ของทุกคนทุกฝ่าย ไม่จำกัดตนเองแม้มีแรงกดดันจากภายนอก

            ดังที่กล่าวแล้วว่าหมาเฝ้าบ้านไม่ใช่พระเอกขี่ม้าขาว แต่หากการทำหน้าที่ของเรามีประสิทธิภาพ จะช่วยให้กลุ่มอื่นๆ ในสังคมลุกขึ้นมาแสดงบทบาทของเขาเอง
---------------


วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

ว่าด้วยหมาเฝ้าบ้าน ตอนปฏิบัติการ ‘ถ่าย’ แล้ว ‘เห่า’

16 กันยายน 2556
ชาญชัย คุ้มปัญญา
            วันนี้สมาชิกหมาเฝ้าบ้านบางส่วนได้ไปให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ “หมาเฝ้าบ้าน” เป็นกิจกรรมหนึ่งของป.ป.ช. จึงขออนุญาตนำบางส่วนเท่าที่จำได้มานำเสนอ และเพิ่มเนื้อหารายละเอียด ส่วนใหญ่คือความคิดเห็นของผู้เขียน


            คำถาม ในฐานะคนไทยคิดว่าต้องมีส่วนช่วยต่อต้านคอร์รัปชันหรือไม่
            ตอบ กฎหมายไม่ได้บังคับว่าคนไทยต้องมีส่วนร่วมต่อต้านคอร์รัปชัน แต่พลเมืองที่ดีจำต้องมีส่วนร่วม คนไทยต้องมีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคม ดังคำกล่าวว่าสังคมน่าอยู่เพราะคนในสังคมช่วยกัน ในทางกลับกันเราไม่ควรมัวแต่โทษคนอื่น ถ้าเราไม่พยายามมีส่วนช่วย
            เคยมีผู้เปรียบว่า หากเปรียบสังคมไทยเหมือนแม่วัวตัวหนึ่ง คนจำนวนมากมาเอาประโยชน์จากแม่วัวตัวนี้ โดยไม่สนใจเลี้ยงบำรุงแม่วัวดังกล่าว นับวันแม่วัวตัวนี้กำลังผอมแห้งลงไปทุกทีและทุกคนยากลำบากมากขึ้น
            การคอร์รัปชันไม่ส่งผลเสียต่อลูกหลานเท่านั้น แต่ได้ส่งผลในทุกวันนี้อยู่แล้ว คิดง่ายๆ ว่าสินค้าบริการต่างๆ มีต้นทุนการคอร์รัปชันรวมอยู่ในนั้น ราคาสินค้าบริการต่างๆ ต้องถูกกว่านี้แน่นอนถ้าสังคมปลอดคอร์รัปชัน

            คำถาม คิดนานไหมกว่าจะเข้ามาร่วมงานกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน หมาเฝ้าบ้าน
            ตอบ เดิมสนใจและในอดีตเคยร่วมงานกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันอื่นมากแล้ว เมื่อเห็นโครงการหมาเฝ้าจึงไม่ลังเลที่จะร่วมงาน คิดว่าเป็นโอกาสดีที่จะร่วมงานกับองค์กรฯ และตลอดสองปีนี้ก็ได้ร่วมกิจกรรมขององค์กรฯ หลายครั้งทั้งที่องค์กรฯ เป็นเจ้าภาพและที่หน่วยงานอื่นๆ เป็นเจ้าภาพ

            คำถาม การอบรมเชิงปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านมีประโยชน์อย่างไร
            ตอบ การอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ให้ประโยชน์ใน 2 ด้านใหญ่ คือ ด้านทักษะความรู้ กับด้านจิตใจ
            ด้านทักษะความรู้ การอบรมฯ ได้แนะนำสอนให้เป็นหมาที่รู้จักดมกลิ่น รู้จักสังเกตความผิดปกติ มีแนวทางที่จะหาข้อมูล จนสามารถเขียนเป็นรายงานสั้นๆ เพื่อนำเสนอ การอบรมยังได้ฝึกทักษะให้ลองปฏิบัติงานในพื้นที่จริง เก็บข้อมูลตรงจากชาวบ้าน ทำให้มีความรู้ความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น
            ด้านจิตใจ การอบรมฯ ทำให้รู้จักเพื่อน พี่น้อง ที่มีความตั้งใจเดียวกัน มีความหวัง มีความฝันเดียวกันที่อยากเห็นประเทศไทยปลอดคอร์รัปชัน ช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจ เป็นจุดเริ่มของการรู้จักเพื่อนๆ พี่น้องใหม่ๆ
            หลายคนที่ได้ร่วมอบรมรุ่นเดียวกัน ปัจจุบันยังติดต่อร่วมงานกันอยู่ และได้รู้จักเพื่อนที่เข้ามาใหม่ๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
           
            คำถาม คิดว่าสื่อโซเชียลมีเดียช่วยได้อย่างไร
            ตอบ สื่อโซเชียลมีเดียเป็นเหมือนกระบอกเสียง หอกระจายข่าว และยังเป็นที่ประสานงานพี่น้องทั่วประเทศ
            หากต้องการใช้สื่อฯ เพื่อการป้องปราม ให้ความรู้ประชาชน ควรนำเสนอประเด็นที่คนกำลังสนใจ นำเสนอเรื่องที่มีความรู้ความเข้าใจ
            สมาชิกหมาเฝ้าบ้านมีหลากหลายสาขาอาชีพ สมาชิกเกือบทั้งหมดเป็นวัยทำงานขึ้นไป มากด้วยความรู้และประสบการณ์ แต่ละคนมีข้อมูลส่วนตัว มีประสบการณ์ตรง สามารถนำเสนอประเด็นต่างๆ ได้เกือบครอบคลุมทุกด้าน ในอนาคตเมื่อสมาชิกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จะสามารถพร้อมใจกัน เห่า เรื่องเดียวกันจากหลายๆ พื้นที่ ดังนั้น หมาเฝ้าบ้านจึงเป็นกลไกที่จะมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ
            ส่วนผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ตรงในประเด็นนั้นๆ สามารถช่วย เห่า ด้วยการแชร์ข้อมูล
            ยุทธศาสตร์การใช้สื่อจึงต้องยึดหลัก คัดประเด็นเด่น รวมพลังเป็นหนึ่ง เวลาเหมาะสม พร้อมใจกัน เห่า

เรื่องท้าทายและโอกาส:
            1.เรื่องเวลาน้อย
            สมาชิกหมาเฝ้าบ้านทุกคนมีงานประจำ มีภารกิจประจำวันที่ต้องรับผิดชอบ ไม่อาจคาดหวังว่าสมาชิกจะสามารถให้เวลามากตามเท่าที่คาดหวัง เว้นแต่ว่าจะได้ปรึกษากับสมาชิกดังกล่าวเสียก่อนว่าจะสละเวลาส่วนหนึ่งในระยะหนึ่งเพื่องานส่วนรวม
            สองปีที่ผ่านมาสมาชิกหมาเฝ้าบ้านติดต่อผ่านโซเชียลมีเดียเป็นหลัก ทำให้รับทราบข้อมูล ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และช่วยกันเห่า นับว่าเกิดผลในระดับหนึ่งและสามารถสร้างผลงานได้มากขึ้นในอนาคต
            2.เรื่องเวลาว่างไม่ตรงกัน ประสบการณ์สองปี (และอื่นๆ ที่ผ่านมา) พิสูจน์ชัดว่าแต่ละคนว่างไม่ตรงกัน การนัดเพื่อประชุมหรือทำกิจกรรมหนึ่งอย่างพร้อมเพรียงไม่ใช่เรื่องง่าย บ่อยครั้งที่สมาชิกอยากเข้าร่วมกิจกรรมแต่ติดเรื่องเวลาว่างไม่ตรงกัน
            3.เรื่องระยะทาง สมาชิกบางคนเดินทางจากต่างจังหวะเพื่อเข้าร่วมประชุม ร่วมกิจกรรมในกรุงเทพฯ บ้างต้องเดินทางสามสี่ร้อยกิโล เป็นอุปสรรคที่ยังแก้ไม่ตก
            4.เรื่องความคุ้นเคย แม้ทุกคนมีใจตรงกัน มีเป้าหมายเดียวกัน แต่สมาชิกประกอบด้วยหลากหลายอาชีพ หลายวัย ไม่ค่อยมีโอกาสพบตัวจริง ทุกครั้งของการพบปะจึงมักเริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกันก่อน หากสมาชิกแกนหลักมีโอกาสได้พบปะกันเสมอๆ จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ มีผลงานรวดเร็วยิ่งขึ้น

            แท้จริงแล้วทุกคนสามารถเป็นหมาเฝ้าบ้านได้ด้วยตนเอง สมาชิกหลายคนที่ให้สัมภาษณ์วันนี้ต่างกล่าวว่าต้องเริ่มจากการที่ตัวเองไม่คอร์รัปชัน พูดชักจูงให้คนอื่นเห็นความสำคัญของการต่อต้านคอร์รัปชัน เมื่อประสบเหตุสามารถแจ้งเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่การเข้ากลุ่มหมาเฝ้าบ้านจะฝึกให้เรามีส่วนร่วมอย่างมีสติปัญญา มีองค์ความรู้ มีวิธีการที่ได้ผลและปลอดภัย มีเพื่อนเป็นที่ปรึกษาให้กำลังใจ มีผู้สนับสนุน มีโอกาสให้เราได้ร่วมทำสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์และมีคุณค่า
            อนาคตของหมาเฝ้าวันจะมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นลักษณะธรรมชาติของกลุ่มที่ก่อตัว กลุ่มที่รวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มีการอบรมให้ความรู้ มีกิจกรรมมากมาย และได้ร่วมกันสร้างไทยไร้คอร์รัปชัน ส่วนจะค่อยๆ เติบใหญ่หรือไปอย่างรวดเร็วขึ้นกับการสนับสนุนและความร่วมมือของทุกคนทุกฝ่าย

---------------

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

ข้อคิดที่ได้จากงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2556 ACT NOW ร่วมกันสู้ กอบกู้อนาคต (1)

7 กันยายน 2556
ชาญชัย คุ้มปัญญา

            องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้รวมพลังจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันเป็นประจำทุกปี ปีนี้เป็นปีที่สองด้วยหัวข้อ “รวมพลังเปลี่ยนประเทศไทย” หรือ “ACT NOW ร่วมกันสู้ กอบกู้อนาคต” เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทยร่วมมือกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ พร้อมปรับเปลี่ยนค่านิยมไม่ยอมรับคอร์รัปชัน
            จุดประสงค์หลัก
            1.เพื่อแจ้งเตือนสังคมไทยได้ตระหนักถึงภัยร้ายของ “มหาวิกฤตคอร์รัปชัน” และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองไท ย อันจะนำไปสู่ความล่มสลายของแผ่นดิน
            2.เพื่อปลุกเร้าสังคมไทยในทุกภาคส่วนให้ลุกขึ้นมาร่วมกันสู้ ลงมือทำเพื่อกอบกู้อนาคตประเทศไทยตั้งแต่วันนี้
            3.เพื่อระดมความคิดเห็นถึงยุทธวิธีของแต่ละภาคส่วนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบและทุกขนาด

          นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ชี้ว่าอุปสรรคสำคัญของการต่อต้านคอร์รัปชันในบ้านเรา คือความเชื่อในสังคมไทยที่ว่าการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอร์รัปชันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่อุปสรรคที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่า คือการยอมรับการคอร์รัปชัน หากตนเองได้ประโยชน์ หรือไม่ได้รับผลกระทบ
            สถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีแต่ทรงกับทรุดลงและกำลังก้าวสู่มหาวิกฤติคอร์รัปชัน เพราะมีการบูรณาการอย่างกว้างขวาง มีเครือข่ายทั้งระดับชาติ ท้องถิ่น นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ สื่อมวลชน องค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ



            ปัจจัยการคอร์รัปชันที่ยังไม่สามารถยับยั้ง 4 ประการ
            1.ความไม่จริงจังของรัฐบาล และฝ่ายบริหารที่จะป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างถาวร
            รัฐบาลมีนโยบายต่อรัฐสภาและต่อที่ประชุมสาธารณะว่าให้ความสำคัญต่อนโยบายและยุทธศาสตร์ป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของภาครัฐ แต่ปัจจุบันยังไม่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์
            2.ความเห็นแก่ตัวของนักธุรกิจ ภาวะสมยอม จำยอม ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
            วิ่งเต้นเพื่อให้ได้งาน ได้เงิน ก้าวสู่วงจรอุบาทว์ด้วยความไม่เต็มใจ เพื่อความอยู่รอดของตนเอง
            3.ข้าราชการซื้อขายตำแหน่ง คนดีถูกกลั่นแกล้ง
            ข้าราชการดีๆ ถูกกลั่นแกล้ง ผลการวิจัยของสถาบันการศึกษาหลายแห่ง พบว่าในวงราชการมีการซื้อตำแหน่งมากมาย ตำแหน่งสำคัญๆ ซื้อขายด้วยตัวเลขถึง 7 หลัก แน่นอนว่าเมื่อได้ตำแหน่งย่อมต้องถอนทุนคืน การทำหน้าที่จึงไม่เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่เพื่อเครือญาติ พวกพ้อง เจ้านาย
            4.ปัญหาความยากลำบากในการทำงานของสื่อมวลชน
            การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในการติดตาม ขุดคุ้ย ประเด็นทุจริตคอร์รัปชันให้ประชาชนได้รับรู้ ซึ่งพบว่าสื่อส่วนหนึ่งที่ตรงไปตรงในการทำหน้าที่จะถูกกลั่นแกล้ง

            ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ  เสนอแนะว่า ในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในระยะยาว ต้องเน้นการสร้างจิตสำนึก เน้นความใส่ใจในการต่อต้านคอร์รัปชัน และปฏิเสธการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ เพราะหากเกิดปัญหาคอร์รัปชันต่อเนื่องไปในอนาคตเชื่อว่าประเทศไทยคงจะล้มสลายได้
            "สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและความเชื่อ ต้องไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ และเชื่อมั่นว่าการต่อสู้เอาชนะคอร์รัปชันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันทำอย่างจริงจังตั้งแต่วินาทีนี้"



ข้อคิดที่ได้:
            1. คอร์รัปชันลดลง ถ้าตัวเราต่อต้าน
            ความเชื่อที่ว่าสังคมไทยแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้ ทำให้หลายคนยอมแพ้ต่อการคอร์รัปชัน อาจแสดงออกด้วยการไม่สนใจ ปล่อยปละละเลย หรือมุ่งสนใจตัวเอง ล้อมรั้วป้องกันตนเองและครอบครัว ไม่สนใจมีส่วนร่วมต่อต้านคอร์รัปชัน
            เป็นอีกเหตุผลสำคัญทำให้แนวร่วมกลุ่มคนต่อต้านคอร์รัปชันไม่มีพลังเท่าที่ควร ต้องเริ่มแก้ทัศนคติว่าแก้ได้ไม่หมด แต่ทำให้ลดน้อยลงได้ ทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นได้ การล้อมรั้วป้องกันตนเองและครอบครัวไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เพราะการคอร์รัปชันส่งผลต่อทุกคนทั้งทางตรงทางอ้อมและจะรุนแรงมากขึ้นหากแก้ไขไม่ได้ผล
            2. มือใครยาวสาวได้สาวเอา
            ผลที่ตามมาจากข้อแรกอีกประการหนึ่งคือ บางคนเข้าร่วมมีส่วนในกระบวนการคอร์รัปชันด้วย การคอร์รัปชันเกิดขึ้นในทุกกลุ่มทุกวงการ ตั้งแต่ระดับล่างถึงระดับบน
            คนที่ได้รับประโยชน์จากการคอร์รัปชันจึงมีไม่น้อย และอาจเพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่าอดีต เห็นว่าเป็นเรื่องที่มือใครยาวสาวได้สาวเอา
            3. เปลี่ยนวิธีคิด แปลงแนวทางแก้ไข
            การคอร์รัปชันได้พัฒนาให้ซับซ้อน ตรวจสอบยาก มีระบบป้องกันตรวจจับ การจับผู้กระทำผิดจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
            แท้ที่จริงเราหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือสังคมน่าจะประเมินได้ไม่ยากว่า ประเด็นการจับผู้กระทำเรื่องคอร์รัปชันมาลงโทษได้ผลมากน้อยเพียงใด คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของคดี คิดเป็นมูลค่าร้อยละเท่าไรของตัวเลขจำนวนเงินที่ทุจริต เพื่อประเมินว่าต้องปรับปรุงหรือเปลี่ยนยุทธศาสตร์ต่อต้านคอร์รัปชันอย่างไร
            4. สี่ปัญหารูปธรรม ที่ยังแก้ไม่ได้
            ปัจจัยการคอร์รัปชันที่นำเสนอทั้ง 4 ข้อล้วนเป็นเรื่องเก่า เกิดขึ้นมานานแล้ว
            เหมือนนิทานเรื่องเก่าเล่าใหม่ แต่ดุเดือดเผ็ดมันกว่าเดิม บางคนอาจได้ยินได้ฟังซ้ำจนชาชินไปแล้ว ชี้ว่ามีผู้รู้ปัญหา แต่ยังแก้ไขไม่ได้
            5. ผู้มีความหวัง ยืนหยัดอยู่ได้ ร่วมใจสามัคคี
            นายประมนต์ สุธีวงศ์ เสนอแนะว่า การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากเปลี่ยนทัศนคติ เชื่อว่าปัญหาสามารถแก้ไข ไม่ยอมรับการคอร์รัปชัน ทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมแรง
            ต้องมีความหวัง มีความเข้มแข็ง ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่คอร์รัปชัน แสวงหาความร่วมมืออย่างไม่สิ้นสุด สามัคคีคือพลัง
------------------

บรรณานุกรม:
1. ชี้สังคมไทยเข้าสู่ยุค มหาวิกฤตคอร์รัปชัน, เดลินิวส์, วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2556 เวลา 16:34 น., http://www.dailynews.co.th/businesss/231272
2. ‘ประมนต์ชี้คอร์รัปชันมีทรง-ทรุด เผยรัฐบาลไม่จริงใจปราบปราม, แนวหน้า, วันศุกร์ ที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2556, 19.56 น., http://www.naewna.com/politic/67529
3. หวั่นไทยกำลังก้าวสู่วิกฤติคอร์รัปชัน, กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, วันที่ 6 กันยายน 2556 19:45, http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20130906/528214/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9B%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99.html
-------------------------------------


วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คดีทุจริตกล่าวหามาเรียโน ราโคย นายกรัฐมนตรีสเปน

4 สิงหาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6117 วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2556, http://www.ryt9.com/s/tpd/1706171)

            ต้นปีที่ผ่านมานายมาเรียโน ราโคยนายกรัฐมนตรีสเปนตกเป็นข่าวอื้อฉาวเมื่อหนังสือพิมพ์เอล ปาอีส สื่อรายสำคัญเริ่มแฉเรื่องทุจริตที่เกี่ยวกับเขาและอีกหลายคนในพรรค โดยตีพิมพ์เอกสารบัญชีลับที่เขียนด้วยลายมือของนายลูอีส บาร์เซนัส อดีตเหรัญญิกพรรค เนื้อหาส่วนหนึ่งของเอกสารระบุการจ่ายเงินแก่เจ้าหน้าที่ระดับแกนนำพรรคหลายคนตั้งแต่ปี 1990 การใช้จ่ายจำนวนมากมายที่ไม่ได้รายงานตามกฎหมาย เอกสารดังกล่าวยังระบุแหล่งที่มาของเงินว่ามาจากบริษัทหรือนักธุรกิจคนใด
            นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าเงินเหล่านี้คือเงินที่บริษัทเอกชนให้แก่พรรคการเมืองอย่างลับๆ เพื่อแลกกับการได้รับโครงการก่อสร้างของภาครัฐหรือการอนุมัติโครงการก่อสร้างต่างๆ เอกสารลับแสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีราโคยได้รับเงินกว่า 332,000 ยูโรช่วงระหว่างปี 1987-2008
            ข้อกล่าวหาดังกล่าวจึงเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรงที่ไม่กระทบต่อตัวนายกฯ ราโคยเท่านั้น แต่ยังพัวพันถึงแกนนำพรรคอีกหลายคนที่มีชื่ออยู่ในเอกสารลับ หากที่สุดของคดีพิพากษาว่ามีความผิดแกนนำสำคัญของพรรคคงต้องติดคุกกันเกือบทั้งหมด

            ในช่วงแรกนายบาร์เซนัสปฏิเสธว่าลายมือในเอกสารไม่ใช่ลายมือของตน เช่นเดียวกับที่นายอัลวาโร ลาปัวร์ตาอดีตเหรัญญิกของพรรคอีกคนที่ออกมายืนยันว่าพรรคไม่เคยมีบัญชีลับที่ลงเงินบริจาคและแจกจ่ายให้สมาชิกพรรค และไม่เคยให้เป็นเงินสด ไม่มีบัญชีที่จดบันทึกเงินที่บริษัทให้เกินกฎหมายกำหนด และตัวนายกฯ ราโคยกล่าวปฏิเสธยืนยันว่าไม่เคยรับเงินที่ผิดกฎหมายแม้แต่ครั้งเดียว
            กลางเดือนกรกฎาคม หลังศาลได้ดำเนินการสืบสวนไต่สวนมาระยะหนึ่ง นายบาร์เซนัสก็ให้การกับผู้พิพากษายอมรับว่าเขาได้ให้เงินที่ไม่ได้รายงานตามกฎหมายแก่นายกรัฐมนตรีราโคยกับคนอื่นๆ ดังนั้น ข้อมูลในชั้นนี้แม้ยังไม่สามารถสรุปชัดว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร แต่ชี้ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายแน่นอน ทั้งตัวนายกฯ ราโคยและแกนนำคนอื่นๆ ในพรรค

ผลกระทบต่อประเทศสเปนโดยรวม:
            ผลจากข่าวคดีอื้อฉาวดังกล่าวส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจหลายอย่าง ทันทีที่มีข่าวทำให้ดัชนีตลาดหุ้นลดลงอย่างรวดเร็ว อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสเปนอายุ 10 ปีดีดตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 5.44 แต่หากวิเคราะห์อย่างเป็นระบบแล้วพบว่าการคอร์รัปชัน หายนะอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ วิกฤตภาคการเงินธนาคาร วิกฤตเศรษฐกิจประเทศ ตลอดจนปัญหาคนว่างงานล้วนเชื่อมโยงกัน
            ย้อนหลังกลับไปเพียงสิบปีเศษ เศรษฐกิจสเปนเติบโตอย่างมากในช่วงต้นสหัสวรรษใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งภาครัฐภาคเอกชนต่างมีโครงการก่อสร้างมากมาย แต่แล้วในปี 2007 ก็พบว่าประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์เข้าขั้นวิกฤต ตามมาด้วยบรรดาธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อแก่โครงการเหล่านั้น ธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องนับพันกิจการต่างพากันล้มละลาย ส่วนที่เหลืออยู่ก็มีหนี้สินเต็มตัว

            สาเหตุที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ธุรกิจงานก่อสร้างเติบโตเกินขนาดจนกลายเป็นฟองสบู่เนื่องจากการทุจริตคอร์รัปชัน การจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้รับงานก่อสร้างหรือแลกกับการอนุมัติงานก่อสร้าง ภาครัฐทั้งรัฐบาลกลางกับท้องถิ่นใช้จ่ายในโครงการก่อสร้างที่ไม่คุ้มค่า ยกตัวอย่างเช่น ที่เมือง Tardienta ใน Aragon ซึ่งมีพลเมืองราว 1 พันคนได้สร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงที่มีผู้โดยสารเพียงวันละ 22 คน ที่เมือง Huesca ใน Pyrenees ได้สร้างสนามบินแห่งใหม่ในราคา 40 ล้านยูโรที่มีเครื่องบินพาณิชย์เพียง 4 เที่ยงบินในรอบสามเดือนที่เปิดให้บริการ
            เมื่อเศรษฐกิจฟองสบู่แตก บรรดาธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อแก่โครงการก็เริ่มมีปัญหาตามมา เกิดหนี้ NPL มากมาย พร้อมๆ กับหนี้สินภาครัฐที่เพิ่มขึ้นมาก จนถึงทุกวันนี้ธนาคารยังอยู่ระหว่างแก้ปัญหาหนี้ NPL จากภาคอสังหาริมทรัพย์

            ปัญหาคนว่างงานคือปัญหาที่มาพร้อมกับวิกฤตเศรษฐกิจ ในช่วงที่ธุรกิจก่อสร้างกำลังเฟื่องฟู คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยพากันมาทำงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ต้องการแรงงานอย่างเร่งด่วน แต่แรงงานเหล่านี้ต้องตกงานทันทีเมื่อฟองสบู่แตก ประเทศสเปนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราคนว่างงานสูงสุดในสหภาพยุโรป (รองจากกรีซเท่านั้น) มีอัตราคนว่างงานถึงร้อยละ 26.3 หรือเท่ากับทุก 4 คนจะมีคนว่างงานหนึ่งคน ผลจากฟองสบู่แตกในตอนนั้นยังส่งผลต่อการจ้างงานในวันนี้ และกระทบต่อแรงงานรุ่นใหม่มากที่สุด พบว่าผู้คนหนุ่มสาวของสเปน (อายุต่ำกว่า 25 ปี) ตกงานถึงร้อยละ 56.1

            นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าในอีกสองปีข้างหน้าหากเศรษฐกิจประเทศยังอยู่ในภาวะถดถอย ธนาคารอีกหลายแห่งจะมีปัญหามากกว่าที่เป็นอยู่ และเห็นว่ารัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาด้วยการรัดเข็มขัด ไม่มองผลกระทบด้านอื่นๆ ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะตลาดแรงงาน และควรให้ความเอาใจใส่ต่อธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็ก ในขณะที่รัฐบาลกลับพยายามสร้างภาพบวก ชี้ว่าภาวะยากลำบากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว
            ไม่น่าเชื่อว่าผลจากการขาดการควบคุมการใช้จ่ายการก่อสร้างเพียงไม่กี่ปีก็นำสเปนสู่ภาวะวิกฤต ส่งผลต่อประเทศอย่างกว้างขวางจนถึงทุกวันนี้ ในทางกลับกันหากทั้งภาครัฐภาคเอกชนควบคุมการใช้จ่ายควบคุมการลงทุน ปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชันเพื่อให้โครงการก่อสร้างเดินหน้า สเปนก็ไม่ต้องประสบปัญหาวิกฤตในขณะนี้

การทุจริตที่เป็นกระบวนการ:
            Eurobarometer หน่วยงานสำรวจความคิดเห็นประชาชนของสหภาพยุโรปเปิดเผยรายงานเมื่อต้นปี 2013 พบว่าชาวสเปนร้อยละ 78 เชื่อว่านักการเมืองใช้ตำแหน่งเพื่อแสวงหาประโยชน์เข้าตัวเอง หนังสือพิมพ์เอล ปาอีสให้ข้อมูลว่าผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 95 เชื่อว่าพรรคการเมืองพยายามปกปิดการคอร์รัปชันและปกป้องสมาชิกพรรคแทนที่จะลงโทษคนเหล่านี้
            ในมุมมองของประชาชนทั่วไป นักการเมืองมักเป็นต้นเหตุของปัญหาอยู่เสมอ แต่แท้จริงแล้วการคอร์รัปชันไม่ได้จำกัดอยู่ในเฉพาะกลุ่มนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจทางการเมืองเท่านั้น การมุ่งกล่าวโทษเฉพาะคนบางกลุ่มคงไม่ถูกต้องนัก อาจารย์ Fernando Jiménez Sánchez จากมหาวิทยาลัย University of Murcia อธิบายพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันในสเปนว่าปัจจุบันกระทำเป็นกระบวนการครบวงจรขนาดใหญ่ ทุกคนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะถูกดึงมาอยู่ในกระบวนการไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน นายธนาคาร นักกฎหมาย ข้าราชการเดินหนังสือ ผู้รับเหมาก่อสร้าง จนถึงนักการเมืองไม่ว่าจะสังกัดพรรคใด โดยมีบุคคลทำหน้าที่เป็นนายหน้าหรือคนกลางติดต่อประสานงานจัดแจงเรื่องอยู่เบื้องหลัง
            ดังนั้น การทุจริตในปัจจุบันจึงทำเป็นกระบวนการที่มีการจัดองค์กร กระทำอย่างเป็นระบบ เกี่ยวข้องกับคนทุกภาคส่วน เป็นเรื่องของการจัดสรรผลประโยชน์และระบบอุปถัมภ์

            เรื่องที่น่าสลดใจกว่านั้นคือในสภาพที่สังคมเต็มไปด้วยการทุจริต การเล่นพวกเล่นพ้อง หลายคนไม่อยากเห็นสังคมในสภาพดังกล่าวเห็นว่าการคอร์รัปชันทำลายประเทศ แต่เพื่อความอยู่รอดของตัวเองชาวสเปนจำนวนไม่น้อยมุ่งใช้เวลาใช้เงินทองที่ตนมีเพื่อสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่หรือใครก็ตามที่สามารถให้ประโยชน์แก่ตน กลายเป็นค่านิยมหรือระบบสังคมที่เป็นเช่นนั้น
            สภาพสังคมสเปนจึงพัฒนามาถึงขั้นที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยทุกวิถีทาง บางคนถึงขั้นพยายามหาทางมีส่วนทุจริตอย่างออกหน้าออกตา

คำปฏิเสธของนายกฯ ราโคย:
            ล่าสุดนายมาเรียโน ราโคย นายกรัฐมนตรีกล่าวชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาว่าตัวเขาและผู้นำคนอื่นๆ ในพรรคไม่เคยได้รับเงินที่ใส่ซองจากนายลูอีส บาร์เซนัส ที่เชื่อกันว่าคือเงินที่บริษัทเอกชนให้แก่พรรคเพื่อแลกกับการได้รับสัญญาก่อสร้าง และอธิบายว่าเงินที่ได้รับนั้นคือเงินเพิ่มเติมนอกเหนือจากเงินเดือนที่พรรคจ่ายให้ เช่น เป็นเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นโบนัสแก่เจ้าหน้าที่อาวุโส ทั้งยังกล่าวว่าเขาได้เสียภาษีรายได้ทุกบาทที่ได้รับอย่างครบถ้วน ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดใดๆ และ “จะไม่ลาออกหรือจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด”
            คำปฏิเสธของนายกฯ ราโคยเท่ากับว่าเรื่องที่พรรคมีบัญชีลับ นำเงินที่รับจากเอกชนมาแจกจ่ายแก่แกนนำพรรค หลักฐานบัญชี เอกสารต่างๆ เป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายนายราโคยกับแกนนำพรรค ดังนั้น นายกฯ ราโคยจึงต้องลุกขึ้นปกป้องพรรค ปกป้องชื่อเสียงตัวเองในฐานะผู้นำรัฐบาล ยืนหยัดเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป

            แม้นายกฯ ราโคยจะออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องการใส่ร้ายป้ายสี แต่คดีความยังคงดำเนินต่อไป ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน มีอีกหลายคนต้องขึ้นให้การ ต้องอธิบายที่มาที่ไปของเงินที่ศาลตรวจพบว่าอยู่ในบัญชีลับต่างๆ หลายธนาคาร
            เมื่อนายกฯ ราโคยยืนยันความบริสุทธิ์ของตนถึงขนาดนี้ เชื่อว่าจะไม่ลาออกหรือยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าด้วยการมีเสียงข้างมากในสภาเชื่อว่านายราโคยจะดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระอย่างแน่นอน

            แต่ที่สุดแล้ว ไม่ว่านายกรัฐมนตรีราโคยกับพวกจะถูกตัดสินใจว่าถูกหรือผิด ข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธคือสเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคอร์รัปชันสูง และกลายเป็นต้นเหตุหนึ่งของวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังอยู่ระหว่างการแก้ไข หากรัฐบาลจัดการปัญหาผิดพลาดจะไม่เพียงกระทบต่อเศรษฐกิจตนเอง แต่จะกระทบต่อเศรษฐกิจสหภาพยุโรปและต่อโลก เนื่องจากสเปนเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของสหภาพยุโรป รองจากเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร และใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลก โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสเปนเท่ากับ 1 ล้านล้านยูโร ซึ่งใหญ่เป็น 4 เท่าของ GDP ของไทย
            การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศสเปนจึงส่งผลต่อเศรษฐกิจสังคมสเปน เศรษฐกิจสหภาพยุโรปและต่อเศรษฐกิจโลกไม่ว่าที่สุดแล้วนายกรัฐมนตรีราโคยกับพวกจะถูกพิพากษาต้องรับโทษหรือไม่
---------------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 16 ก.ค. 9.00 น.) จำเลยที่เป็นอดีตคนกลางรับเงินจ่ายเงินลับๆ ให้การกับศาลยอมรับว่าเคยให้เงินแก่นายกฯ ราโคย พรรคฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯ สเปนลาออกทันที แต่ตัวนายกฯ ยืนยันว่าตนบริสุทธิ์

บรรณานุกรม:
1. Rajoy on slush fund: “It is all untrue, except for some things”, EL PAÍS, 4 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/04/inenglish/1359996476_669894.html
2. PP secret accounts man faces anticorruption prosecutor’s questions, EL PAÍS, 6 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/06/inenglish/1360157612_782800.html
3. Former PP treasurer Lapuerta denies existence of secret party accounts, EL PAÍS, 7 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/07/inenglish/1360240760_398674.html
4. Spain's Rajoy Accused Of Receiving Illegal Cash Payments As Corruption Scandal Widens, Forbes, 4 February 2013, http://www.forbes.com/sites/afontevecchia/2013/02/04/spains-rajoy-accused-of-receiving-illegal-cash-payments-as-corruption-scandal-widens/
5. Socialists demand PM resign after more slush fund details emerge, EL PAÍS, 3 February 2013, http://elpais.com/elpais/2013/02/03/inenglish/1359918901_728247.html
6. Former PP treasurer admits to authorship of secret accounting ledgers, EL PAÍS, 15 July 2013, http://elpais.com/elpais/2013/07/15/inenglish/1373895042_993397.html
7. Spain's Rajoy Accused Of Receiving Illegal Cash Payments As Corruption Scandal Widens, Forbes, 4 February 2013, http://www.forbes.com/sites/afontevecchia/2013/02/04/spains-rajoy-accused-of-receiving-illegal-cash-payments-as-corruption-scandal-widens/
8. Spain: Is corruption scandal the last straw? The Foreign Report, 11 February 2013, http://www.theforeignreport.com/2013/02/11/spain-is-corruption-scandal-the-last-straw/
9. Crisis of Faith: Doubts Grow Over Spanish Reforms, Spiegel Online, 31 July 2013, http://www.spiegel.de/international/europe/doubt-grows-in-reforms-of-rajoy-government-in-spain-a-913866.html)
10. Spain's town hall meltdown, The Independent, Monday 31 October 2011, http://www.independent.co.uk/news/world/europe/spains-town-hall-meltdown-2377789.html,
Access 31 October 2011
11. Euro area unemployment rate at 12.1%, Eurostat Newsrelease, 31 July 2013, http://epp.eurostat.ec.europa.eu/cache/ITY_PUBLIC/3-31072013-BP/EN/3-31072013-BP-EN.PDF
12. Rajoy Rejects Calls for Resignation From Opposition, The Wall Street Journal, 1 August 2013,
http://online.wsj.com/article/SB10001424127887324136204578641520309032526.html
13. Rajoy says he won’t resign or call elections over Bárcenas case, EL PAÍS, 1 August 2013, http://elpais.com/elpais/2013/08/01/inenglish/1375368802_290323.html
14. กองยุโรป 2, วิกฤตเศรษฐกิจในประเทศสเปน, 05 September 2012, http://news.thaieurope.net/content/view/3977/122/
---------------------------

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทุจริตคอร์รัปชัน ภัยร้ายของประชาคมโลก

21 กรกฎาคม 2013
ชาญชัย
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6103 วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2556, http://www.ryt9.com/s/tpd/1696681)
            องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เพิ่งออกรายงานผลสำรวจการชี้วัดเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นทั่วโลกฉบับปี 2013 (Global Corruption Barometer 2013) ชี้ว่า คอร์รัปชันในปัจจุบันแฝงตัวอยู่ร่วมกับระบอบประชาธิปไตย อยู่ในกระบวนการยุติธรรมหลายประเทศ ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในพรรคการเมือง สถาบันตุลาการ ตำรวจ และอีกหลายสถาบัน

สถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันทั่วโลก
            ผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งประกอบด้วยประชาชนกลุ่มต่างๆ ทั่วโลกร้อยละ 53 เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับสองปีก่อน ร้อยละ 29 เห็นว่าเท่าเดิม ส่วนร้อยละ 18 เห็นว่าลดลง (อนึ่ง การสำรวจนี้กระทำกับคนทั่วโลก สถานการณ์บางประเทศอาจดีขึ้น บางประเทศอาจแย่ลง และขึ้นกับความเห็นส่วนบุคคล) ประเทศที่สถานการณ์แย่ลงมากคือ แอลจีเรีย เลบานอน โปรตุเกส ตูนิเซีย วานูอาตู (Vanuatu) และซิมบับเว ประเทศที่เห็นว่าดีขึ้นคือ เบลเยียม กัมพูชา จอร์เจีย รวันดา เซอร์เบีย และไต้หวัน ประเทศเหล่านี้ผู้ตอบแบบสอบถามกว่าสองในสามเห็นว่าแย่ลงหรือดีขึ้น
            ในด้านความร้ายแรงของปัญหา ผู้คนทั่วโลกเห็นว่าคอร์รัปชันเป็นปัญหาร้ายแรง บางประเทศเห็นว่าร้ายแรงมาก เฉลี่ยแล้วมีความร้ายแรง 4.1 จากคะแนนเต็ม 5 ประเทศไลบีเรียกับมองโกเลียได้คะแนนถึง 4.8 ส่วนประเทศเดนมาร์ค ฟินแลนด์ รวันดา ซูดานและสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีปัญหาคอร์รัปชันไม่มากได้คะแนนต่ำกว่า 3
            จากข้อมูลที่ได้มาพบว่าการทุจริตในสถาบันหลักของสังคมในแต่ละประเทศมีความแตกต่าง โดยรวมแล้วสถาบันพรรคการเมืองมีการทุจริตมากที่สุด รองลงมาคือตำรวจ สถาบันศาล รัฐสภาและข้าราชการ จะเห็นได้ว่าสถาบันเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการบริหารกำกับดูแลประเทศ เป็นผู้ใช้กฎหมาย

            เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พรรคการเมืองซึ่งมีบทบาทนำเสนอนโยบาย ส่งบุคคลเป็นตัวแทนประชาชนเข้าบริหารประเทศ มีความสำคัญต่อรากฐานประชาธิปไตยแต่กลับถูกมองว่าเป็นสถาบันที่มีการคอร์รัปชันมากที่สุด โดยเฉพาะที่ประเทศกรีซ เม็กซิโก เนปาลและไนจีเรีย ที่มาของเงินทุนเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งคือประเด็นที่มีความสำคัญที่สุด  เพราะผู้ให้ทุนจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลต่อพรรคการเมือง
            คนส่วนใหญ่คิดว่าระบบการปกครองมอบให้รัฐบาล (รวมฝ่ายนิติบัญญัติ) ทำหน้าที่นำสังคมเพื่อต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นผู้วางมาตรฐาน ออกกฎหมายและใช้กฎหมาย แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกิดคำถามสำคัญว่ารัฐบาลได้ทำหน้าที่เต็มกำลังหรือไม่ ผลการสำรวจพบว่าประชาชนทั่วโลกร้อยละ 54 เห็นว่ารัฐบาลพยายามน้อยเกินไป ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 47 จากการสำรวจเมื่อปี 2010/2011การที่รัฐบาลหย่อนยานในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันคือหนึ่งในต้นเหตุสำคัญที่ทำให้คอร์รัปชันขยายตัว
            นอกจากนี้ประชาชนมากกว่าครึ่ง (ร้อยละ 54) คิดว่ารัฐบาลทำเพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่มมากกว่าเพื่อผลประโยชน์ของคนทั้งประเทศ และประชาชนกว่าร้อยละ 80 ในประเทศไซปรัส กรีซ เลบานอน รัสเซีย แทนซาเนีย และยูเครนเชื่อว่ารัฐบาลบริหารโดยคนไม่กี่กลุ่มเพื่อประโยชน์ของพวกเขาเอง

            ในบรรดาพฤติกรรมคอร์รัปชันการติดสินบนจ่ายใต้โต๊ะคือประเด็นที่รายงานสำรวจปี 2013 ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เป็นเหตุทุจริตที่คนทั่วไปประสบด้วยตนเองมากที่สุด สาเหตุหนึ่งที่การติดสินบนเกิดขึ้นมากเป็นเพราะคนจำนวนมากเห็นว่าการติดต่อกับหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือคิดเป็นร้อยละ 64 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก บางประเทศสูงกว่าร้อยละ 80 ได้แก่ อิสราเอล อิตาลี เลบานอน มาลาวี โมร็อกโก เนปาล ปารากวัย รัสเซีย ยูเครน และวานูอาตู
            หลายคนอาจเห็นว่าการให้สินบนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับบางคนแล้วมีผลต่อชีวิตทั้งครอบครัว มีตัวอย่างว่ารัฐบาลประเทศโมร็อกโกมีนโยบายรื้อถอนชุมชนสลัมไปที่อยู่แห่งใหม่ที่รัฐจัดให้ซึ่งดีกว่า แต่เจ้าหน้าที่เรียกสินบนแลกกับการเดินเรื่อง สุดท้ายครอบครัวที่ไม่ยอมจ่ายหรือไม่มีปัญญาจ่ายกลายเป็นคนไร้บ้านหลังจากที่รัฐเข้าไปทำการรื้อถอนสลัม
            คนส่วนใหญ่เห็นว่าการจ่ายสินบนค่าน้ำร้อนน้ำชาเป็นเรื่องเล็กน้อย ประชาชนผู้มีกำลังซื้อสูงมักจะยินดีที่จะจ่าย แต่กับบางประเทศการติดสินบนลุกลามบานปลาย เม็กซิโกเป็นตัวอย่างที่ประชาชนต้องจ่ายสินบนเป็นประจำ ครอบครัวกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางต้องเสียเงินเป็นค่าสินบนถึงร้อยละ 14 ของรายได้ครัวเรือน ส่วนครอบครัวยากจนต้องจ่ายค่าสินบนถึงร้อยละ 33 ของรายได้ครอบครัว ดังนั้นคนยากคนจนคือกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากสังคมที่ต้องติดสินบน
            ผลเสียของการติดสินบนไม่ใช่เพียงเรื่องที่คนต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่ยังทำลายระบบประสิทธิภาพ การให้บริการอย่างเท่าเทียม ทำลายการเคารพกฎหมาย บั่นทอนความซื่อสัตย์ของทั้งสังคม
            ผลสำรวจล่าสุดพบว่าประชาชนราวร้อยละ 27 ยอมรับว่าในรอบปีที่ผ่านมาได้จ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 ครั้ง หรือเท่ากับว่าประชากรราวหนึ่งในสี่ของโลกได้รับผลกระทบจากการติดสินบน ผลสำรวจปีนี้สอดคล้องกับผลสำรวจสองครั้งก่อนหน้านี้ ถ้าพิจารณาเฉพาะการติดสินบนแก่หมู่ข้าราชการ ข้าราชการตำรวจคือกลุ่มที่มีปัญหามากที่สุด รองลงมาคือเจ้าหน้าที่ในศาล ประเทศที่ต้องติดสินบนตำรวจมากที่สุดคือคองโก กานา อินโดนีเซีย เคนยา ไลบีเรีย ไนจีเรีย และเซียร์ราลีโอน (Sierra Leone)

ข้อเสนอแนะจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ
            รายงาน Global Corruption Barometer 2013 ได้เสนอแนะแนวหลักทางแก้ไข ดังนี้
            ประการแรก สร้างความซื่อสัตย์ ความน่าเชื่อถือแก่สถาบัน องค์กรหลักของสังคม
            ด้วยการที่รัฐบาลต้องบริหารประเทศด้วยความเปิดเผยโปร่งใส สังคมสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ มีระบบกลไกชัดเจนเพื่อเป็นช่องทางให้สาธารณชนเข้าตรวจสอบ รัฐบาลจะต้องมีระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างที่มีมาตรฐานตาม UN Convention Against Corruption Article 9 และ OECD Principles on Enhancing Integrity in Public Procurement ส่วนข้าราชการจะต้องปฏิบัติตัวตามมาตรฐานทางจริยธรรมหรือข้อพึงปฏิบัติในการทำงาน (Code of Conduct)
            ประการที่สอง สังคมยึดมั่นนิติธรรม
            เริ่มด้วยการที่รัฐบาลปฏิรูปโครงสร้างและระบบงานของตำรวจ ป้องกันการคอร์รัปชันจากเจ้าหน้าที่ ให้สถาบันตุลาการเป็นอิสระ ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จัดให้มีระบบตรวจสอบถ่วงดุลเพื่อให้มั่นใจว่านโยบายหรือการดำเนินนโยบายของรัฐบาลไม่ขึ้นกับกลุ่มอำนาจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
            ประการที่สาม ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษ
            เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องวางระบบเพื่อให้เกิดการป้องกัน ตรวจสอบ สืบสวน จนถึงขั้นนำตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมาย ไม่ปล่อยให้ผู้กระทำความผิดลอยนวล จะต้องมีกลไกให้ชาวบ้านสามารถร้องเรียน เป็นพยาน
            ประการที่สี่ ระบอบประชาธิปไตยที่ใสสะอาด
            รัฐบาลต้องมีกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายให้ระบบการเงินของพรรคการเมืองโปร่งใส ตัวพรรคการเมืองต้องสรรหาผู้สมัครที่ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย เปิดเผยรายชื่อผู้บริจาคเงินแก่พรรคการเมือง นอกจากนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสมาชิก ต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน รายได้ต่างๆ
            ประการที่ห้า ให้ประชาชนมีเครื่องมือและได้รับการปกป้องจากการต่อสู้คอร์รัปชัน
            รัฐบาลต้องมีกฎหมายคุ้มครองพยาน ผู้ให้ข้อมูลแก่รัฐ สนับสนุนการจัดตั้งองค์กรภาคประชาชนเพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังการทุจริตคอร์รัปชันและเป็นกลไกช่วยเหลือประชาชนที่ร้องทุกข์กล่าวโทษ
            ประการที่หก บทบาทของประชาชน
            ประชาชนมีส่วนต่อต้านคอร์รัปชันได้หลายรูปแบบ เช่น ด้วยการปฏิเสธจ่ายสินบนในทุกกรณี ช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องรายงานการทุจริตหรือมีเหตุน่าสงสัย องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคประชาชนควรจัดรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันทั่วประเทศ มีงานวิจัยพบว่าประชาชนกว่าร้อยละ 90 ในหลายประเทศพร้อมเข้าชื่อลงนามเรียกร้องให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหา รณรงค์ไม่เลือกผู้สมัครผู้แทนราษฎรหรือพรรคการเมืองที่มีประวัติไม่โปร่งใสหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน

            โดยรวมแล้วผลสำรวจการชี้วัดเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นทั่วโลกในปี 2013 ให้ภาพบวกว่าการพูดเรื่องคอร์รัปชันเมื่อทศวรรษ 1990 เป็นการพูดอย่างลับๆ ระหว่างคนใกล้ชิด แต่ปัจจุบันชาวบ้านส่วนใหญ่รับรู้ปัญหาและหวังจะแก้ปัญหาดังกล่าว ส่วนในด้านลบพบว่าการทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มมากขึ้น ประชาชนผู้ยินดีมีส่วนช่วยแก้ปัญหาลดน้อยลง
            สำหรับรัฐประชาธิปไตยผลปลายทางของการคอร์รัปชันที่ลุกลามบานปลายเรื่อยๆ คือ ระบอบที่เหลือแต่โครงสร้าง แต่เนื้อในกลายเป็นรัฐอำนาจนิยม (authoritarian state) ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่ผู้นำประเทศไม่ได้ปกครองเพื่อประชาชนส่วนใหญ่แต่เพื่อประโยชน์แก่กลุ่มพรรคพวกของตน ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของประเทศตกแก่คนส่วนน้อย ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่จะกลายเป็นคนยากคนจน เป็นผู้มอบความมั่งคั่งแก่คนส่วนน้อย เป็นลักษณะของความไม่เท่าเทียมอย่างหนึ่งที่คนส่วนน้อยได้ประโยชน์มาก ในขณะที่ประชาชนทั่วไปเป็นผู้แบกภาระของประเทศ
            หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นอีกประเทศจะกลายเป็น รัฐที่ล้มเหลว’ (Failed State) เป็นสภาพของ รัฐบาลที่ไม่สามารถหรือไม่ต้องการปฏิบัติตามหน้าที่หลักอันมีต่อประชาชนส่วนใหญ่ รวมทั้งคนยากจน รัฐเช่นนี้เป็นอันตรายไม่เพียงแต่ตัวเองและประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังรวมถึงประชาชนทุกหมู่เหล่าทั่วโลก เพราะประเทศที่กลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวอาจเกิดความขัดแย้งภายในจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง สังคมเต็มด้วยอาชญากร กลายเป็นภัยคุกคามต่อประเทศอื่นๆ ประเทศเหล่านี้จะประสบวิกฤตเศรษฐกิจซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจโลก จึงมักเป็นรัฐที่ต่างชาติเข้าแทรกแซงด้วยเหตุผลช่วยเหลือทางเศรษฐกิจหรือช่วยรักษาความมั่นคงภายในประเทศ
            บางคนอาจคิดว่าตนได้ประโยชน์จากการคอร์รัปชันไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม แต่สภาพดังกล่าวไม่ยั่งยืน ทำให้คอร์รัปชันลุกลามซึมลึก ผู้ที่ได้รับผลกระทบก่อนและได้รับผลกระทบมากที่สุดคือประชาชนผู้มีรายได้น้อย และหากคอร์รัปชันยังบานปลายเรื่อยๆ มีตัวอย่างให้เห็นจากหลายประเทศว่าสุดท้ายสังคมจะปั่นป่วนวุ่นวายอย่างหนัก เมื่อถึงวันนั้นการแก้ไขจะต้องจ่ายราคาอย่างเจ็บปวด
-----------------

บรรณานุกรม:
1. Global Corruption Barometer 2013, Transparency International, http://www.transparency.org/whatwedo/pub/, accessed 14 July 2013
2. Rupert Taylor, What is a Failed State?: Some Countries are so Dysfunctional they don’t Exist as Nations, http://global-security.suite101.com/article.cfm/what_is_a_failed_state, accessed 23 April 2010.
3. Robert I. Rotberg, Failed States in a World of Terror, Foreign Affairs, July/August 2002, http://www.foreignaffairs.com/articles/58046/robert-i-rotberg/failed-states-in-a-world-of-terror, accessed 23 April 2010.
-----------------

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เกาะติดต้านคอร์รัปชันโครงการรับจำนำข้าว (2)

ความโปร่งใส ผู้พิฆาตข่าวลือ ความไม่ไว้ใจ
17 กรกฎาคม 2556
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์:
โครงการรับจำนำข้าวยังตกเป็นข่าวเด่นต่อเนื่อง ล่าสุดคือการพูดถึงประเด็นคุณภาพข้าวไทยว่าปลอดภัยแก่การบริโภคหรือไม่ หลังจากที่ไม่กี่วันก่อน นายดำรง จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ยืนยันว่าข้าวไทยไม่มีสารพิษเจือปน หรือปนเปื้อนอย่างที่มีกระแสข่าวลือ ในทุกล็อตสินค้าส่งออกจะมีการเก็บตัวอย่างเพื่อพิสูจน์ เพื่ออ้างอิงหากสินค้าที่ส่งออกไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมาข้าวไทยที่ส่งออกไม่เคยได้รับการแจ้งเตือนว่าข้าวไทยไร้คุณภาพอันเนื่องมาจากสาเหตุที่มีสารพิษตกค้างแม้แต่ครั้งเดียว หากเรื่องดังกล่าวปล่อยไปถึงต่างประเทศ อาจกระทบต่อการส่งออกข้าวไทย
ด้าน นพ.บุญชัย สมบุญสุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า จากการนำข้าวมาตรวจรวม 160 ตัวอย่าง ล่าสุดตรวจสอบแล้วเสร็จจำนวน 107 ตัวอย่างไม่พบสารเคมี หรือสารที่เป็นอันตราย ดังนั้น ข้าวถุงจึงถือว่าปลอดภัย ส่วนตัวอย่างข้าวที่เก็บมาอีก 50 ตัวอย่างอยู่ระหว่างตรวจสอบ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะทราบผล ทั้งนี้ จากกระแสข่าวดังกล่าว อย.ต้องเข้มงวดมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราจะเก็บตัวอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และในระยะ 3 เดือนจะเก็บบ่อยๆ

ข้อมูลล่าสุด:
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการตรวจสอบข้าวถุงของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ที่พบว่ามีสารรมควันตกค้างมากว่ารัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นในการตรวจสอบข้าวของทางสมาคม แต่ขอความกรุณา เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้พูดคุยกันอยู่แล้วจึงอยากให้ประสานงานกัน เพราะไม่อยากให้ต่างคนต่างออกไปทำให้เกิดความกังวลต่อประชาชน

วิเคราะห์
            1. เหนือสิ่งอื่นใดหลักการข้อแรกที่ต้องยึดถือคือรัฐมีหน้าที่ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ประเด็นคุณภาพข้าวไทยคือเรื่องรูปธรรมที่รัฐต้องดูแล ต้องไม่ลืมว่าคนไทยทั้งประเทศ 65 ล้านคนกินข้าว เรื่องคุณภาพข้าวจึงเกี่ยวข้องกับสุขภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยทั้งประเทศ
            2. ปัญหาสำคัญที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เผชิญอยู่ขณะนี้คือ ประชาชนบางส่วนบางคนสงสัย ไม่ไว้ใจข้อมูลที่ทางการนำเสนอ

            3. ต้องแยกแยะระหว่าง ‘ข้อเท็จจริง’ กับ ‘ข้อสงสัย’
            ข้อเท็จจริง: ข้าวไทยส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา กินได้โดยปลอดภัย
            นายกฯ กล่าวได้ถูกต้องว่า “เรายินดีให้ตรวจสอบ เอาข้าวมาซิคะ แล้วมาเปิดตรวจสอบพร้อมกันได้เลยต่อหน้าสาธารณชน ถ้าตรวจสอบแล้วเจอ ก็ต้องไล่ไปดูที่กระบวนการว่าข้าวนั้นๆ อยู่พื้นที่ตรงไหน แต่ไม่ใช่ว่าถ้าตรวจสอบแล้วเจอความผิดปกติ จะหมายความว่าข้าวทั้งประเทศไทยใช้ไม่ได้
            ข้อสงสัยคือ: ‘ถุงไหนที่ไม่มีปัญหา’
            4. เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ถ้ารัฐบาล หน่วยงานกระตือรือร้น แสดงความโปร่งใส ดังที่นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าวว่า "หน่วยงานของรัฐอย่าง อย. หรือ กรมวิทย์ฯ ควรมีการเปิดเผยชื่อตัวอย่างที่นำมาทดสอบเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค"
            การที่รัฐบาลไม่ชี้แจง หรือชี้แจงแบบสรุปๆ ไม่ให้รายละเอียดที่มาเพียงพอ กลายเป็น ‘ช่องโหว่’ ให้เกิดข้อสงสัยต่างๆ นานา กลายเป็นว่าบ่อยครั้งที่รัฐบาลต้องมาแก้ปัญหาทีหลัง หลังข่าวลือกระจายออกไปแล้ว เป็นเรื่อง ‘หัวหายล้อมคอก’ ซ้ำซาก
            ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้วข้าวไทยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย อาจมีบางยี่ห้อ ข้าวบางล็อตที่มีปัญหา แต่ ‘ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง’

            5. แก้ปัญหาดีกว่าการพูดซ้ำว่า ‘ไม่มีปัญหา’
            ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามพูด พยายามชี้ให้คนไทยเห็นว่าข้าวไทยไม่มีปัญหา แต่นอกจากวิธีนี้ยังมีวิธีอื่นๆ อีกมากที่ควรดำเนินการร่วม เช่นพาสื่อมวลชน เอ็นจีโอ ตัวแทนกลุ่มต่างๆ เข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิต ฟังการชี้แจงวิธีตรวจสอบคุณภาพของอย. เรื่องเหล่านี้ทำได้ไม่ยาก ไม่ใช้งบประมาณมากมาย บริษัทเอกชนหลายแห่งน่าจะยินดีและพร้อมให้เยี่ยมชมอยู่แล้ว เพราะโรงงานต่างๆ มีเกณฑ์มาตรฐานสามารถตรวจสอบได้ทั้งสิ้น ในทางตรงข้ามที่ใดไม่ยอมให้ตรวจสอบย่อมส่อว่าอาจมีปัญหา

            6. ทำการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
            เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคชี้ประเด็นสำคัญเรื่องนี้ว่า "เสนอให้มีการตรวจสอบดูแลเรื่องของอาหารปลอดภัยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่ช่วงเวลาที่เกิดปัญหาเป็นกระแสสังคมเท่านั้น"
            ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะข้าวแต่ละถุงแม้เป็นยี่ห้อเดียวกัน ชนิดเดียวกัน แต่ที่มาแตกต่างกัน ยิ่งหากเป็นการผลิตที่ระยะเวลาห่างกันมาก โอกาสที่ข้าวจะมาจากคนละแหล่งจะยิ่งมีมาก มาจากนาคนละแปลง เจ้าของคนละคน ปลูกคนละรอบ การดูแลข้าวที่แตกต่างกัน
            นั่นหมายความว่า ข้าวที่ผ่านการตรวจสอบวันนี้ อาจไม่ผ่านการตรวจสอบในวันหน้า เช่นเดียวกับที่บางยี่ห้อที่มีปัญหาวันนี้ วันหน้าอาจปลอดภัยไร้ปัญหาก็เป็นได้
            ดังนั้น สำคัญที่ต้องมีการตรวจสอบวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ มีหลักเกณฑ์สากลอยู่แล้ว เหมือนกับสินค้าบริโภคหลายชนิดที่เราซื้อกินทุกวัน จะบอกวันที่ผลิต lot no. ยืนยันผ่านมาตรฐานการคุณภาพ

            7. เรื่องที่เป็นกังวลแทนรัฐบาลคือ ขณะนี้ข้าวไทยจำนวนมากอยู่ในมือของรัฐบาล และกำลังอยู่ระหว่างเสนอขายต่างประเทศ ข่าวปัญหาคุณภาพจะยิ่งกลายเป็นเหตุกดดันการส่งออก กดดันราคาข้าวไทย
            8. อย่าลืมว่าคนไทย 65 ล้านคนกินข้าว และอีกไม่รู้กี่ล้านคนกินข้าวที่ส่งออกจากประเทศไทย
            9. ประเด็นคุณภาพข้าวไทยเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ว่าหลายคนในสังคมเห็นว่าโครงการรับจำนำข้าวขาดความโปร่งใส ไม่เปิดเผยข้อมูลมากพอ ทำให้ตรวจสอบไม่ได้ ก่อให้เกิดคำถาม ข้อสงสัย ข้อระแวง กลายเป็นที่มาของข้อครหาต่างๆ นานา
---------------------

บรรณานุกรม:
1. "อธิบดีกรมวิชาการเกษตร-เลขาฯ อย."ประสานเสียง"ข้าวไทย"ไร้สารพิษ, มติชนออนไลน์, 13 กรกฎาคม 2556, http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1373698450&grpid=00&catid=00
2. ฉลาดซื้อเผย ข้าวสารถุงยี่ห้อไหน ไม่มีสารเคมี‏, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, 16 กรกฎาคม 2556, http://www.consumerthai.org/main/index.php?option=com_content&view=article&id=2892:2013-07-16-08-07-59&catid=264:2013-01-10-03-26-28&Itemid=52
3. 'ปู'วอนสื่อหยุดถามเรื่องข้าว! คมชัดลึก, 17 กรกฎาคม 2556, http://www.komchadluek.net/detail/20130717/163621/%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7!.html#.UeZBqtJWbyY
--------------------

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เกาะติดประเด็นร้อน “คดีคอร์รัปชันสเปน การทุจริตของพรรค พัวพันมาเรียโน ราโคย” (1)

15 กรกฎาคม 2013
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์(อัพเดท 15 ก.ค. 16.00 น.)
            เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เกิดข่าวทุจริตคอร์รัปชันที่พัวพันกับนายกรัฐมนตรีมาเรียโน ราโคยของสเปน เนื่องจากหนังสือพิมพ์เอล ปาอีส ตีพิมพ์เอกสารบัญชีลับที่เขียนด้วยลายมือของนายลูอีส บาร์เซนัส อดีตเหรัญญิกพรรค เนื้อหาส่วนหนึ่งของเอกสารระบุการจ่ายเงินแก่เจ้าหน้าที่ระดับแกนนำพรรคหลายคนตั้งแต่ปี 1990 โดยผิดกฎหมาย รวมทั้งนายกรัฐมนตรีราโคยได้รับเงินกว่า 332,000 ยูโรช่วงระหว่างปี 1987-2008

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 16 ก.ค. 9.00 น.)
             นายอัลเฟรโด เปเรซ รูบัลคาบา (Alfredo Pérez Rubalcaba) ผู้นำพรรคสังคมนิยม พรรคฝ่ายค้าน Socialist Party (PSOE) เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาเรียโน ราโคยลาออกจากตำแหน่งทันที เนื่องจากสื่อ El Mundo ของสเปนรายงานข่าวว่า นายกรัฐมนตรีมาเรียโน ราโคย เคยส่งข้อความติดต่อกับนายลูอีส บาร์เซนัส ข้อความหนึ่งว่า “ลูอีส ไม่มีอะไรที่ง่ายแต่เราจะพยายามทำเท่าที่เราทำได้ จงเชิดหน้าให้สูงเข้าไว้” นายรูบัลคาบา หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านชี้ว่าข้อความนี้ผู้อ่านตีความได้ว่านายกฯ ราโคยขอให้นายบาร์เซนัสให้การปฏิเสธในคดีคอร์รัปชัน
            นายลูอีส บาร์เซนัส ขณะนี้ถูกจองจำเนื่องจากอยู่ระหว่างการไต่สวนคดีติดสินบท คดีที่พรรคให้เงินอย่างลับๆ แก่สมาชิกพรรคซึ่งละเมิดกฎหมายเงินอุดหนุนพรรคการเมือง (Party Financing Law) เอกสารลับแสดงให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีราโคยมีส่วนในคดีดังกล่าว โดยได้รับเงินกว่า 332,000 ยูโรช่วงระหว่างปี 1987-2008 เชื่อกันว่าเงินในบัญชีลับเหล่านี้คือเงินที่พรรคได้รับจากบริษัทต่างๆ แลกกับการได้งานของรัฐในช่วงการธุรกิจก่อสร้างกำลังเฟื่องฟู
            นายบาร์เซนัสเคยกล่าวหาว่าอัลวาโร ลาปัวร์ตา (Álvaro Lapuerta) อดีตเหรัญญิกของพรรค Popular Party (PP) อีกคนหนึ่งเป็นหัวโจกผู้คิดระบบการรับเงินจ่ายเงินที่ผิดกฎหมายนี้
            ขณะนี้ฝ่ายต่อต้านกดดันโดยสองช่องทางคือ เรียกร้องให้นายกฯ ลาออกทันที กับเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว หากรัฐบาลไม่ตอบสนองพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเดินหน้าทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง
            ขณะนี้พรรครัฐบาล PP มี 186 ที่นั่ง ส่วนพรรคสังคมนิยมมี 110 ที่นั่ง
            ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ (15 ก.ค.) นายบาร์เซนัสให้การกับผู้พิพากษาว่าเขาได้ให้เงินที่ไม่ได้รายงานตามกฎหมายแก่นายกรัฐมนตรีราโคยกับคนอื่นๆ หลังจากปฏิเสธไม่เคยกระทำความผิดใดๆ แต่นายกรัฐมนตรียังยืนในความบริสุทธิ์ของตน


วิเคราะห์(อัพเดท 16 ก.ค. 9.00 น.)
            หากวิเคราะห์ในเชิงการเมือง อาจมองว่าพรรคฝ่ายค้านพยายามบ่อนทำลายคะแนนเสียงของรัฐบาล ในยามที่พรรครัฐบาลกำลังประสบคดีทุจริตคอร์รัปชัน เป็นแนวทางสืบเนื่องตั้งแต่สื่อสเปนเสนอข่าวทุจริตในพรรครัฐบาลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในอีกมุมหนึ่งพรรคฝ่ายค้านกำลังทำหน้าที่แทนประชาชน คอยกดดันรัฐบาลและสถาบันต่างๆ ในประเทศช่วยกันต้านทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นกับพรรคการเมืองโดยตรง
            แต่ในแง่สังคมสเปนโดยรวมแล้ว ชาวสเปนจำนวนไม่น้อยเอือมระอากับนักการเมือง เชื่อว่านักการเมืองจำนวนไม่น้อยที่ทุจริตคอร์รัปชัน
            เมื่อผนวกกับภาวะเศรษฐกิจประเทศที่กำลังตกต่ำ อัตราคนว่างงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คนเหล่านี้จึงโทษนักการเมืองว่าเป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุปัญหาเศรษฐกิจ และเป็นสาเหตุสำคัญที่เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว ท้ายที่สุดผลกระทบตกแก่ประชาชน
            ราวครึ่งปีแล้วที่คดีทุจริตบัญชีลับของพรรครัฐบาล PP ตกเป็นข่าวและอยู่ระหว่างการสอบสวน เชื่อว่ายิ่งคดีมีความคืบหน้ามากเพียงไร การเมืองสเปนจะยิ่งเข้มข้น ไม่เพียงกระทบต่อสเปนแต่จะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจอียูทั้งหมด

            การพิจารณาคดียังไม่สิ้นสุด ผู้ถูกกล่าวหาโดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรียังคงอยู่ในตำแหน่งบริหารประเทศต่อไป นักวิเคราะห์บางคนให้จับตาดูการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และหากพิจารณาให้ลึกไม่เพียงนักการเมืองพรรครัฐบาลเท่านั้นที่รับเงินลับจากบริษัทเอกชน ขึ้นว่าคดีจะสาวไปได้ไกลเพียงใด
            ประชาชนชาวสเปนกำลังจับตาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด จากนี้ไปต้องติดตามว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะดำเนินการต่ออย่างไร ประชาชนจะมีส่วนร่วมมากน้อยเพียงไร
-------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง:
1. มาเรียโน ราโคยถูกร้องข้อหาคอร์รัปชั่น
สื่อสเปนตีแผ่เอกสารลับแสดงข้อมูลว่านายกรัฐมนตรีราโคยได้รับเงินลับๆ กว่า 332,000ยูโรช่วงระหว่างปี 1987-2008

บรรณานุกรม:
1. Socialists demand Rajoy’s resignation, EL PAÍS, 14 July 2013, http://elpais.com/elpais/2013/07/14/inenglish/1373811412_866128.html
2. Former PP treasurer admits to authorship of secret accounting ledgers, EL PAÍS, 15 July 2013, http://elpais.com/elpais/2013/07/15/inenglish/1373895042_993397.html
3. Spain’s Premier Refuses to Resign in Fraud Scandal, NYT, 15 July 2013, http://www.nytimes.com/2013/07/16/world/europe/spain-rajoy.html?_r=0
----------------------

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เกาะติดต้านคอร์รัปชัน โครงการรับจำนำข้าว (1)

26 มิถุนายน 2556
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์:
            องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นองค์กรภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนคือเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชันในประเทศ ปัจจุบันมีนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม นายวิชัย อัศรัสกร เลขาธิการ ฯ และดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการฯ
            ที่ผ่านมาเคยมีบทบาทในหลายเรื่อง โดยเฉพาะประเด็นโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการเพื่อออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท
            คำแถลงการณ์วันนี้ เป็นการแสดงจุดยืนครั้งสำคัญต่อโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล

ข้อมูลล่าสุด:
            วันนี้ ( 26 มิ.ย.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ประกาศจุดยืนว่า องค์กรฯไม่คัดค้านโครงการที่จะเอื้อประโยชน์ และสร้างความมั่นคงให้ชาวนาไทยอย่างยั่งยืนภายใต้ระบบการค้าเสรี แต่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาวนาและประเทศชาติ องค์กรฯ ขอเรียกร้องและเสนอแนวทางแก่รัฐบาลดังนี้
            1. เร่งรัดให้มีการสอบสวนพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชันในทุกขั้นตอนของโครงการ เพื่อนำตัวคนผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องมาลงโทษโดยเร็วที่สุด
            2. ในส่วนของข้าวที่ได้รับจำนำไว้ก่อนหน้านี้ รัฐบาลต้องเปิดเผยตัวเลขราคา ปริมาณข้าว และประเภทข้าวที่จำหน่ายไปแล้ว และที่มีอยู่ในสต๊อก เพื่อสร้างความโปร่งใส เพราะข้าวที่จำนำทั้งหมดเป็นสมบัติของชาติ ดังนั้นจึงเป็นสิทธิ์ของประชาชนทุกคนที่จะรับรู้ข้อมูลเหล่านี้
            3. เปลี่ยนวิธีการเพื่อลดโอกาสการทุจริตคอร์รัปชัน ด้วยการรับจำนำข้าวเปลือกและประมูลขายเป็นข้าวเปลือกออกไปเป็นล็อตเล็กๆทันทีโดยไม่เก็บสต๊อก เพื่อกำจัดขั้นตอนการทุจริต เช่น การลักลอบสวมสิทธิ์ข้าวจากต่างประเทศ การเวียนเทียนจำหน่ายข้าวจาก สต๊อกของรัฐบาล สับเปลี่ยนข้าวคุณภาพสูงด้วยข้าวคุณภาพต่ำหรือเสื่อมคุณภาพ เอื้อพวกพ้องด้วยการแอบขายข้าวในราคาต่ำเพื่อจำหน่ายต่อ เป็นต้น
            4. ดำเนินการจัดตั้ง "ศูนย์ช่วยเหลือชาวนา" ทั่วประเทศ เพื่อให้มีศูนย์กลางรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ที่ได้รับความเสียหายอย่างทั่วถึง และมีการดำเนินการช่วยเหลือในภาคปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอนและรวดเร็ว
            องค์กรฯ และภาคีที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลในการลด-สกัดโอกาสการทุจริตคดโกงของโครงการนี้ ส่งเสริมให้มีการช่วยชาวนาอย่างทั่วถึง เต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมกันนี้องค์กรฯ ยังได้มีจดหมายถึงประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ทำการตรวจสต็อกข้าว และตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีการระบายข้าวทั่วประเทศอย่างเข้มงวด โดยหากตรวจพบการทุจริตคอร์รัปชันในขั้นตอนใดๆ ก็ตาม จะต้องหาคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะความเสียหายในครั้งนี้มีผลกระทบมหาศาลต่อประเทศชาติและคุณภาพชีวิตของชาวนา

วิเคราะห์:
            1. แถลงการณ์ "จำนำข้าว หยุดโกง เอาคนผิดมาลงโทษ ช่วยชาวนาให้มากขึ้น" เป็นการประกาศเจตนารมณ์ขององค์กรฯ ว่าต่อแต่นี้เป็นต้นไปจะติดตามเรื่องโครงการจำนำข้าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมจะแสดงบทบาทตามวัตถุประสงค์องค์กร
            2. ประเด็นที่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือการต่อต้านคอร์รัปชัน เชื่อว่าโครงการฯ มีช่องโหว่ มีการทุจริตเกิดขึ้นหลายเรื่อง ในขณะที่รัฐบาลประกาศเร่งรัดป้องกัน แก้ไขปัญหาแต่ยังไม่มีผลชัดเจนเป็นรูปธรรมเมื่อเทียบกับกระแสข่าวทุจริตที่เกิดขึ้น
            3. ประเด็นเรื่องข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ เป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญไม่แพ้ข่าวทุจริต เนื่องจากรัฐบาลดำเนินโครงการฯ มาสองปีแล้ว แต่ไม่อาจให้ข้อสรุปตัวเลขต่างๆ ที่ชัดเจนแก่สังคม ในขณะที่แวดวงคนทำงานทั่วไปย่อมรู้ว่าหากรัฐบาลวางระบบฐานข้อมูลไว้ดี ย่อมสามารถสรุปข้อมูลต่างๆ แบบเรียลไทม์ได้ ข้ออ้างที่ฝ่ายรัฐบาลบอกว่าโครงการฯ ดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่สามารถให้ตัวเลขที่ชัดเจนจึงไม่ถูกต้อง
            4. องค์กรฯ พยายามชี้ว่าที่ผ่านมาโครงการฯ มีการทุจริตหลายรูปแบบ เช่น สวมสิทธิ์ข้าวจากต่างประเทศ การเวียนเทียนจำหน่ายข้าวจาก สับเปลี่ยนข้าวคุณภาพสูงด้วยข้าวคุณภาพต่ำ จึงใช้จุดนี้เพื่อเสนอวิธีการใหม่โดยไม่เก็บสต๊อก
            5. ส่วนการตั้ง "ศูนย์ช่วยเหลือชาวนา" ทั่วประเทศ นอกจากจะเป็นการช่วยชาวนายังเป็นช่องทางที่จะได้รับข้อมูลโดยตรงจากชาวนา เพื่อประมวลภาพข้อเท็จจริงจากชาวนาทั่วประเทศโดยตรง
            6. จุดสำคัญที่สุดของแถลงการณ์คือ การที่องค์กรฯ ประกาศว่าพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลในการลด-สกัดโอกาสการทุจริตคดโกงของโครงการฯ ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด เพราะนับจากวันนี้เป็นต้นไปองค์กรฯ จะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ เพราะรู้ว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นมากมาย
            7. การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยมีมาก การป้องกันปราบปรามไม่อาจกระทำให้สำเร็จทั่วถึงได้โดยง่ายเช่นกัน แต่จำต้องมีกรณีตัวอย่างที่สามารถแสดงให้สังคมไทยเห็นว่ารัฐบาล องค์กรภาคประชาชน และคนไทยทุกคนเอาจริงเอาจริงเรื่องนี้
---------------------

บรรณานุกรม:
1.องค์กรต้านคอร์รัปชัน ชี้ รบ.ลุยจำนำข้าวต้องปราบโกง ยันปชช.ต้องรู้ตัวเลขในสต๊อก, ASTVผู้จัดการออนไลน์, 26 มิถุนายน 2556 16:50 น., http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000077660


วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556

About Me

8 มิถุนายน 2013
ชาญชัย
(ปรับปรุงล่าสุด 14 สิงหาคม 2017)

            เว็บไซต์นี้ทำการปรับปรุงครั้งใหญ่ ด้วยชื่อใหม่ "พลังบวกสร้างไทย" มุ่งหมายให้เป็นแหล่งรวมสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย จากข้อมูลใหม่ล่าสุดของโลก


คำขวัญ: แหล่งสาระความรู้ ดูแลสุขภาพ เติมพลังสร้างสรรค์ เพิ่มโอกาสชีวิต

แนวทาง
            1. นำเสนอบทความจากข้อมูลใหม่ล่าสุดของโลก
            บทความจะใช้ข้อมูลใหม่ล่าสุดเป็นประเด็น เช่น วิธีช่วยให้หลับสบายจากงานวิจัยล่าสุด ดังนั้น ทุกบทความที่นำเสนอจะเป็นข้อมูลใหม่สด อยู่ในความสนใจ
            2. ค้นคว้า อธิบายเพิ่มเติมโดยใช้ฐานความรู้ที่เชื่อถือได้
            บทความจะไม่ใช้แหล่งข้อมูลเดียว จะค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่เป็นประโยชน์และเชื่อถือได้
            3. นำเสนอผลิตภัณฑ์ Giving Forward

แผน:
1. กลุ่มเป้าหมายผู้อ่าน: ได้แก่ ประชาชนทั่วไป นักเรียน นิสิตนักศึกษา
2. ลักษณะเนื้อหา: บทความเขียนขึ้นใหม่ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
3. สื่อบทความ: เว็บไซต์
4. กำหนดออก: สัปดาห์ละ 1 เรื่อง

ช่องทางติดต่อ:

สามารถร่วมพูดคุยผ่านกลุ่ม Facebook สถานการณ์โลก ชาญชัย และ Twitter chanchaiCK
-------------------


บทความแนะนำ

อี-คอมเมิร์ซที่เชื่อมโยงทั้งอาเซียน

14 พฤศจิกายน 2017 (ปรับปรุง 17 พฤศจิกายน 2017) ชาญชัย คุ้มปัญญา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ในที่ประชุมเอเปก ลีเซียนลุง ( Lee Hsien Loon...